วันศุกร์, เมษายน 17, 2569

บทเรียนจาก Artemis II ความสามัคคี พลังอันยิ่งใหญ่ เมื่อคนบนโลกร่วมใจกัน

by Trust News, 17 เมษายน 2569

ถอดบทเรียนล้ำค่าจาก 4 นักบินอวกาศในภารกิจ Artemis 2 กับการใช้ชีวิตร่วมกันตลอด 10 วัน เบื้องหลังการเดินทางที่ไม่มีในตำรา ตั้งแต่แรงกระแทกสุดระทึกเมื่อทะยานขึ้นฟ้า ปัญหาท่อระบายห้องน้ำอวกาศที่คาดไม่ถึง และภาพโลกกับดวงจันทร์เปลี่ยนมุมมองชีวิตไปตลอดกาล

เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา NASA ได้จัดงานแถลงข่าว เพื่อสรุปผลงานเกี่ยวกับภารกิจ Artemis II ซึ่งเป็นการส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี โดย 4 นักบินอวกาศที่เดินทางไปกับยานโอไรออน อินทิกริตี้ (Integrity) เพื่อวนรอบดวงจันทร์ ซ้ำรอบการเดินทางของอะพอลโล 8 และ ทำลายสถิติการที่มียานอวกาศพร้อมมนุษย์ เดินทางไปไกลจากโลกมากที่สุดของ อะพอลโล 13 ตลอดระยะเวลา 10 วันในการเดินทางกว่า 212,000 ไมล์

ความรู้สึกหลังจบภารกิจ จากใจนักบินอวกาศ

ผู้บังคับการยานอินทิกริตี้ รีด ไวส์แมน (Reid Wiseman) กล่าวว่า ภารกิจนี้คือการผจญภัยที่เหลือเชื่อ และทำให้ลูกเรือผูกพันกันเหมือนครอบครัว โดยเขากล่าวว่า "เราเดินทางไปในฐานะเพื่อน และกลับมาในฐานะเพื่อนรัก" เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตลอด 10 วัน มีบางครั้งที่เขาหลุดโฟกัสจากงาน (Out of integrity) เพราะมัวแต่หลงใหลในความสวยงามของอวกาศ แต่ลูกเรือคนอื่นๆ ก็จะคอยดึงเขากลับมาเสมอ ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งที่สุดสำหรับเขาคือการเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาซ้อนหลังดวงจันทร์ ซึ่งเป็นภาพที่เหนือจินตนาการจนเขารู้สึกว่ามนุษยชาติยังไม่พร้อมที่จะทำความเข้าใจความยิ่งใหญ่นั้น และประสบการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้เขาถึงกับร้องไห้ออกมาเมื่อได้พบกับอนุศาสนาจารย์ของกองทัพเรือหลังกลับถึงโลก นอกจากนี้ เขายังชื่นชมสมรรถนะของยานอวกาศ Orion ว่ายอดเยี่ยมมากจนรู้สึกปลอดภัย และพร้อมสำหรับภารกิจต่อไปในทันที

ด้าน คริสติน่า ค็อก (Christina Koch) ผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ กล่าวว่า คริสติน่ารู้สึกทึ่งกับมุมมองที่เปลี่ยนไป เธอเล่าว่าอวกาศทำให้เธอสัมผัสได้ถึง ความรู้สึกที่มนุษย์เราดูเล็กจ้อยและเปราะบางอย่างเหลือเชื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเมื่อมนุษย์ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ในด้านชีวิตประจำวัน เธอเล่าเรื่องน่ารักๆ ว่าหลังจากกลับถึงโลก เธอเผลอปล่อยเสื้อในอากาศเพราะความเคยชินว่ามันจะลอยได้ (เนื่องจากเธอเคยอยู่บนสถานีอวกาศนานถึง 328 วันในภารกิจก่อนหน้า) แต่สิ่งที่ทำให้เธอตื้นตันใจที่สุดคือการได้รับรู้จากครอบครัวว่า ภารกิจของพวกเธอได้สร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันโดยก้าวข้ามความแตกต่างใดๆ ซึ่งนั่นคือเป้าหมายสูงสุดที่พวกเธอต้องการ

วิกเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover) นักบิน ประจำภารกิจ กล่าวว่า ประทับใจกับทัศนียภาพของจักรวาลในมุมมองใหม่ เขาบรรยายว่า แสงสว่างและความแตกต่างของดวงดาวทำให้เขาสามารถมองเห็นความลึกของกาแล็กซีในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนและทำให้เขารู้สึกทึ่งอย่างมาก นอกจากนี้ เขายังพกสร้อยข้อมือที่ลูกสาวทำไว้ให้เมื่อหลายปีก่อนขึ้นไปด้วย ซึ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาในทุกๆ คืนที่เตรียมตัวเข้านอนในอวกาศ สำหรับช่วงเวลาขากลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก เขาเล่าถึงความรู้สึกสุดระทึก 5 วินาทีตอนที่ร่มชูชีพนำ (Drogues) ปลดออกว่า รู้สึกเหมือนกำลังกระโดดหันหลังลงจากตึกระฟ้า ก่อนที่ร่มชูชีพหลักจะกางออกอย่างงดงาม

ส่วน เจเรมี แฮนเซน (Jeremy Hansen) นักบินอวกาศชาวแคนาดา ในฐานะผู้ที่เดินทางขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรก เจเรมีให้มุมมองที่เต็มไปด้วยความหวัง เขาเล่าว่าเมื่อเขามองกลับมาที่โลก มันช่วยตอกย้ำความเชื่อของเขาที่ว่า โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์เราเป็นคนดีและต้องการทำดีต่อกัน ซึ่งภารกิจนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันของมวลมนุษยชาติ เจเรมียังเล่าถึงวินาทีระทึกตอนที่ยานส่วนบนทำการแยกตัว (Separation) ซึ่งมีเสียงดังสนั่นและมีแรงกระแทกมหาศาลจนตรึงทุกคนติดกับพื้นยาน ซึ่งเป็นแรงกระทำที่รุนแรงที่สุดตลอดภารกิจ เขาได้ทิ้งท้ายคำแนะนำให้แก่เยาวชนว่า จงอย่าทำเรื่องยิ่งใหญ่เพียงลำพัง ขอให้กล้าที่จะแบ่งปันเป้าหมายกับผู้อื่น แล้วจะพบว่ามีคนพร้อมสนับสนุนและผลักดันคุณให้ไปถึงเป้าหมายเสมอ

ถอดบทเรียนจากภารกิจ อาเทมิส 2 รีวิวยานโอไรออน

นักบินอวกาศทั้ง 4 คนต่างชื่นชมและประทับใจในประสิทธิภาพของยานโอไรออน (Orion) เป็นอย่างมาก



รีด ไวส์แมน ผู้บังคับการยาน กล่าวรีวิวอย่างจริงใจว่า ยานลำนี้สามารถควบคุมได้ดีเยี่ยมและบินได้ดีกว่าในเครื่องจำลองสถานการณ์ (Simulator) ในทุกๆ ด้าน จนเขาเปรียบเทียบว่ายานลำนี้ "บินได้ราบรื่นราวกับความฝัน" แม้จะมีปัญหาเรื่องอุณหภูมิห้องโดยสารที่หนาวเย็นเกินไปในช่วงสองวันแรก แต่ทีมงานบนโลกก็สามารถปรับตั้งค่าให้กลับมาอบอุ่นได้สำเร็จ นอกจากนี้ ในช่วงขากลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ยานก็รักษาสมดุลได้อย่างนุ่มนวล และแผงกันความร้อน (Heat shield) ก็ทำงานได้ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

ทั้งนี้ ผู้บังคับการยาน มีความมั่นใจในยานลำนี้มากจนกล่าวว่า หากนำยานโอไรออนสำหรับภารกิจ Artemis III ไปติดตั้งบนจรวดและทำการปล่อยตัวในวันพรุ่งนี้ ลูกเรือก็พร้อมและจะปลอดภัยอย่างแน่นอน

สำหรับประเด็นเรื่องห้องน้ำอวกาศ มีการเผชิญกับปัญหาจริงๆ แต่ไม่ได้เกิดจากตัวชักโครกโดยตรง รีดเน้นย้ำว่าตัวห้องน้ำนั้นออกแบบมาได้ยอดเยี่ยมและทำงานได้ดี แต่ปัญหาอยู่ที่ท่อระบายหลัก (Primary vent line) เกิดการอุดตัน ส่งผลให้หลังจากที่กดชักโครกแล้ว ของเหลวไม่สามารถไหลผ่านท่อระบายหลักออกไปได้ พวกเขาจึงมีข้อจำกัดโดยต้องสลับไปใช้ถังเก็บสำรอง ซึ่งสามารถรองรับการปัสสาวะได้ไม่ถึง 10 ครั้ง ก่อนที่จะต้องทำการปล่อยทิ้ง (Dump) เป็นเกล็ดน้ำแข็งออกสู่อวกาศห้วงลึก อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดความขัดข้องนี้ รีดก็ยังคงยกย่องทีมวิศวกรผู้สร้างห้องน้ำชิ้นนี้ว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและควรภูมิใจในผลงานของตนเอง

ชีวิตประจำวันในอวกาศ 

การนอนหลับในอวกาศ ในคืนแรกบนยาน พวกเขาต้องนอนในพื้นที่ส่วนการแพทย์ (Med bay) ซึ่งเตียงอยู่ห่างกันประมาณ 8 ฟุต คริสติน่ารู้สึกว่ามันห่างเหินเกินไป จึงขอให้เปิดม่านและดึงเตียงของทุกคนเข้ามาให้ใกล้กันมากขึ้น มีลูกเรือคนหนึ่งพูดติดตลกหลังจากกลับมาโลกว่า "ตอนนี้ฉันนอนหลับดีขึ้นมาก เพราะไม่มีรีด (ไวส์แมน) คอยเตะฉันจากข้างใต้อีกแล้ว" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแคบของพื้นที่พักผ่อน

คริสติน่า ค็อก เล่าว่าการนอนในอวกาศเป็นการนอนหลับที่ดีที่สุด สงบและสบายมากๆ แต่พอเธอกลับมาถึงโลก ในช่วงแรกๆ ที่ตื่นนอน เธอมักจะสับสนและคิดว่าตัวเองยังลอยตัวอยู่ในอวกาศอยู่เลย  

นอกจากนี้ รีด ไวส์แมน ยังเล่าถึงโมเมนต์ก่อนนอนทุกๆ คืนที่เขาจะเตรียมตัวเข้าถุงนอนและมองสร้อยข้อมือที่ลูกสาวทำให้ ซึ่งช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจเขาได้ดีมาก

การจัดการเรื่องอาหาร

สำหรับการกินอาหารไม่ใช่เวลาส่วนตัว (Me time) แต่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ลูกเรือทั้ง 4 คนต้องมาทำและกินร่วมกันเป็นทีมเสมอ

รีด ได้สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บว่า เมื่อคุณต้องการหยิบอาหารมื้อเที่ยงออกมาจากกระเป๋า คุณจำเป็นต้องคุ้ยค้นผ่านสิ่งของอื่นๆ นับพันชิ้นกว่าจะเจอ ซึ่งทำให้การกินอาหารในวันที่ยุ่งเหยิงกลายเป็นเรื่องที่ยากและทุลักทุเลพอสมควร และเป็นสิ่งที่พวกเขาแนะนำให้ปรับปรุงในภารกิจหน้า

การทำงานกับแก๊ดเจ็ต อุปกรณ์สื่อสาร และกล้องถ่ายรูป

การตั้งค่ากล้องถ่ายรูปสุดหิน: พวกเขาใช้กล้องถ่ายรูปในการทำงานอย่างจริงจัง เช่น คริสติน่าใช้ถ่ายภาพและวิดีโอของยานส่วนบน (Upper stage) และรีดใช้ความพยายามอย่างมากในการปรับตั้งค่ากล้อง (Adjustments) หลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้ภาพถ่ายของโลกที่มองเห็นแสงเหนืออย่างงดงาม ซึ่งเพื่อนลูกเรือต่างชื่นชมในความพยายามนี้

หูฟัง (Headset) สื่อสารกับครอบครัว: แม้จะไม่มีมือถือ แต่พวกเขาใช้ระบบสื่อสารพร้อมหูฟังเพื่อโทรพูดคุยกับครอบครัวแบบส่วนตัวคนละ 15 นาที (ได้โควตาคนละ 2 ครั้งตลอดภารกิจ) รีดเปรียบเทียบว่าเมื่อสวมหูฟัง มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกเทเลพอร์ตกลับมายังโลกชั่วคราว และเมื่อถอดหูฟังออกก็เหมือนถูกดึงกลับมายังอีกจักรวาลหนึ่งบนยาน ซึ่งการได้ยินเพื่อนลูกเรือหัวเราะและพูดคุยกับครอบครัว เป็นโมเมนต์ที่ซาบซึ้งใจจนลูกเรือทุกคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ความรู้สึกเมื่อได้เห็นโลก และดวงจันทร์จากอวกาศ 

การได้กลับไปโคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี มอบประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงมุมมองของเหล่านักบินอวกาศอย่างลึกซึ้ง โดยพวกเขาได้บรรยายความรู้สึกเมื่อมองเห็นดวงจันทร์และโลกในมุมของคนที่ได้ไปเห็นด้วยตาเนื้อไว้ ดังนี้

วิกเตอร์ โกลเวอร์ เผยว่าภาพที่ดึงดูดความสนใจเขามากที่สุดคือ การมองเห็นมิติความลึกของกาแล็กซี ดวงดาว ดวงจันทร์ และโลก ในรูปแบบ 3 มิติอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกและน่าทึ่งมากสำหรับเขา

รีด ไวส์แมน เล่าถึงวินาทีที่ได้เห็นปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ถูกบดบังอยู่เบื้องหลังดวงจันทร์ว่า เป็นภาพที่ดูเหนือโลกและมหัศจรรย์อย่างยิ่ง จนเขารู้สึกว่ามนุษยชาติยังไม่ได้วิวัฒนาการมากพอที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าได้เลย

ในจังหวะที่ยานเดินทางห่างออกไป พวกเขาสามารถมองเห็นโลกได้ทั้งใบจากขั้วโลกเหนือจรดขั้วโลกใต้ ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ตระการตาที่สุด พวกเขายังบรรยายความรู้สึกว่าภาพของโลกที่มองเห็นจากหน้าต่างยานนั้นดูราวกับว่าโลกกำลังส่งยิ้มมาให้

เมื่อมองกลับมาที่โลก นักบินอวกาศต่างสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งกันในตัวเอง โดยพวกเขารู้สึกว่ามนุษย์เรานั้นเล็กจ้อยและเปราะบางอย่างเหลือเชื่อ เมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่เมื่อตระหนักว่ามนุษยชาติสามารถร่วมมือกันทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้ ภาพถ่ายโลกจากระยะไกลที่บันทึกไว้ในภารกิจนี้ ซึ่งสามารถมองเห็นแสงเหนือได้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาต้องการใช้สื่อสารเพื่อตอกย้ำให้เห็นว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะพวกเราทุกคนร่วมมือกัน.


You might be intertested in this news.

Mostview

สลด! อดีต ปธ.บริษัทโลจิสติก ยิงลาโลกพร้อมภรรยา ทิ้งจดหมายสั่งเสีย

เหตุสลด อดีตประธาน บริษัทโลจิสติก ชื่อดัง ลั่นไกยิงภรรยา ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตทั้งคู่ คาบ้านพักหรูย่านบางชัน พบจดหมายสั่งเสียวางไว้บนโต๊ะ...

รีวิว “แพนด้าเด้งยกกำลังฟัด” หนังสำหรับคนรัก “เฉินหลง”

เคยดูภาคแรกมาแล้ว สำหรับ Panda Plan : The Magical Tribe หรือในชื่อไทย “แพนด้าเด้งยกกำลังฟัด”

รีวิวหนัง Lee Cronin’s The Mummy เล่นกับความน่าเกลียด น่ากลัว ได้ดี

หากเป็นหนังสยองขวัญ เกี่ยวโยงกับประเทศ “อียิปต์” ส่วนมาก หนีไม่พ้นเรื่องราวเกี่ยวกับ “มัมมี่”....

ปู ไปรยา โพสต์ภาพ IG แซ่บ เล่นน้ำสงกรานต์ที่ไหนดี?

เรียกว่า โพสต์แซ่บ รับวันสงกรานต์ สำหรับ นางเอกสาวโกอินเตอร์ "ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก" ที่ล่าสุด ทำ IG ทะลุจุดเดือดยิ่งกว่าเดือนเมษายน

เปิดลิสต์ 6 ผลงาน ‘ตี๋ลี่เร่อปา’ เจ้าหญิงแห่งแดนมังกร

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพ และผลงานระดับแม่เหล็ก ไม่ว่าจะปรากฏในบทบาทไหนก็เรียกกระแสแฟนได้ยาวนานต่อเนื่อง สมฉายา “เจ้าหญิงแห่งแดนมังกร” อย่าง “ตี๋ลี่เร่อปา”...

TrustNEws Line