สหรัฐ-เดนมาร์กสัมพันธ์ใกล้ชิด ที่กำลังแตกร้าวเพราะกรีนแลนด์
by Trust News, 18 กุมภาพันธ์ 2569
สหรัฐ-เดนมาร์กสัมพันธ์ใกล้ชิด ที่กำลังแตกร้าวเพราะกรีนแลนด์
หลังส่งกำลังทหารเต็มอัตราศึกบุกจู่โจม เข้าไปยังประเทศเวเนซุเอลา เพื่อจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร และภรรยา มาดำเนินคดีในสหรัฐ ก่อนจะประกาศจัดสรรผลประโยชน์ จากทรัพยากรอันล้ำค่า อย่าง “น้ำมัน” ของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ไปยังประเทศของตัวเองแบบหน้าตาเฉย จนทำเอาชาวโลกพากันอึ้งไปตามๆกัน
แต่แล้ว...หลังจากเพิ่งจบสิ้นปฏิบัติการสะท้านโลก Operation Absolute Resolve ในช่วงต้นปี 2026 ได้เพียงไม่นาน ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ก็ได้ประกาศยืนยันเจตนารมย์ เรื่องความปราถนาในการเข้าไปครอบครอง เกาะที่มีพื้นที่ประมาณ 2.17 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง ที่มีชื่อว่า “กรีนแลนด์”
ทั้งๆที่ ดินแดนที่ว่านี้ อยู่ภายใต้การอารักขาของ “เดนมาร์ก” หนึ่งในพันธมิตรสำคัญ ของ สหรัฐและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ มาร่วม 300 ปี แล้ว
กรีนแลนด์ ดินแดนที่สหรัฐฯ เคยพยายามแสดงท่าที ต้องการเข้ายึดครองมาแล้วถึง 3 ครั้ง ก่อนหน้าที่ ท่านผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศความปราถนาครั้งล่าสุดนี้ มีความสำคัญถึงขนาดที่ สหรัฐต้องยื้อแย่งออกจากมือ พันธมิตรสำคัญ อย่าง เดนมาร์ก ขนาดนั้นเลยหรือ?
วันนี้ “เรา” ลองไปพิจารณาบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่พยายามค้นหา “คำตอบ” จากแรงปราถนาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปด้วยกัน!
ประเทศนี้ชื่อ กรีนแลนด์ :
ดินแดน ที่มีขนาด 2.17 ล้านตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง มีประชากรรวมกันเพียงประมาณ 56,000 คน โดยในจำนวนนี้ เป็นชาวพื้นเมือง อินูอิตกรีนแลนด์ มากถึง 88% และปัจจุบัน แม้จะได้สิทธิในการปกครองตนเอง มาตั้งแต่ปี 2009 แต่ยังคงอยู่ภายใต้การอารักขาของเดนมาร์ก ทั้งในเรื่องนโยบายต่างประเทศ การป้องกันประเทศ และงบประมาณ
ทั้งนี้ นอกจาก สหรัฐฯจะเริ่มเข้ามาช่วยดูแลเรื่องความมั่นคงให้กับกรีนแลนด์ ตั้งแต่ปี 1941 แล้ว นับตั้งแต่ปี 1951 จนถึงปัจจุบัน (ปี 2026) สหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลง Defense of Greenland Agreement ที่นำไปสู่การตั้งฐานทัพถาวร ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า ฐานทัพอวกาศพิทูฟฟิก (Pituffik Space Base) ที่ทำหน้าที่สนับสนุนเรื่องการติดตาม ตรวจจับ และจำแนกวัตถุในวงโคจรโลก รวมถึงการเตือนภัยจากขีปนาวุธและการรุกรานจากรัสเซีย โดยปัจจุบันมีบุคคลากรประจำฐานทัพนี้ประมาณ 650 คน ซึ่งลดลงจากเดิมในช่วงสงครามเย็น ที่เคยมีเฉพาะทหารประจำการ มากถึง 6,500 นาย
และล่าสุด หลังท่านผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศความปราถนาที่ชัดเจนในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์อีกครั้ง หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ผ่านวาทกรรม.... “กรีนแลนด์ คือ จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เราจึงต้องการกรีนแลนด์ จากมุมมองด้านความมั่นคงของชาติ และหากเราไม่ทำ รัสเซียหรือจีนก็จะเข้ามายึดครอง และเราจะไม่ยอมมีรัสเซีย หรือ จีน เป็นเพื่อนบ้านเด็ดขาด!
เป็นผลให้ นายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีของกรีนแลนด์ ได้ออกมาประกาศตอบโต้ ผู้นำและประเทศที่มีขนาดกองทัพ ใหญ่โตกว่าประเทศเล็กๆ ของตัวเองหลายเท่า อย่างแข็งกร้าวว่า... “ประเทศของเรา ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาปฏิเสธการมีอยู่ หรือ เข้ายึดครองได้ เพียงเพราะคุณปราถนา”
ขณะที่ รัฐบาลเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐ มาตั้งแต่ปี 1949 รวมถึงในสงครามที่อัฟกานิสถาน เดนมาร์ก ได้ส่งทหารไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐฯ ในพื้นที่ภารกิจที่ยากลำบาก และสูญเสียกำลังพลมากที่สุด เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร ในบรรดาพันธมิตรนาโตทั้งหมด รองจากทหารสหรัฐฯ ก็ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจน เรื่องอธิปไตยและความมั่นคงเหนือดินแดนกรีนแลนด์ แล้ว
จุดยุทธศาสตร์ ชื่อ กรีนแลนด์ :
กรีนแลนด์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญจริง เหมือนเช่นที่ ท่านผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบอกชาวอเมริกันหรือไม่?
คำตอบ คือ ในด้านความมั่นคง กรีนแลนด์ตั้งอยู่บนจุดที่เรียกว่า "GIUK Gap" ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเรือระหว่างกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ที่เชื่อมต่ออาร์กติกเข้ากับมหาสมุทรแอตแลนติก
ดังนั้น การมีอยู่ของ ฐานทัพอวกาศพิทูฟฟิก (Pituffik Space Base) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ จึงทำให้สหรัฐสามารถแจ้งเตือนภัยทางอากาศล่วงหน้า จากทั้งกำลังทางอากาศและขีปนาวุธนำวิถีของฝ่ายรัสเซียได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมันเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด ที่ภัยคุกคามทางอากาศของฝ่ายรัสเซียจะไปถึงแผ่นดินสหรัฐ
และนอกจากฐานทัพดังกล่าว จะสามารถเตือนภัยทางอากาศได้อย่างรวดเร็วแล้ว การที่มันเป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึก ยังทำให้สหรัฐและนาโต สามารถเฝ้าติดตามเรือดำน้ำของรัสเซียที่แล่นแผ่น "GIUK Gap" ได้อีกด้วย
ขณะเดียวกัน ปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน ยังทำให้มีการประเมินด้วยว่า การเดินเรือในเขตน่านน้ำอาร์กติกที่เดิมเคยปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็ง และมีเพียงไม่กี่เส้นทาง สำหรับการเดินเรือสินค้า ที่จะใช้ลัดผ่านไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่เคยอยู่ในเขตอิทธิพลของรัสเซีย จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอีกด้วย
เนื่องจากแผ่นน้ำแข็งหนาที่ค่อยๆละลายลง จะทำให้มีการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ ที่มีศักยภาพผ่านอาร์ติกโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเรือตัดน้ำแข็งนำทางของรัสเซีย หรือ ใช้เส้นทางหลักที่ลัดเลาะไปตามแนวเศรษฐกิจจำเพาะของรัสเซียอีกต่อไป ซึ่งนอกจากจะประหยัดต้นทุนได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังย่นระยะเวลาในการขนส่งด้วย
โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันตกเหนือ (Northwest Passage) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือผ่านหมู่เกาะอาร์กติกของแคนาดาที่เชื่อมต่อมหาสมุทรแปซิฟิกและแอตแลนติก ที่ปัจจุบันสามารถเดินเรือได้เพียงช่วงสั้นๆ ในแต่ละปีเนื่องจากน้ำแข็งที่แปรปรวน แต่เหล่านักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าด้วยภาวะโลกร้อนที่เร่งตัวขึ้นและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เส้นทางนี้อาจเปิดให้สัญจรได้ทุกฤดูร้อน ได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยทำให้การเชื่อมต่อเอเชียตะวันออกกับยุโรปตะวันตก ด้วยเส้นทางที่ สั้นกว่าเดิมถึง 7,000 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับเส้นทางปัจจุบันผ่านคลองปานามา
อย่างไรก็ดี เส้นทางเดินเรือใหม่นี้ อาจนำไปสู่ปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขตแดนและทรัพยากรในพื้นที่ ที่เดิมเคยเป็นแผ่นน้ำแข็งทั้งหมดด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ กรีนแลนด์ จึงอาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับภาระกิจเข้าถึง ควบคุมและป้องกันผลประโยชน์ รวมถึงความมั่นคงต่างๆนานาในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่น่านน้ำอาร์กติก ซึ่งเดิมเป็นเขตอิทธิพลของรัสเซีย ไปโดยปริยาย
ทรัพยากรล้ำค่า ที่กรีนแลนด์ :
นี่คือ สิ่งที่ ท่านผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ มักพูดถึงอย่างแผ่วเบามากกว่าประเด็นเรื่องจุดยุทธศาสตร์ เมื่อใดก็ตามที่ประกาศเจตนารมย์เรื่องความปราถนาที่มีต่อ “กรีนแลนด์”
โดยหากอ้างอิงจาก ผลการศึกษาในปี 2023 โดยกรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ได้มีการประมาณการว่า พื้นที่เกาะราว 400,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดน้ำแข็งอุดมไปด้วย น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึง Rare Earth ซึ่งถือเป็น “ทรัพยากรอันมีค่า” ในการผลิตสินค้าไฮเทคและอาวุธสมัยใหม่ ที่สหรัฐยังมิอาจมีไว้ในครอบครองมากกว่า คู่แข่งสำคัญ อย่าง ประเทศจีน จนไม่อาจเอาชนะได้อย่างเด็ดขาดในสงครามการค้าผ่านมาตรการภาษีทรัมป์ ที่วอชิงตันกำลังขับเคี่ยวอย่างเอาเป็นเอาตายกับปักกิ่งได้
ขณะเดียวกัน หากอ้างอิงรายงาน Review of the critical raw material resource potential in Greenland ที่ถูกจัดทำในปี 2023 ระบุว่า กรีนแลนด์ มีปริมาณ Rare Earth ประมาณ 36 ล้านตัน และมีปริมาณสำรองในอันดับที่ 8 ของโลก ที่ประมาณ 1.5 ล้านตัน ขณะเดียวกัน กรีนแลนด์ยังเป็นแหล่งที่พบ Rare Earth ที่หายากที่สุดในโลก คือ Kvanefjeld และ Tanbreez อีกด้วย
และไม่เพียงแต่จะมีแต่ Rare Earth เท่านั้น เพราะหากอ้างอิงจากรายงานของ Energy Transition Minerals บริษัทสำรวจและพัฒนาแร่ธาตุสำคัญ สำหรับพลังงานสะอาด ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย ยังระบุว่า กรีนแลนด์เป็นพื้นที่ ที่มีทั้ง แร่ยูเรเนียม , ทองแดง , กราไฟต์ รวมถึงแร่ธาตุสำคัญๆอีกเป็นจำนวนมากด้วย เพียงแต่ทรัพยากรทั้งหมดที่ว่าไปนั้น ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน , อุปสรรคจากสภาพอากาศที่หนาวจัด รวมถึง ยังถูกคัดค้านจากชาวกรีนแลนด์เองอีกด้วย
เดนมาร์ก ใกล้ชิด สหรัฐ มากแค่ไหน? :
อ้างอิงจากเอกสารความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐและเดนมาร์ก ของ ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 20 มกราคม ปี 2025 ระบุว่า สหรัฐฯและเดนมาร์กมีความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงที่เหนียวแน่นและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่การต่อต้านการรุกรานของรัสเซียและความร่วมมืออย่างสันติในภูมิภาคอาร์กติก
เดนมาร์กเป็นพันธมิตรนาโตที่เข้มแข็งและเป็นผู้สนับสนุนที่เชื่อถือได้ในปฏิบัติการรักษาสถียรภาพพหุภาคี ตลอดจนโครงการช่วยเหลือระหว่างประเทศ เดนมาร์กมีกองกำลังอยู่ทั่วโลกในภารกิจต่างๆ ของนาโต เพื่อปฏิบัติการรักษาสันติภาพของ UN และพันธมิตร
เดนมาร์ก เป็นที่ตั้งของฐานทัพอวกาศพิทูฟฟิก ในกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังทหารสหรัฐฯ และมอบคุณค่าทางยุทธศาสตร์มหาศาลแก่กองกำลังสหรัฐฯ และนาโต ซึ่งได้ช่วยสร้างความได้เปรียบทางอวกาศ และเป็นระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าที่สำคัญ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของสหรัฐฯ และนาโตในภูมิภาคอาร์กติก ส่วนในความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์ก นั้น เดนมาร์กเข้าร่วมในการซ้อมรบพหุภาคีหลายครั้งกับสหรัฐฯ และพันธมิตรนาโตอื่นๆ เช่น การซ้อมรบ Defender Europe , BALTOPS , Nighthawk และ Arctic Light มาโดยตลอด
และล่าสุด สหรัฐฯ ได้ขายอาวุธให้กับกองทัพเดนมาร์ก รวมมูลค่าประมาณ 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้เป็น เฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ MH-60R Seahawk , ระบบโซนาร์ AN/AQS-22 และทุ่นโซนาร์ตรวจหาเรือดำน้ำ , ขีปนาวุธ SM-2 Block IIIA และขีปนาวุธ AIM-120 C-7 , รวมถึง เครื่องบินขับไล่ F-35
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิว Unfamiliar สายลับซ่อนเร้น ซีรีส์ 6 ตอนที่มันส์...ค้าง
รีวิว Unfamiliar สายลับซ่อนเร้น ซีรีส์เรื่องใหม่ของ ทางเน็ตฟริค ซึ่งเป็นออริจินัล ซีรีส์ จากเยอรมัน ที่มีทั้งหมด 6 ตอน...
รีวิวหนัง Wuthering Heights รัก ราคะ ทรยศ และกำแพงชนชั้น
WUTHERING HEIGHTS ไม่ใช่แนวหนังรักโรแมนติก แต่เป็นหนังรักปนเศร้า ซึ่งหนังดัดแปลงจากนิยายที่เขียนบทออกมาดีตีความรู้สึก “คลั่งรัก” ...
ตร.รวบ Tokyogurl-หนุ่มร่างทรง ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ปมโกงการแข่งอีสปอร์ตซีเกมส์ 2025
ตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการ “Ghost Buster ปราบร่างทรงซีเกมส์” ลงพื้นที่ นนทบุรีและนครพนม จับกุม Tokyogurl และ Cheerio ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณี Tokyogurl โกงการแข่งขัน RoV ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ตามที่สมาคมอีสปอร์ตฯ แจ้งความ
ช็อกโกแลตสื่อรัก เฮอร์ชีส์ลิมิเต็ดอิดิชัน แทนความในใจ รับเทศกาลวาเลนไทน์ 2026
เทศกาลวาเลนไทน์ปี 2026 หลายคนมองหาวิธีถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ ให้กับคนสำคัญ เฮอร์ชีส์ จัดแคมเปญ Love for Every Bar: ช็อกโกแลตสื่อรักผ่านแพ็คเกจรุ่นลิมิเตด พร้อมนำเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟ มาเปลี่ยนช็อกโกแลตแท่งคลาสสิกให้เป็นของขวัญแทนความรู้สึกแก่คนที่เรารัก
"โรคหัวใจแต่กำเนิด" กับทีมแพทย์รามาฯ ที่ช่วยผู้ป่วยทุกช่วงวัย
เมื่อโรคหัวใจแต่กำเนิดคือบทเพลงยาวของชีวิต และรามาธิบดีคือวงออร์เคสตราที่บรรเลงตลอดชีวิตเพื่อผู้ป่วยทุกช่วงวัย....
ข่าวที่เกี่ยวข้อง