นายกฯ ยันไทยน้ำมันไม่ขาดแคลน มีเพียงพอเร่งสื่อสารประชาชน ลดความตระหนก
by Trust News, 16 มีนาคม 2569
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบก.ย้ำน้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ เร่งสื่อสารลดความตื่นตระหนก ด้าน "เอกนิติ" วาง 3 แนวทางบริหารเส้นทางน้ำมัน โดยทางผู้ค้ารายใหญ่ต่างยืนยันน้ำมันมีเพียงพอ ส่วน "ศุภจี" เสนอหาโอกาสจากวิกฤติส่งสินค้าไทยขายตะวันออก
วานนี้ (15 มี.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม รวมทั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมประชุมในรูปแบบ online ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ onsite และ online โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรี ยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ยังหารือกับผู้ค้าน้ำมันพิจารณาบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลยพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติ ขณะเดียวกัน ได้เสนอให้แยกช่องทางการจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม หรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก โดยให้จัดส่งผ่านระบบขายส่งหรือการเติมในถังของหน่วยงานโดยตรง แทนการมาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่า หน่วยงานด้านพลังงานของไทย ยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิงจากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ สิ่งสำคัญที่สุด ในขณะนี้คือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในระยะใกล้
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทยยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยหากนำน้ำมันดิบที่มีอยู่มาก จะสามารถรองรับความต้องการได้ประมาณ 96 วัน ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งและการกระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอ เปรียบเสมือนตู้เอทีเอ็มที่แม้จะมีเงินสำรองจำนวนมาก แต่หากประชาชนกังวลและแห่ถอนเงินพร้อมกัน ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีเงินไม่เพียงพอ
โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่
1.การสื่อสารสร้างความมั่นใจกับประชาชนว่าน้ำมันมีเพียงพอ
2.การบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการอย่างมีประสิทธิภาพ 3.การจัดระบบแยกช่องทางจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้มาใช้บริการร่วมกับประชาชนที่สถานีบริการน้ำมัน
รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวต่อว่า 3 แนวทางที่กล่าวมา จะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชนได้ โอกาสนี้ ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ อาทิ ปตท. โออาร์ พีที และบางจาก ยืนยันในที่ประชุมฯ ว่าสต็อกน้ำมันของประเทศยังมีเพียงพอ พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการการขนส่งและการเติมน้ำมันในบางสถานีบริการอย่างเหมาะสมเท่านั้น
ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงโอกาสทางการค้าของไทยท่ามกลางวิกฤต ขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง จึงเสนอให้พิจารณาหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเปิดโอกาสให้เรือสินค้าจากไทย หากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคกลับมายังประเทศไทยได้ด้วย
ขณะที่ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ชี้แจงกรณีการเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วประเทศยังดำเนินการได้ตามปกติ และตลอดกว่า 2 สัปดาห์ที่เกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยยังไม่เคยประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยความกังวลที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการซื้อน้ำมันในปริมาณมากเพื่อกักตุน รวมถึงข่าวสารที่คลาดเคลื่อนในสื่อออนไลน์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการพลังงานเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังสามารถจัดหาน้ำมันและก๊าซจากหลายแหล่งทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดวิกฤตพลังงานในระยะใกล้
ก่อนเสร็จสิ้นการประชุม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเพิ่มขึ้น โดยบางช่วงการขนส่งน้ำมันได้รับผลกระทบ และประเทศมหาอำนาจเริ่มหารือมาตรการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการเจรจากับอิหร่านเพื่อให้เรือสินค้าสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย
กรณีเรือสินค้ามยุรีนารี ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 บริษัทเจ้าของเรือได้เคลื่อนย้ายลูกเรือจำนวน 20 คน ออกจากเมืองคาซับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางถึงกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อค่ำวานนี้ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และลูกเรือทั้งหมดมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันนี้ และคาดว่าจะถึงประเทศไทยในวันนี้ (16 มี.ค.69)
อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเร่งช่วยเหลือลูกเรือต่อไป
"ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลสถานการณ์พลังงานและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางในการจัดหาเชื้อเพลิงและสิ่งจำเป็นให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์โดยรวมยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติ" นายกรัฐมนตรี กล่าว.
You might be intertested in this news.
Mostview
"เลสลี่จาง" ชีวิต ความรัก ความลับ กับคำถาม ทำไมต้องเป็นแบบนี้?
ภายใต้ร่มเงาของความสำเร็จอันเจิดจ้าในฐานะซุปเปอร์สตาร์ระดับตำนานของเกาะฮ่องกง แววตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของ "เลสลี่ จาง" กลับซ่อนรากฐานของความเศร้าที่หยั่งลึกลงไปเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง ชีวิตของเขาเปรียบเสมือนบทกวีที่สวยงามแต่หม่นเศร้า ...
"ไทยคม 4" จะตกลงสู่โลก 31 ก.ค.นี้ ปิดตำนาน ยักษ์บรอดแบนด์ดวงแรกของโลก
เตรียมปิดตำนาน ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ IPSTAR ที่รับใช้ชาติมานานกว่าสองทศวรรษ กำลังจะหมดอายุทางวิศวกรรมและตกจากวงโคจรในช่วงปลายเดือน ก.ค.69 นี้ ด้านกสทช. ไฟเขียวใช้ดาวให้โอนย้ายสัญญาณฝากดาวเทียมเกาหลี ขัดตาทัพก่อน รอยิง "ไทยคม 9" มั่นใจไม่กระทบผู้ใช้งาน
รีวิวหนัง ‘เห้งเจียแจ๊ส’ ฮาไหลลื่น แต่ตือโป๊ยก่าย “โหน่ง” เด่นกว่า
“เห้งเจียแจ๊ส” หนังไซอิ๋ว แบบ ไทยๆ ที่เนื้อเรื่องหลัก จะกลายเป็นชีวิตครอบครัวของ “ตือโป๊ยก่าย” มากกว่า โดยผสมผสาน ทั้งการต่อสู้ อภินิหาร การใช้ชีวิตครอบครัว
อ.เชน ชูวิสัยทัศน์ “Green Transformation” พลิกวิกฤติเศรษฐกิจสู่ Net Zero
อว. ยุคใหม่เปลี่ยนเกม! "อ.เชน" แจงยุทธศาสตร์ฉีกตำราวิจัยแบบเดิม เลิกทำตามถนัดต้องทำตามโจทย์ประเทศ ชู "ยืนบนไหล่ยักษ์" ต่อยอดเทคโนโลยีระดับโลก ปั้น Wellness Economy และอุตสาหกรรมอวกาศเป็นเครื่องยนต์ใหม่ ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2030
ททท. PEA และ โลตัส เปิดแคมเปญ “Amazing Green Journey” หนุนท่องเที่ยวสีเขียว
ททท. จับมือ กฟภ. และโลตัส เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Amazing Green Journey เที่ยวไทยสายกรีน แลกพอยท์ฟิน กินเที่ยวฟรี” ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืน โดยนักท่องเที่ยวสามารถ สะสม Green Points แลกรับสิทธิประโยชน์เพียบ เริ่ม 1 พ.ค.2569 นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง