เจาะลึกอาหารอวกาศของ Artemis 2 ตลอด 10 วันสู่ดวงจันทร์แต่ละมือแต่ละเดย์
by Trust News, 3 เมษายน 2569
ภาพประกอบจากการสร้างโดย AI
กินเพื่ออยู่สุดท้าทาย! เจาะคลังเสบียง 189 รายการของลูกเรือ Artemis 2 บนยาน Orion กับข้อจำกัดสุดหิน 'น้ำ' มี 240 ลิตร และผลิตเพิ่มจากระบบพลังงานไม่ได้เหมือนยุคอดีต ต้องบริหารอาหารทุกแคลอรี่และน้ำทุกหยดให้คุ้มที่สุด กับการเดินทางในอวกาศไกลที่สุดในรอบ 50 ปี
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวของ Space Food หรือ อาหารอวกาศ ที่ถูกส่งไปพร้อมกับยาน Orion ในภารกิจ Artemis II สำหรับนักบินอวกาศทั้ง 4 นาย ในการรับประทานเพื่อยังชีพตลอดการเดินทาง 10 วันตั้งแต่เดินทางสู่อวกาศ ไปวนรอบดวงจันทร์ และกลับสู่พื้นโลก โดยอาหารทุกมื้อ ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนสุขภาพ และสมรรถภาพของนักบินอวกาศตลอดการเดินทางรอบดวงจันทร์ เนื่องจากภารกิจนี้ไม่มีการส่งเสบียงเพิ่มเติม ไม่มีตู้แช่แข็ง และไม่สามารถบรรจุของสดเพิ่มเติมในวินาทีสุดท้ายก่อนปล่อยยานได้
ขณะที่น้ำเพื่อการบริโภคของลูกเรือทุกคน ถูกบรรจุในแทงก์พิเศษของส่วนบริการ ESM ของยานโอไรออนรวม 240 ลิตร ไม่มีให้เติมในอวกาศเหมือนกับการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ รวมทั้งไม่มีระบบกลั่นน้ำจากเหงื่อและฉี่ รวมทั้ง ระบบเซลล์พลังงานรุ่นเก่าสมัยยานอะพอลโล ที่ใช้หลักการ คือ การนำ ไฮโดรเจนเหลว (H2) มาทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนเหลว (O2) ผลลัพธ์ที่ได้ คือ กระแสไฟฟ้า สำหรับใช้บนยาน และ "ของแถม" เลอค่าคือ น้ำบริสุทธิ์ (H2O) แต่บนโอไรออนเปลี่ยนระบบกำเนิดพลังงานมาจาก แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Wings) จำนวน 4 แผงที่กางออกมาเป็นรูปกากบาททำให้ไม่มีน้ำในกระบวนการอีกต่อไป ดังนั้นต้องใช้ให้คุ้มค่า
ขณะเดียวกัน มื้ออาหารทั้งหมดจึงต้องถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถันเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย เก็บรักษาได้นาน (Shelf-stable) เตรียมง่าย และรับประทานได้สะดวกภายในพื้นที่จำกัดของยาน โดยเมนูอาหารเหล่านี้พัฒนาขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอวกาศ และเหล่านักบินอวกาศ เพื่อปรับสมดุลระหว่างความต้องการแคลอรี่ การรักษาภาวะน้ำในร่างกาย และสารอาหารที่ครบถ้วน โดยยังคำนึงถึงความชอบส่วนบุคคลของนักบินแต่ละท่านด้วย
ปัจจัยในการเลือกอาหาร ของอาเทมิส 2 และการทำให้ทุกมื้อปลอดภัย
การคัดเลือกอาหารต้องคำนึงถึงอายุการเก็บรักษา ความปลอดภัย สารอาหาร ความชอบของนักบิน และต้องสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านน้ำหนัก ปริมาตร และพลังงานของยาน Orion อาหารต้องเตรียมง่ายในสภาวะไร้น้ำหนัก ต้องไม่เกิดเศษอาหาร (Crumbs) กระจายออกมา และต้องคงสภาพได้ดีตลอดภารกิจ โดยนักบินได้ร่วมให้ข้อมูลและทดลองชิมก่อนที่จะมีการบรรจุอาหารลงยานจริง
องค์ประกอบของอาหาร แต่ละมื้อแต่ละเดย์ เป็นอย่างไร?
ในวันปฏิบัติภารกิจปกติ (ยกเว้นช่วงปล่อยตัวและช่วงกลับเข้าสู่โลก) นักบินจะมีตารางเวลาสำหรับมื้อเช้า กลางวัน และเย็น นักบินแต่ละท่านจะได้รับเครื่องดื่มแต่งกลิ่นรส 2 ซองต่อวัน (รวมถึงกาแฟ) ซึ่งปริมาณเครื่องดื่มมีจำกัด เนื่องจากข้อจำกัดด้านน้ำหนักบรรทุก (Upmass) ที่สำคัญ คือ ไม่มีอาหารสด ในภารกิจนี้ เนื่องจากยาน Orion ไม่มีระบบทำความเย็น การใช้ชื่ออาหารที่เก็บรักษาได้นานในอุณหภูมิห้องจึงช่วยเรื่องความปลอดภัย ลดความยุ่งยาก และป้องกันเศษอาหารฟุ้งกระจายในสภาวะไมโครกราวิตี้
เมนูของ Artemis II ต่างจากของนักบินอวกาศยุค Apollo หรือ ที่รับประทานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) อย่างไร เพื่อตอบคำถามนี้เราเมื่อต้องนึกย้อนกลับไป ก็จะพบว่าเมนูอาหารในปัจจุบันสะท้อนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอาหารอวกาศนับทศวรรษ
ยุค Apollo เทคโนโลยีเริ่มแรก (ค.ศ. 1960s-1970s) มีความหลากหลายน้อยมาก อาหารนักบินอวกาศตอนนั้น เน้นความสะดวก ปลอดภัย และน้ำหนักเบาเป็นหลัก โดยพัฒนาจากอาหารกึ่งเหลวในหลอดบีบมาเป็นอาหารแห้งคืนรูป (Rehydratable) ที่เติมน้ำร้อนได้ และอาหารอัดก้อน (Cube) เคลือบเจลาตินเพื่อลดเศษอาหารลอยในยาน รสชาติมักเข้มข้นจัดจ้าน เพื่อแก้ปัญหาต่อมรับรสเพี้ยนในภาวะไร้น้ำหนัก ในช่วงท้ายโครงการเริ่มมีเมนูที่หลากหลายขึ้น เช่น กุ้งค็อกเทล (แบบแห้ง) ขนมปังปิ้ง และกาแฟ
กระสวยอวกาศ (Space Shuttle) (ค.ศ. 1980s-2000s)เริ่มมีเมนูหลากหลายขึ้นและการเตรียมอาหารบนยานที่ดีขึ้น พัฒนาจากหลอดบีบแบบยุคแรก มาเป็นอาหารที่หลากหลายขึ้น เช่น ฟรีซดราย (Freeze-dried), อาหารกึ่งแห้ง และอาหารธรรมชาติบรรจุถุงสุญญากาศ เมนูมีหลากหลายกว่า 200 รายการ เช่น แซลมอน, กุ้ง, ไก่คั่ว, และผลไม้ รวมทั้งมีเครื่องปรุงรสจำพวกซอสต่างๆ บรรจุเป็นซอง ซึ่งต้องเติมน้ำร้อนหรือกินได้เลย โดยบนยานจะมีเครื่องจ่ายน้ำร้อน/เย็นสำหรับเติมลงในถุงอาหารแห้ง (Rehydratable food) เช่น ซุป, กาแฟ, หรือนมแห้ง เพื่อป้องกันเศษอาหารลอยในสภาวะไร้น้ำหนัก และมักมีรสจัดเนื่องจากต่อมรับรสทำงานลดลง ยุคนี้มีการทดลองนำน้ำอัดลมใส่กระป๋องขึ้นไปอวกาศด้วย
สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ยุคโมเดิร์น (1996-Now) ได้เปรียบตรงที่มีการส่งเสบียงสดใหม่ไปให้เป็นระยะ มีตู้เย็นที่ใช้เก็บวัตถุดิบ ของสด ช่องแช่แข็งสำหรับอาหารแช่แข็ง นอกจากนี้ด้วยการที่มีเที่ยวบินส่งเสบียงตลอด จึงมีการกำหนดเมนูไว้ล่วงหน้ารวมทั้ง อากาศพิเศษ ในเทศกาลสำคัญ และวันเกิด เช่น พิซซ่า ไอศกรีม บะหมี่คัพนูเดิล รวมทั้งตัวเลือกเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ชา กาแฟ หรือ ไก่อวกาศซีพีก็ได้ ทั้งนี้ อาหารที่นำขึ้นไปบน ISS จะแบ่งเป็น 3 แบบ ได้แก่
อาหารที่ต้องเติมน้ำ (Rehydratable): เช่น ซุป, ข้าว, บะหมี่, มันบด, นม, กาแฟ, ชาเขียว
อาหารพร้อมทาน (Natural Form): เช่น แครกเกอร์, ถั่ว, ผลไม้แห้ง, คุกกี้, แป้งตอร์ติญา (ได้รับความนิยมเพราะไม่มีเศษขนมปัง) บรรจุในซองพลาสติกกินได้เลย
อาหารกระป๋อง/ผ่านความร้อน (Thermostabilized): เช่น อาหารปรุงสำเร็จบรรจุซองหรือกระป๋อง เช่น ปลาแซลมอน, เนื้อวัว
ส่วนเครื่องปรุง ยุคนี้ ใช้ซอสพริกทาบาสโค , ซอสมะเขือเทศ, มัสตาร์ด ในรูปแบบซองบีบ เนื่องจากรสชาติอาหารในอวกาศจะเบาบางลง
ยุค Artemis II ประสบการณ์จาก ISS มาใช้ออกแบบอาหาร เมนูอาหารที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าทั้งหมด (Fixed Menu) ออกแบบมาเพื่อยานอวกาศที่เป็นระบบปิดสมบูรณ์ และไม่มีการส่งเสบียงเติมระหว่างทาง บรรจุลงซองพลาสติกเก็บใส่คลังเสบียงอาหาร เช่น มื้ออาหารหลัก จะมีแป้งตอร์ติญา (อาหารประเภทแป้งที่สำคัญ), เนื้อวัวบริสเก็ตบาร์บีคิว (BBQ Beef Brisket), ไส้กรอกอาหารเช้า, มะกะโรนีอบชีส, และควิชผัก เครื่องเคียง ได้แก่ สลัดมะม่วง, ถั่วรวม, และกราโนล่าผสมบลูเบอร์รี่ ส่วน ของหวาน เช่น คุกกี้, เค้ก, ช็อกโก้ และพุดดิ้งรสชาติต่างๆ ทั้งหมดถูกจัดหมวดหมู่ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อความหลากหลายและโภชนาการที่ครบถ้วน
เรื่องรสชาติก็เป็นส่วนสำคัญที่จะบำรุงขวัญกำลังใจ ในกล่องเสบียง นอกจากอาหาร 3 กลุ่มยังมีเครื่องปรุงเช่น ซอสเผ็ด (Hot Sauces) มีการนำไปถึง 5 ชนิด เพื่อช่วยกระตุ้นรสชาติอาหาร เมเปิลไซรัป, เนยถั่ว, ซอสช็อกโกแลต, มัสตาร์ดรสเผ็ด, และน้ำผึ้ง
วูทยูว์ไลค์ซัมดริงค์ คอฟฟี่?
กาแฟร้อนไหมครับ หัวใจหลักของลูกเรือ (มีการเตรียมไปถึง 43 ถ้วยสำหรับ 4 คน) นอกจากกาแฟ แล้วก็ยังมี ชาและสมูทตี้ เช่น ชาเขียว, สมูทตี้มะม่วง-พีช เพื่อทำให้สดชื่น ที่ขาดไม่ได้ คือ เครื่องดื่มฟื้นฟู เมื่อเหนื่อยล้า เช่น เครื่องดื่มโกโก้, น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ และเครื่องดื่มรสวานิลลาสำหรับมื้อเช้า
เปิดโอกาสนักบินอวกาศมีส่วนร่วมในการเลือกอาหาร
นักบินมีส่วนร่วมโดยตรงครับ พวกเขาได้ทดลองชิม ให้คะแนน และประเมินอาหารทุกชนิดในเมนูมาตรฐานระหว่างการทดสอบก่อนบิน ความชอบของพวกเขาจะถูกนำมาปรับให้เข้ากับความต้องการทางโภชนาการและขีดความสามารถของยาน โดยอาหารสำหรับนักบินแต่ละคนในระยะเวลา 2-3 วันจะถูกบรรจุรวมกันในกล่องเดียว เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการเลือกหยิบทานระหว่างทำภารกิจ
เมนูอาหารในแต่ละช่วงของภารกิจ (ปล่อยตัว-เดินทาง-กลับโลก) ต่างกันอย่างไร?
เมนูจะปรับตามความสามารถในการเตรียมอาหารของยานในแต่ละช่วง เช่น อาหารประเภท Freeze-dried (ฟรีซไดราย) ที่ต้องผสมน้ำร้อนจากเครื่องจ่ายน้ำของยาน Orion จะไม่สามารถทานได้ในช่วงปล่อยตัวหรือลงจอด ดังนั้นอาหารในช่วงวิกฤตเหล่านั้นจึงต้องเป็นประเภท พร้อมทาน (Ready-to-eat) ที่ไม่ต้องปรุงเพิ่ม
วิธีการเตรียมอาหารบนยาน Orion ทำอย่างไร
อาหารบนยานมีทั้งแบบพร้อมทาน, แบบต้องผสมน้ำ (Rehydratable), แบบผ่านความร้อนสูง (Thermostabilized) หรือแบบผ่านการฉายรังสี (Irradiated) โดยนักบินจะใช้เครื่องจ่ายน้ำดื่มเพื่อผสมอาหารและเครื่องดื่ม และมี เครื่องทำความร้อนขนาดกะทัดรัด (รูปทรงคล้ายกระเป๋าเอกสาร) สำหรับอุ่นมื้ออาหารตามต้องการ
ความท้าทายในการออกแบบอาหาร สำหรับยาน Orion คืออะไร
ความท้าทายคือการรักษาสมดุลระหว่าง "โภชนาการ-ความปลอดภัย-ความชอบ" ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดเรื่องน้ำหนัก และพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ต้องใช้ร่วมกัน การเตรียมอาหารต้องเรียบง่ายที่สุด ไม่รบกวนการปฏิบัติงานของนักบินหรือระบบควบคุมของยานอวกาศ
NASA ไม่ได้เน้นแค่ "ความอิ่ม" แต่เน้น "ความยืดหยุ่น" (Flexibility)
การกินอาหารซ้ำเดิมในพื้นที่ปิดตายตัว 10 วัน อาจทำให้นักบินเบื่ออาหารและส่งผลต่อสุขภาพได้ ดังนั้นอาหารสำหรับนักบินแต่ละคนใน 2-3 วันจะถูกบรรจุรวมกันในกล่องเดียว การมีรายการอาหารถึง 189 อย่าง ช่วยให้นักบินสามารถเลือก "จับคู่" เมนูในแต่ละมื้อแต่ละเดย์ ได้ตามความต้องการหน้างาน (เช่น วันนี้อยากกินเนื้อกับซอสเผ็ด หรือพรุ่งนี้อยากกินตอร์ตียากับเนยถั่ว) ดังนั้น 189 รายการ คือ "คลังเสบียงทั้งหมด" ที่ผ่านการคำนวณมาแล้วว่าพอดีกับพื้นที่ น้ำหนัก และความพึงพอใจของนักบินทั้ง 4 คน เพื่อให้ภารกิจ 4 แสนกิโลเมตรนี้ไม่มีคำว่าหิวและเราต้องรอด.
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิว “แพนด้าเด้งยกกำลังฟัด” หนังสำหรับคนรัก “เฉินหลง”
เคยดูภาคแรกมาแล้ว สำหรับ Panda Plan : The Magical Tribe หรือในชื่อไทย “แพนด้าเด้งยกกำลังฟัด”
วงการบันเทิงอาลัย ‘เฉลา ประสพศาสตร์’ เสียชีวิตด้วยโรคชรา วัย 98 ปี
วันที่ 6 เม.ย. เพจดาราภาพยนตร์ โพสต์อาลัย ศิลปินอาวุโส คุณยายเฉลา ประสพศาสตร์ ได้เสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยโรคชรา ในวัย 98 ปี...
WE GOT THEM! สหรัฐฯ ช่วย 2 นักบินสำเร็จ แลกระเบิดเครื่องบิน-ฮ. ทิ้งรักษาความลับ
สหรัฐฯ ทำภารกิจกู้ภัยกลางสนามรบ (CSAR) ช่วย 2 นักบิน F-15E สำเร็จ หลังแทรกซึมหลังแนวข้าศึก แต่ต้องยอมเสีย MC-130J และฮ.ลิตเติลเบิร์ดทิ้งรวม 3 ลำ ให้เดลต้าฟอร์ซระเบิดทิ้ง ตัดหน้าอิหร่านป้องกันเทคโนโลยีรั่วไหล ลบอดีตที่ล้มเหลวใน Operation Eagle Claw ปี 1980
ซีรีส์ใหม่ “จางหลิงเฮ่อ” The Road to Glory กับการโคจรมาเจอ “เติ้งข่าย”
เจาะลึกโปรเจกต์ยักษ์ "The Road to Glory" การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ "จางหลิงเฮ่อ" และโปรเจกต์ที่แฟนชาวไทยห้ามพลาด....
แนะนำหนังสือ อีบุ๊ก นิยาย น่าอ่านดับร้อนเมษายน 69
สำหรับคอลัมน์ “แนะนำหนังสือเดือนเมษายนนี้ เรายังคงเอาใจแฟนๆ นิยาย อีบุ๊กอีกเช่นเคย ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ไล่เรียงกันมาเลย!!...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง