วันเสาร์, กันยายน 19, 2569

รู้จัก “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำกำแพงเหล็กของ “อิหร่าน”

by Trust News, 10 มีนาคม 2569

โลกต้องจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เมื่อสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่านประกาศแต่งตั้ง "อยาตุลเลาะห์ มาซูด โมจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี" วัย 56 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา การก้าวขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสภาวะปกติ แต่เกิดขึ้นเพียง 8 วันหลังจากบิดาของเขา อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

ปฏิบัติการ "Epic Fury" และจุดเปลี่ยนอำนาจ

การตายของ อาลี คาเมเนอี ในวัย 86 ปี จากปฏิบัติการร่วม "Epic Fury" ของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ถล่มคฤหาสน์ในเตหะราน ไม่เพียงแต่เป็นการปลิดชีพผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมานานกว่า 3 ทศวรรษ แต่ยังเป็นการทำลายโครงสร้างอำนาจเดิมของอิหร่านเกือบทั้งหมด สมาชิกครอบครัวและเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า 40 รายเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ทิ้งให้อิหร่านตกอยู่ในสุญญากาศทางการเมืองเพียงชั่วข้ามคืน

เหตุผลที่โมจตาบาคือ "ทางเลือกเดียว" ในยามศึก

แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสืบทอดอำนาจแบบ "สายเลือด" ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ปฏิวัติปี 1979 แต่โมจตาบากลับได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จาก กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ด้วยเหตุผล 3 ประการ

1.ความต่อเนื่อง (Continuity): เขาบริหาร "เบต-เอ-ราห์บารี" หรือ สำนักงานผู้นำสูงสุด มานานหลายสิบปี รู้วิธีคุมกลไกอำนาจหลังฉากดีที่สุด

2. สายสัมพันธ์กับกองทัพ: เขาคือผู้ประสานงานหลักระหว่างผู้นำสูงสุดกับหน่วยรบพิเศษ Quds Force และกลุ่มตัวแทน (Proxies) ทั่วภูมิภาค

และ 3. ภาวะสงคราม: ในช่วงที่ศัตรูประชิดเมือง อิหร่านไม่มีเวลาสำหรับการลองผิดลองถูกหรือการขัดแย้งภายในสภาสงฆ์ โมจตาบาจึงถูกมองว่าเป็น "กำแพงเหล็ก" ที่จะรวมความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาลทหารไว้ได้

ประสบการณ์และการปกครองในเงามืด

โมจตาบาไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เขาคือ "ผู้คัดกรอง" ตัวจริง เขาอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์มาตั้งแต่การปราบปรามกลุ่ม Green Movement ปี 2009 จนถึงการวางหมากนโยบายต่างประเทศในทศวรรษที่ผ่านมา

"เขาไม่ใช่แค่นักบวช แต่เขาคือนักยุทธศาสตร์การทหารในคราบนักบวช" นักวิเคราะห์ความมั่นคงระบุ

ท่าทีต่อ "ศัตรูคู่อาฆาต" (สหรัฐฯ และ อิสราเอล)

หากโลกคิดว่าพ่อของเขาแข็งกร้าวแล้ว โมจตาบาถูกมองว่า "แข็งกร้าวยิ่งกว่า" ทัศนคติของเขาคือการปฏิเสธการประนีประนอมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหลังจากที่ครอบครัวของเขาถูกสังหารในปฏิบัติการของสหรัฐฯ

เขามองว่าสหรัฐฯ คือ "ปีศาจร้ายที่ไร้สัจจะ" และประกาศกร้าวว่าจะไม่มีการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์อีกต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะถอนทหารออกจากภูมิภาคทั้งหมด

เขาเรียกอิสราเอลว่าเป็น "เนื้อร้าย" ที่ต้องถูกกำจัด และประกาศเดินหน้าล้างแค้นให้บิดา


ในสุนทรพจน์รับตำแหน่งท่ามกลางเสียงระเบิดที่ยังคงดังแว่วในเตหะราน (8 มีนาคม 2026):

"เลือดของท่านผู้นำ (บิดา) จะเป็นเชื้อเพลิงที่เผาผลาญจักรวรรดินิยมให้มอดไหม้ เราจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว การล้างแค้นของเราไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันจะสะเทือนถึงฐานรากของทำเนียบขาว”

"ศัตรูคิดว่าการฆ่าหัวหน้าจะทำให้ร่างกายหยุดทำงาน แต่พวกเขาคิดผิด... วันนี้อิหร่านมีหัวใจดวงใหม่ที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เราจะคุยกับพวกมันด้วยภาษาของขีปนาวุธเท่านั้น”

"เสรีภาพของเยรูซาเล็มอยู่ใกล้แค่เอื้อม และเราจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าศัตรูจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขในดินแดนของเรา"

“โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำกำแพงเหล็กของ “อิหร่าน” 

 

โลกต้องจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เมื่อสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่านประกาศแต่งตั้ง "อยาตุลเลาะห์ มาซูด โมจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี" วัย 56 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา การก้าวขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสภาวะปกติ แต่เกิดขึ้นเพียง 8 วันหลังจากบิดาของเขา อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

 

ปฏิบัติการ "Epic Fury" และจุดเปลี่ยนอำนาจ

 

การตายของ อาลี คาเมเนอี ในวัย 86 ปี จากปฏิบัติการร่วม "Epic Fury" ของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ถล่มคฤหาสน์ในเตหะราน ไม่เพียงแต่เป็นการปลิดชีพผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมานานกว่า 3 ทศวรรษ แต่ยังเป็นการทำลายโครงสร้างอำนาจเดิมของอิหร่านเกือบทั้งหมด สมาชิกครอบครัวและเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า 40 รายเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ทิ้งให้อิหร่านตกอยู่ในสุญญากาศทางการเมืองเพียงชั่วข้ามคืน

 

เหตุผลที่โมจตาบาคือ "ทางเลือกเดียว" ในยามศึก

 

แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสืบทอดอำนาจแบบ "สายเลือด" ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ปฏิวัติปี 1979 แต่โมจตาบากลับได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จาก กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ด้วยเหตุผล 3 ประการ 

 

1.ความต่อเนื่อง (Continuity): เขาบริหาร "เบต-เอ-ราห์บารี" หรือ สำนักงานผู้นำสูงสุด มานานหลายสิบปี รู้วิธีคุมกลไกอำนาจหลังฉากดีที่สุด

 

2. สายสัมพันธ์กับกองทัพ: เขาคือผู้ประสานงานหลักระหว่างผู้นำสูงสุดกับหน่วยรบพิเศษ Quds Force และกลุ่มตัวแทน (Proxies) ทั่วภูมิภาค

 

และ 3. ภาวะสงคราม: ในช่วงที่ศัตรูประชิดเมือง อิหร่านไม่มีเวลาสำหรับการลองผิดลองถูกหรือการขัดแย้งภายในสภาสงฆ์ โมจตาบาจึงถูกมองว่าเป็น "กำแพงเหล็ก" ที่จะรวมความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาลทหารไว้ได้

 

ประสบการณ์และการปกครองในเงามืด

 

โมจตาบาไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เขาคือ "ผู้คัดกรอง" ตัวจริง เขาอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์มาตั้งแต่การปราบปรามกลุ่ม Green Movement ปี 2009 จนถึงการวางหมากนโยบายต่างประเทศในทศวรรษที่ผ่านมา

 

"เขาไม่ใช่แค่นักบวช แต่เขาคือนักยุทธศาสตร์การทหารในคราบนักบวช"  นักวิเคราะห์ความมั่นคงระบุ

 

ท่าทีต่อ "ศัตรูคู่อาฆาต" (สหรัฐฯ และ อิสราเอล)

 

หากโลกคิดว่าพ่อของเขาแข็งกร้าวแล้ว โมจตาบาถูกมองว่า "แข็งกร้าวยิ่งกว่า" ทัศนคติของเขาคือการปฏิเสธการประนีประนอมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหลังจากที่ครอบครัวของเขาถูกสังหารในปฏิบัติการของสหรัฐฯ

 

  •  เขามองว่าสหรัฐฯ คือ "ปีศาจร้ายที่ไร้สัจจะ" และประกาศกร้าวว่าจะไม่มีการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์อีกต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะถอนทหารออกจากภูมิภาคทั้งหมด

 

  •  เขาเรียกอิสราเอลว่าเป็น "เนื้อร้าย" ที่ต้องถูกกำจัด และประกาศเดินหน้าล้างแค้นให้บิดา

 

 

ในสุนทรพจน์รับตำแหน่งท่ามกลางเสียงระเบิดที่ยังคงดังแว่วในเตหะราน (8 มีนาคม 2026):

 

"เลือดของท่านผู้นำ (บิดา) จะเป็นเชื้อเพลิงที่เผาผลาญจักรวรรดินิยมให้มอดไหม้ เราจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว การล้างแค้นของเราไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันจะสะเทือนถึงฐานรากของทำเนียบขาว”

 

"ศัตรูคิดว่าการฆ่าหัวหน้าจะทำให้ร่างกายหยุดทำงาน แต่พวกเขาคิดผิด... วันนี้อิหร่านมีหัวใจดวงใหม่ที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เราจะคุยกับพวกมันด้วยภาษาของขีปนาวุธเท่านั้น”

 

"เสรีภาพของเยรูซาเล็มอยู่ใกล้แค่เอื้อม และเราจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าศัตรูจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขในดินแดนของเรา"


You might be intertested in this news.

Mostview

ล้วงลึกเบื้องหลังซีรีย์ ฤดูใหม่นี้มีเพียงสองเรา (ชมคลิป)

ล้วงลึกเบื้องหลังซีรีย์ ฤดูใหม่นี้มีเพียงสองเรา (ชมคลิป)

เปิดใจ แต้ว-เคน “นาคี3” ปฐมบทขัดแย้ง ครุฑ-นาค CG เหนือจินตนาการ

กลับมาปลุกตำนาน “เจ้าแม่นาคี” อีกครั้ง สำหรับ “แต้ว–ณฐพร พรประภา” กับบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์มหากาพย์ฟอร์มยักษ์ “นาคี 3 ครุฑา นาคี”

ETDA เปิดสถิติ 8 เดือนแรก 69 ร้องเรียนออนไลน์ลด 14.06% ผู้ใหญ่เหยื่อเว็บโจร

ETDA เปิดสถิติ ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ รอบ 8 เดือน ม.ค.-ส.ค.ปี 69 ปัญหาแพลตฟอร์ม 4,034 เพิ่ม 42.95% เว็บผิดกฎหมายแซงขึ้นอันดับ 1 วัยทำงาน Gen X และ Y ตกเป็นเหยื่อสูงสุด โดย “ปัญหาซื้อขายสินค้าออนไลน์” เป็นปัญหาที่พบมากที่สุด

การบินไทย เผยเก้าอี้-ห้องโดยสารแบบใหม่ เริ่มใช้กับเครื่อง 787 ใหม่ที่จะมาปี 70

การบินไทยจัดงาน “THAI TALK” ยกระดับประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ มุ่งสร้างความผูกพันกับผู้โดยสารอย่างยั่งยืน เผยโฉมห้องโดยสารแบบใหม่ของของฝูงบินโดยจะมากับเครื่องบิน 787-10 ใหม่ปี 2570 พร้อมอัปเดตตารางบินฤดูหนาวปี 69-70 ที่มีการเปิดเส้นทางบินใหม่

รีวิวหนัง Henry's First Dates อบอุ่น โรแมนติก ฮา...น้ำตาซึม

เปิดตัวอย่างอลังการ สำหรับหนัง “Henry's First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” ในรอบสื่อเมื่อวันก่อน และผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้ไปดูรอบนี้ด้วย

TrustNEws Line