วันอังคาร, พฤศจิกายน 3, 2569

F-102 Delta Dagger ไอพ่นพิทักษ์น่านฟ้า กับเสี้ยวหนึ่งยุคสงครามเย็นที่ดอนเมือง

by Trust News, 18 เมษายน 2569

รู้หรือไม่? ครั้งหนึ่ง "ฐานบินดอนเมือง" เคยมีเขี้ยวเล็บที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐฯ มาวางกำลังสกัดกั้นภัยคอมมิวนิสต์ เปิดตำนาน F-102 Delta Dagger เคยมาอยู่เมืองไทยเป็นเสี้ยวหนึ่งของยุคสงครามเย็น และร่วมสงครามเวียดนาม เป็นประวัติศาสตร์เล็กๆ ที่เกิดขึ้น

ในบรรดาเครื่องบินรบที่เคยมาวางกำลังในประเทศไทยช่วงสงครามเย็น F-102 Delta Dagger หรือที่นักบินขนานนามว่า "The Deuce" ถือเป็นเครื่องบินที่มีรูปทรงโดดเด่นที่สุดลำหนึ่ง ด้วยปีกสามเหลี่ยม (Delta Wing) ขนาดใหญ่และลำตัวที่คอดกิ่วแบบ "ขวดโค้ก" มันคือสัญลักษณ์ของเทคโนโลยีสกัดกั้นระดับสูงสุดที่สหรัฐฯ ส่งมาเพื่อคุ้มครองน่านฟ้าไทยในวันที่ลมมรสุมแห่งคอมมิวนิสต์เริ่มพัดปกคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Operation Bell Tone เข้าถ้ำพยัคฆ์พิทักษ์น่านฟ้ากรุงเทพฯ

ย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษที่ 60 (พ.ศ. 2504-2505) สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และเวียดนามเริ่มวิกฤติ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงตัดสินใจยกระดับความช่วยเหลือทางทหารแก่ประเทศไทยเพื่อป้องปรามการรุกรานทางอากาศ ภายใต้รหัสปฏิบัติการ "Operation Bell Tone" ย้อนเวลากลับไปสู่ทศวรรษที่ 60 ในวันที่สนามบินดอนเมืองไม่ได้มีแค่เครื่องบินพาณิชย์ แต่คือฐานที่มั่นสำคัญของฝูงบินสกัดกั้นความเร็วเหนือเสียงที่ กองทัพอากาศสหรัฐฯ วางกำลังไว้เพื่อป้องกันชาติพันธมิตรในภูมิภาคอินโดจีน

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2505 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้เคลื่อนย้ายฝูงบินขับไล่สกัดกั้นที่ 509 (509th FIS) จากฐานทัพอากาศคลาร์กในฟิลิปปินส์ มุ่งหน้าสู่ ฐานทัพอากาศดอนเมือง เพื่อรับช่วงต่อจากเครื่องบิน F-100 Super Sabre การมาถึงของ F-102 ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสับเปลี่ยนกำลัง แต่มันคือการนำ "ระบบอาวุธนำวิถี" ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นมาวางกำลังในเมืองไทย ที่ฐานทัพอากาศดอนเมือง อยู่ร่วมกับฝูงบินป้องกันพระนคร ที่กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคความเร็วเหนือเสียง จากเครื่องบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-86 เอฟ เซเบอร์เจ็ต มาเป็น เอฟ-5 เอ/บี ฟรีดอมไฟท์เตอร์ ที่ทันสมัยที่สุด (ตอนนั้น) ฝูงบินที่ 13 กองบินน้อย 1 (ก่อนเปลี่ยนเป็นกองบิน 1 แล้วย้ายไปโคราชในภายหลัง) ปัจจุบันที่ตั้งเดิม คือ ฝั่งตะวันตกของสนามบินดอนเมือง 

ภารกิจ Alert 5: 5 นาทีเพื่อความปลอดภัยของน่านฟ้า

ที่ดอนเมือง F-102 ต้องรับบทบาทหลักในภารกิจ Alert 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด นักบินและช่างเครื่องต้องเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยเครื่องบินจะต้องวิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ภายใน 5 นาที หลังจากสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เพื่อสกัดกั้นอากาศยานนิรนามที่อาจล่วงล้ำเข้ามาทางทิศตะวันออก

ในช่วงปลายของการประจำการ F-102 ยังได้ขยายขอบเขตการวางกำลังไปยัง ฐานทัพอากาศอุดรธานี เพื่อขยับเข้าใกล้พื้นที่ขัดแย้งมากขึ้น ทำหน้าที่คุ้มกันเครื่องบินสอดแนมและตรวจการณ์ที่ปฏิบัติภารกิจใกล้ชายแดน

เขี้ยวเล็บพกในอย่างเสือซ่อนเล็บ และภารกิจที่คาดไม่ถึง

จุดเด่นของ F-102 ที่ประจำการในไทย คือ เป็นเครื่องบินที่มีการเก็บอาวุธไว้ใน "ช่องเก็บอาวุธใต้ลำตัว" (Internal Weapons Bay) เพื่อลดแรงต้านอากาศ เมื่อปฏิบัติการ อุปกรณ์ยึดปล่อยจะพ่นขีปนาวุธ AIM-4 Falcon ออกมานอกลำตัวก่อนยิง โดยอาวุธหมัดหนักใช้น็อกฝูงบินทิ้งระเบิด คือ ขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ AIR-2 Genie นอกจากนี้ยังพกจรวดไม่นำวิถี 2.75 นิ้ว ไมตีเมาส์ ในท่อยิงที่อยู่ในบานประตูห้องเก็บอาวุธได้ด้วย ทั้งนี้ หลักนิยมของเครื่องบินขับไล่ยุคปลายทศวรรษที่ 50 ออกแบบเครื่องบินขจับไล่ที่เน้นการใช้มิสไซล์นำวิถี จึงไม่มีการติดปืนกลบนเครื่องบิน 

แม้จะถูกออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่ในสมรภูมิแถบอินโดจีนและเวียดนามนี้ F-102 กลับได้รับภารกิจที่แปลกไป เช่น การบินคุ้มกันฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 สตราโตฟอเทรส ที่บินเข้าทิ้งระเบิดในเขตเวียดนามเหนือ 

เนื่องจากไม่ค่อยมีเครื่องบินข้าศึกบุกเข้ามา นักบิน F-102 จึงถูกสั่งให้ทำภารกิจ "Direct Air Support" หรือโจมตีภาคพื้นดินในตอนกลางคืน โดยการใช้ระบบตรวจจับความร้อน และ มิสไซล์นำวิถีด้วยความร้อน AIM-4 Falcon ในการโจมตีภาคพื้นดินตอนกลางคืน  ตรวจจับความร้อนจากเครื่องยนต์ของรถลำเลียงพลของศัตรูบนเส้นทางโฮจิมินห์ หรือแสงไฟจากค่ายทหารเวียดกง ซึ่งเป็นวีรกรรมที่แปลกประการมากสำหรับเครื่องบินสกัดกั้นความเร็วสูง

วีรกรรมในสมรภูมิรบสุดท้ายของปีกเดลต้า

เนื่องจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ตัดสินใจการถอนกำลังฝูงบิน F-102 ออกจากภูมิภาคนี้ในปี พ.ศ. 2512 เพื่อนำเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ มาประจำการแทน ปิดตำนานเครื่องบินปีกเดลต้าที่เคยทำหน้าที่เป็น "ยามเฝ้าฟ้า" ให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย แต่มรดกของ Operation Bell Tone ยังคงเป็นประจักษ์พยานถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นและการเริ่มต้นยุคสมัยแห่งไอพ่นความเร็วสูงเหนือแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง

ตลอดช่วงเวลาที่ปฏิบัติการจากฐานบินในไทยและเวียดนาม F-102 มีสถิติที่น่าสนใจดังนี้ 

ในด้านการรบทางอากาศ ไม่เคยมีบันทึกการยิงเครื่องบิน MiG เวียดนามเหนือตก แม้จะมีการเผชิญหน้ากันหลายครั้ง เนื่องจากอาวุธและตัวเครื่องบินเอฟ-102 ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการดวลระยะประชิด (Dogfight)

การสูญเสียเอฟ-102 ในการรบกับมิก-21

ทอ.สหรัฐฯ สูญเสียเครื่องบิน F-102 รวมทั้งหมด 15 ลำ ในสมรภูมิเวียดนามนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากปืนต่อสู้อากาศยาน (AAA) อุบัติเหตุทางการบิน และการถูกทำลายบนพื้นดินจากความพยายามในการโจมตีฐานบินของกองกำลังเวียดกงในการโจมตีฐานทัพอากาศในเวียดนามใต้

มีเพียง 1 ลำ เท่านั้นที่ถูกยืนยันว่าสูญเสียจากการรบทางอากาศ ในปี พ.ศ. 2511 เครื่องบิน เอฟ-102 ที่มีนักบิน คือ รท. วอลเลซ วิกกินส์ (Lt. Wallace Wiggins) กำลังปฏิบัติหน้าที่บินคุ้มกันฝูงบินบี-52 ต่อมา เอฟ-102 จอง รท.วิกกินส์ ถูกเครื่อง MiG-21 ของเวียดนามเหนือยิงด้วยขีปนาวุธนำวิถีด้วความร้อน แต่ขีปนาวุธไม่ระเบิดทันที แต่ปักคาท่อท้ายของเอฟ-102 และนักบินพยายามบินกลับมายังฐานทัพในไทย แต่สุดท้าย เมื่อต้องหักเลี้ยวรุนแรงเพื่อหลบหลีกมิก เครื่องบินที่อยู่ในภาพแทบพิการก็สูญเสียการควบคุมตกกระแทกพื้นระเบิด ทำให้ รท.วอลเลซ วิกกินส์ เสียชีวิตในหน้าที่ 

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และถูกถอนกำลังออกจากประเทศไทยในช่วงปลายปี พ.ศ. 2512 เส้นทางของเจ้า "เดลต้าแดกเกอร์" ก็ก้าวเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการรับใช้ชาติบนแผ่นดินมาตุภูมิ ดังนี้ 

การโอนย้ายสู่กองกำลังพิทักษ์ชาติ (Air National Guard)

เครื่องบิน F-102 ส่วนใหญ่ที่ถอนกำลังออกมาจากแนวหน้า ไม่ได้ถูกปลดประจำการในทันที แต่ถูกส่งไปประจำการต่อในหน่วย กองกำลังพิทักษ์ชาติ (Air National Guard - ANG) ทั่วสหรัฐฯ เพื่อทำหน้าที่ป้องกันน่านฟ้าในแผ่นดินแม่ (Homeland Defense) ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากในขณะนั้นกองทัพอากาศหลัก (Active Duty) เริ่มเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินที่ทันสมัยกว่าอย่าง F-106A Delta Dart และ F-4E Phantom II

ภารกิจสุดท้ายในฐานะเป้าบิน (QM-102)

ในช่วงทศวรรษที่ 70 เมื่อเทคโนโลยีของเครื่องบินรุ่นใหม่ก้าวกระโดดไปไกล F-102 ที่เหลือจึงถูกนำมาดัดแปลงเป็น เครื่องบินไร้คนขับ (Drone) ภายใต้รหัส QM-102 เพื่อใช้เป็นเป้าบินที่มีความเร็วเหนือเสียง สำหรับฝึกซ้อมให้นักบินยุคหลังได้ฝึกยิงขีปนาวุธที่ทันสมัยอย่าง AIM-7 Sparrow และ AIM-9 Sidewinder ซึ่งถือเป็นการเสียสละหยาดเหงื่อสุดท้าย เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

การปลดประจำการอย่างเป็นทางการช่วยปลายทศวรรษที่ 70

หลังจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ปลดประจำการ F-102 ออกจากหน่วยรบหลักในช่วงต้นทศวรรษที่ 70 ทางกองกำลังพิทักษ์ชาติ (ANG)ก็รับมาทำหน้าที่ต่อจนถึงปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) ซึ่งเป็นปีที่ F-102 ลำสุดท้ายถูกปลดออกจากการประจำการในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม F-102 ยังคงมีการใช้งานต่อในกองทัพต่างชาติ เช่น กองทัพอากาศตุรกีและกรีซ ซึ่งใช้งานต่อไปจนถึงช่วงปี พ.ศ. 2522 ก่อนจะปิดตำนานเครื่องบินสกัดกั้นปีกเดลต้าลำนี้ไปอย่างถาวร ทิ้งไว้เพียงความทรงจำในฐานะ "ผู้พิทักษ์น่านฟ้าดอนเมือง" ที่เคยมาวาดลวดลายเหนือท้องฟ้าเมืองไทยในยุคที่สงครามเย็นกำลังระอุถึงขีดสุด.


You might be intertested in this news.

Mostview

เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)

เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)

แซน-พนมกร ผันตัวเป็นผู้จัด เบิกฤกษ์บวงทรวง “โฮมฮัก รักเต็มจาน”

บริษัท เอชทูโก เอ็นต์เตอร์เทนเมนท์ จำกัด ค่ายบันเทิงและผู้ผลิตคอนเทนต์ ได้ฤกษ์งามยามดีจัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ละมุนหัวใจ เรื่องใหม่ “โฮมฮัก รักเต็มจาน” ณ ลานเทวาลัยฟีนิกซ์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ

ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเกมแห่งเอเชียที่งาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026

เริ่มมาอย่างเร้าใจทั้งโซนธุรกิจและความบันเทิงกับงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 มหกรรมเกมหยุดทุกความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมเกมให้มุ่งมายังไทย ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาคอาเซียนเต็มตัว

ผู้ว่าฯ กทม.แก้โจทย์ 3 น้ำ ปรับแนวคิดผังเมือง ใช้เทคโนโลยี-AI สู้อากาศสุดขั้ว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดฉากทัศน์อนาคตน้ำกรุงเทพฯ ถอดสมการ 3 น้ำโดยการผสาน AI-นวัตกรรม สู้อากาศสุดขั้ว พร้อมยกระดับเมืองลุ่มต่ำ โดยปรับแนวคิดผังเมืองสู่ Compact City ป้องกันน้ำท่วมยั่งยืนแบบ ที่มีการพัฒนาอาคารสูงและความหนาแน่นอย่างเป็นระบบ

เจนเย่ ปล่อยซิงเกิล Apple Candy เซ็กซี่ ขี้เล่น กำลังดี

กลับมาทวงพื้นที่หัวใจแฟนเพลง โดยศิลปินสาว JANEYEH (เจนเย่-เมธิกา จีรนรภัทร) ที่มาพร้อมซิงเกิลใหม่ “Apple Candy” เพลงป๊อปสุดสดใสที่มีเสน่ห์ของสาวมั่น แฝงความขี้เล่นและเซ็กซี่กำลังดี ชวนคนที่กำลังแอบมองให้เลิกเขิน

TrustNEws Line