วันอังคาร, มีนาคม 10, 2569

รู้จัก “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำกำแพงเหล็กของ “อิหร่าน”

by Trust News, 10 มีนาคม 2569

โลกต้องจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เมื่อสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่านประกาศแต่งตั้ง "อยาตุลเลาะห์ มาซูด โมจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี" วัย 56 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา การก้าวขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสภาวะปกติ แต่เกิดขึ้นเพียง 8 วันหลังจากบิดาของเขา อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

ปฏิบัติการ "Epic Fury" และจุดเปลี่ยนอำนาจ

การตายของ อาลี คาเมเนอี ในวัย 86 ปี จากปฏิบัติการร่วม "Epic Fury" ของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ถล่มคฤหาสน์ในเตหะราน ไม่เพียงแต่เป็นการปลิดชีพผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมานานกว่า 3 ทศวรรษ แต่ยังเป็นการทำลายโครงสร้างอำนาจเดิมของอิหร่านเกือบทั้งหมด สมาชิกครอบครัวและเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า 40 รายเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ทิ้งให้อิหร่านตกอยู่ในสุญญากาศทางการเมืองเพียงชั่วข้ามคืน

เหตุผลที่โมจตาบาคือ "ทางเลือกเดียว" ในยามศึก

แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสืบทอดอำนาจแบบ "สายเลือด" ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ปฏิวัติปี 1979 แต่โมจตาบากลับได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จาก กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ด้วยเหตุผล 3 ประการ

1.ความต่อเนื่อง (Continuity): เขาบริหาร "เบต-เอ-ราห์บารี" หรือ สำนักงานผู้นำสูงสุด มานานหลายสิบปี รู้วิธีคุมกลไกอำนาจหลังฉากดีที่สุด

2. สายสัมพันธ์กับกองทัพ: เขาคือผู้ประสานงานหลักระหว่างผู้นำสูงสุดกับหน่วยรบพิเศษ Quds Force และกลุ่มตัวแทน (Proxies) ทั่วภูมิภาค

และ 3. ภาวะสงคราม: ในช่วงที่ศัตรูประชิดเมือง อิหร่านไม่มีเวลาสำหรับการลองผิดลองถูกหรือการขัดแย้งภายในสภาสงฆ์ โมจตาบาจึงถูกมองว่าเป็น "กำแพงเหล็ก" ที่จะรวมความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาลทหารไว้ได้

ประสบการณ์และการปกครองในเงามืด

โมจตาบาไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เขาคือ "ผู้คัดกรอง" ตัวจริง เขาอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์มาตั้งแต่การปราบปรามกลุ่ม Green Movement ปี 2009 จนถึงการวางหมากนโยบายต่างประเทศในทศวรรษที่ผ่านมา

"เขาไม่ใช่แค่นักบวช แต่เขาคือนักยุทธศาสตร์การทหารในคราบนักบวช" นักวิเคราะห์ความมั่นคงระบุ

ท่าทีต่อ "ศัตรูคู่อาฆาต" (สหรัฐฯ และ อิสราเอล)

หากโลกคิดว่าพ่อของเขาแข็งกร้าวแล้ว โมจตาบาถูกมองว่า "แข็งกร้าวยิ่งกว่า" ทัศนคติของเขาคือการปฏิเสธการประนีประนอมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหลังจากที่ครอบครัวของเขาถูกสังหารในปฏิบัติการของสหรัฐฯ

เขามองว่าสหรัฐฯ คือ "ปีศาจร้ายที่ไร้สัจจะ" และประกาศกร้าวว่าจะไม่มีการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์อีกต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะถอนทหารออกจากภูมิภาคทั้งหมด

เขาเรียกอิสราเอลว่าเป็น "เนื้อร้าย" ที่ต้องถูกกำจัด และประกาศเดินหน้าล้างแค้นให้บิดา


ในสุนทรพจน์รับตำแหน่งท่ามกลางเสียงระเบิดที่ยังคงดังแว่วในเตหะราน (8 มีนาคม 2026):

"เลือดของท่านผู้นำ (บิดา) จะเป็นเชื้อเพลิงที่เผาผลาญจักรวรรดินิยมให้มอดไหม้ เราจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว การล้างแค้นของเราไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันจะสะเทือนถึงฐานรากของทำเนียบขาว”

"ศัตรูคิดว่าการฆ่าหัวหน้าจะทำให้ร่างกายหยุดทำงาน แต่พวกเขาคิดผิด... วันนี้อิหร่านมีหัวใจดวงใหม่ที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เราจะคุยกับพวกมันด้วยภาษาของขีปนาวุธเท่านั้น”

"เสรีภาพของเยรูซาเล็มอยู่ใกล้แค่เอื้อม และเราจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าศัตรูจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขในดินแดนของเรา"

“โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำกำแพงเหล็กของ “อิหร่าน” 

 

โลกต้องจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เมื่อสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่านประกาศแต่งตั้ง "อยาตุลเลาะห์ มาซูด โมจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี" วัย 56 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา การก้าวขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสภาวะปกติ แต่เกิดขึ้นเพียง 8 วันหลังจากบิดาของเขา อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

 

ปฏิบัติการ "Epic Fury" และจุดเปลี่ยนอำนาจ

 

การตายของ อาลี คาเมเนอี ในวัย 86 ปี จากปฏิบัติการร่วม "Epic Fury" ของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ถล่มคฤหาสน์ในเตหะราน ไม่เพียงแต่เป็นการปลิดชีพผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมานานกว่า 3 ทศวรรษ แต่ยังเป็นการทำลายโครงสร้างอำนาจเดิมของอิหร่านเกือบทั้งหมด สมาชิกครอบครัวและเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า 40 รายเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ทิ้งให้อิหร่านตกอยู่ในสุญญากาศทางการเมืองเพียงชั่วข้ามคืน

 

เหตุผลที่โมจตาบาคือ "ทางเลือกเดียว" ในยามศึก

 

แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสืบทอดอำนาจแบบ "สายเลือด" ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ปฏิวัติปี 1979 แต่โมจตาบากลับได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จาก กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ด้วยเหตุผล 3 ประการ 

 

1.ความต่อเนื่อง (Continuity): เขาบริหาร "เบต-เอ-ราห์บารี" หรือ สำนักงานผู้นำสูงสุด มานานหลายสิบปี รู้วิธีคุมกลไกอำนาจหลังฉากดีที่สุด

 

2. สายสัมพันธ์กับกองทัพ: เขาคือผู้ประสานงานหลักระหว่างผู้นำสูงสุดกับหน่วยรบพิเศษ Quds Force และกลุ่มตัวแทน (Proxies) ทั่วภูมิภาค

 

และ 3. ภาวะสงคราม: ในช่วงที่ศัตรูประชิดเมือง อิหร่านไม่มีเวลาสำหรับการลองผิดลองถูกหรือการขัดแย้งภายในสภาสงฆ์ โมจตาบาจึงถูกมองว่าเป็น "กำแพงเหล็ก" ที่จะรวมความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาลทหารไว้ได้

 

ประสบการณ์และการปกครองในเงามืด

 

โมจตาบาไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เขาคือ "ผู้คัดกรอง" ตัวจริง เขาอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์มาตั้งแต่การปราบปรามกลุ่ม Green Movement ปี 2009 จนถึงการวางหมากนโยบายต่างประเทศในทศวรรษที่ผ่านมา

 

"เขาไม่ใช่แค่นักบวช แต่เขาคือนักยุทธศาสตร์การทหารในคราบนักบวช"  นักวิเคราะห์ความมั่นคงระบุ

 

ท่าทีต่อ "ศัตรูคู่อาฆาต" (สหรัฐฯ และ อิสราเอล)

 

หากโลกคิดว่าพ่อของเขาแข็งกร้าวแล้ว โมจตาบาถูกมองว่า "แข็งกร้าวยิ่งกว่า" ทัศนคติของเขาคือการปฏิเสธการประนีประนอมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหลังจากที่ครอบครัวของเขาถูกสังหารในปฏิบัติการของสหรัฐฯ

 

  •  เขามองว่าสหรัฐฯ คือ "ปีศาจร้ายที่ไร้สัจจะ" และประกาศกร้าวว่าจะไม่มีการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์อีกต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะถอนทหารออกจากภูมิภาคทั้งหมด

 

  •  เขาเรียกอิสราเอลว่าเป็น "เนื้อร้าย" ที่ต้องถูกกำจัด และประกาศเดินหน้าล้างแค้นให้บิดา

 

 

ในสุนทรพจน์รับตำแหน่งท่ามกลางเสียงระเบิดที่ยังคงดังแว่วในเตหะราน (8 มีนาคม 2026):

 

"เลือดของท่านผู้นำ (บิดา) จะเป็นเชื้อเพลิงที่เผาผลาญจักรวรรดินิยมให้มอดไหม้ เราจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว การล้างแค้นของเราไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันจะสะเทือนถึงฐานรากของทำเนียบขาว”

 

"ศัตรูคิดว่าการฆ่าหัวหน้าจะทำให้ร่างกายหยุดทำงาน แต่พวกเขาคิดผิด... วันนี้อิหร่านมีหัวใจดวงใหม่ที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เราจะคุยกับพวกมันด้วยภาษาของขีปนาวุธเท่านั้น”

 

"เสรีภาพของเยรูซาเล็มอยู่ใกล้แค่เอื้อม และเราจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าศัตรูจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขในดินแดนของเรา"


You might be intertested in this news.

Mostview

ไปรษณีย์ไทย ชี้ ความไม่สงบตะวันออกกลาง กระทบการส่งพัสดุไป 25 ประเทศล่าช้า

ไปรษณีย์ไทย ประกาศแจ้งลูกค้า กรณีการขนส่งพัสดุสิ่งของระหว่างประเทศไปยัง 25 ปลายทาง อาจได้รับความล่าช้า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง​ เพราะหลายสนามบินและเที่ยวบินถูกยกเลิก ส่วนการส่งพัสดุไปรษณีย์ไปตะวันออกกลางทำไม่ได้ในขณะนี้

รีวิวหนัง The Bride หนังอาร์ต-มิวสิเคิล

The Bride หนังเรื่องใหม่ ที่เห็นว่าเป็น “คริสเตียล เบล” เลยมีความรู้สึกว่าอยากมาดูบทบาทใหม่ของพี่เขา

TikTok Shop จัดงานวิ่งปลุกชุมชนคนรักสุขภาพ ขับเคลื่อน กทม.สู่ "Healthy City"

TikTok Shop จัดงาน “TikTok Shop Run Freshtival” ครั้งแรกในกรีุงเทพฯ ที่ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ สแควร์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน โดยผู้ว่าฯ ชัชาติมาร่วมวิ่ง เป็นการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “Healthy City” ต่อยอดกระแส Wellness จากโลกออนไลน์สู่โลกจริง

แผนทมิฬ 2.8 ล้าน อุ้ม-ฆ่า เผานั่งยาง ผู้จัดการหนุ่ม มูลเหตุมากกว่าเรื่องชู้สาว

คดีสะเทือนขวัญเขย่าเกาะรัชดาฯ เมื่อ "นายรุทธ์" หรือ "ท็อป" ผู้จัดการฝ่ายขายวัย 46 ปี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากคอนโดย่านสุทธิสาร ก่อนที่ความจริงจะปรากฏในสภาพที่น่าเวทนา...

เอฟ-35 อิสราเอล แหวกน่านฟ้าสอย Yak-130 อิหร่านร่วงเหนือฟ้ากรุงเตหะราน

เครื่องบินสเตลธ์ F-35I "Adir" ทอ.อิสราเอลปิดจ็อบสอย เครื่องบิน Yak-130 ของกองทัพอากาศอิหร่านร่วง 1 ลำ เหนือฟ้าอิหร่าน นับเป็น "ครั้งแรกในประวัติศาสตร์" ที่เครื่องบินขับไล่ F-35 ยิงเครื่องบินที่มีนักบินควบคุม (Manned Aircraft) ตกในการรบจริง

TrustNEws Line