ก.พาณิชย์ เผยทิศทางทำงาน ชู 5 นโยบาย รับมือวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ และ ศก.โลก
by Trust News, 23 เมษายน 2569
รมว.ศุภจี เผย ทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลบใหม่ ชู 5 นโยบายหลักครอบคลุมแก้ปัญหาระยะสั้นและโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว รับมือกับวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลก ที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทุกมิติ โดยมุ่งเป้าหมายสำคัญ คืประหยัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และกระจายโอกาส
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจาก “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันในหลายมิติ โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค เช่น ตะวันออกกลาง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจ อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปีของจีน ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกัน วิกฤตพลังงานยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้า และค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการส่งออกของไทย
"การกำหนดนโยบายในวันนี้ไม่สามารถมองเพียงมิติเดียวได้ แต่ต้องบูรณาการทั้งเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และพลังงานควบคู่กัน พร้อมทั้งต้องเข้าใจบริบทของประเทศคู่ค้าสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐฯ ยุโรป หรืออินเดีย เพื่อปรับตัวให้ไทยสามารถอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างมั่นคง" นางศุภจี กล่าว
สรุปผลงานเก่า 6 เดือน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 7.3 หมื่นล้าน
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้แนวคิด “Quick Big Win” โดยเน้นมาตรการเร่งด่วนที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว ดำเนินงานผ่าน 7 นโยบายหลัก 19 โครงการสำคัญ และกว่า 80 กิจกรรม ครอบคลุมการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร การดูแลค่าครองชีพ การเสริมสร้างศักยภาพ SMEs การดูแลเศรษฐกิจชายแดนไทย–กัมพูชา การรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ การเจรจา FTA และการพัฒนาเทคโนโลยีและกฎระเบียบ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 73,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรได้รับประโยชน์มากกว่า 6 ล้านครัวเรือน และผู้ประกอบการได้รับประโยชน์มากกว่า 193,000 ราย
ในด้านการลดค่าครองชีพ โครงการร้านยาสุขกายสบายกระเป๋าช่วยลดภาระประชาชนกว่า 5,600 ล้านบาท และกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 16,650 ล้านบาท ขณะที่การส่งเสริมแฟรนไชส์และสินเชื่อ SMEs สามารถสร้างมูลค่าธุรกิจรวมกว่า 1,500 ล้านบาท และขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ การดูแลเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด สามารถหมุนเวียนเศรษฐกิจได้กว่า 325 ล้านบาท ขณะเดียวกัน การบุกตลาดใหม่และการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 34,000 ล้านบาท และผลักดันให้มูลค่าส่งออกรวมเติบโตต่อเนื่อง
5 นโยบายหลัก ของรัฐบาลใหม่ มุ่งสร้างสมดุลเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ
1. นโยบายดูแลค่าครองชีพ – สร้างรายได้ – ยกระดับชุมชน
กระทรวงพาณิชย์ผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย” ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในเวลาเดียวกัน
ในระยะแรกจะครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น สินค้า House Brand กว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 25–58% ผ่านสาขาเครือข่ายของห้างโมเดิร์นเทรดกว่า 4,500 สาขา และห้างค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่นกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเตรียมร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยขยายจุดจำหน่ายไปยังระดับอำเภอ ตลาดชุมชน และตลาดนัดกว่า 1,000 จุด
และเปิดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ในช่วงแรก 2,000 ราย และสนับสนุนการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยในช่วงแรกจะสนับสนุนสินค้าของ SMEs โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม (GP) พร้อมสนับสนุนค่าขนส่งและคูปองส่วนลด 100 บาท จำนวน 5 แสนใบ ให้กับผู้ซื้อ และในระยะต่อไป จะขยายไปสู่สินค้า "ไทยช่วยไทย"ให้กว้างขึ้น โดยมีแพลตฟอร์มร่วมดำเนินการภายใต้โครงการฯ คือ Thailand Postmart, Nexgen, Shopee, LINE, TikTok, Lazada และจะเชื่อมโยงกับกลไกการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิผลและทั่วถึง
และในเรื่องบริหารจัดการต้นทุนปัจจัยการผลิตเชิงโครงสร้าง เป็นการบริหารและแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และเม็ดพลาสติก มาตรการระยะสั้นจะดำเนินโครงการ“ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร และระยะยาวจะดำเนินโครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” และการปรับสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และ ธ.ก.ส. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนเกษตรกรในระยะยาว ตลอดจนแสวงหาแหล่งนำเข้าใหม่และส่งเสริมวัตถุดิบทางเลือกสร้างความเข้มแข็งและลดความเสี่ยงด้านห่วงสู่อุปทานอุตสาหกรรมไทย
2. นโยบายรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
พัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตรตลอดทั้งระบบห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว ผลไม้ โดยกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาผันผวน และยืดอายุสินค้าให้นานขึ้น ส่งเสริมการจัดตั้ง “ล้งกลาง/ล้งชุมชน” เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งและยกระดับมาตรฐานสินค้า รวมถึงผลักดันสินค้า GI และการสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก
3. นโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs/ชุมชน
เพื่อให้ SMEs เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่าน 7 มาตรการหลัก ได้แก่ (1) ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ (Upskill & Reskill) (2) ขยายเครือข่ายและสร้างผู้ประกอบการผ่านแฟรนไชส์ (Franchise) (3) พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนด้วย GI (4) เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (5) ป้องกันและปราบปรามการใช้ตัวแทนอำพราง (Nominee)(6) ป้องกันการทะลักของสินค้านำเข้าและสินค้าที่แอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย และ (7) สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เช่น สินค้าคงคลัง เครื่องจักร หรือทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหลักประกันในการเข้าถึงสินเชื่อ
4. นโยบายสร้างสมดุลการส่งออก เพื่อสร้างเสถียรภาพและกระจายความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ
ผ่านการสร้างสมดุลในมิติผู้ประกอบการ สินค้า ตลาด และการค้าภาคบริการ โดยยึดกลยุทธ์การเชื่อมโยง Supply Chain ของไทย เข้ากับ Supply Chain ของโลก ลดการพึ่งพาตลาดหลักและกระจายสู่ตลาดใหม่ อาทิ อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา เร่งเจรจา FTA ไทย–EU และไทย–เกาหลีใต้ ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพภายในประเทศ (Local Content) ด้วยนวัตกรรมการแปรรูปและการสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการขยายการค้าภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) และเศรษฐกิจผู้สูงวัย
5. นโยบายยกระดับเทคโนโลยีและปลดล็อกกฎระเบียบ
ขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์สู่ “พาณิชย์ดิจิทัล” ภายใต้ MOC Plus โดยพัฒนาแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจร “จุดเดียว จบ จริง”
รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลแล้ว 180 หน่วยงาน และเตรียมขยายเพิ่มเติมอีก 140 หน่วยงาน เพื่อลดขั้นตอน ลดเวลา และเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จะงดให้บริการเอกสารในรูปแบบกระดาษ สำหรับหน่วยงานราชการด้วยกัน พร้อมนำ AI และ Big Data มาใช้บริหารจัดการทำ Dashboard สินค้าเกษตร คาดการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรล่วงหน้า และเตรียมเสนอปลดล็อกกฎระเบียบ 9 ประเภทธุรกิจเป้าหมายไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และสร้างบรรยากาศที่ดีในการลงทุน
นางศุภจี กล่าวด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์จะใช้ “วิกฤต” เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการข้ามกระทรวง การใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้ประชาชนสามารถประหยัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสให้กระจายได้อย่างทั่วถึง ทั้งในระดับชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถก้าวข้ามวิกฤตซ้อนวิกฤต และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
You might be intertested in this news.
Mostview
ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One
รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ
ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...
"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?
ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...
เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย
ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....
ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา
แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง