วันศุกร์, เมษายน 24, 2569

แอมเนสตี้ จี้รัฐ จัดการ IO ถล่ม ‘ฐปนีย์’ ชี้มีมากกว่าพันบัญชี

by Trust News, 24 เมษายน 2569

แอมเนสตี้ ชี้ กรณี “แยม ฐปนีย์” ถูกปฏิบัติการ IO โจมตี มากกว่า 1 พันบัญชี จี้รัฐจัดการ การคุกคามเสรีภาพออนไลน์-เสรีภาพสื่อ เรียกร้องรัฐยุติการลอยนวลพ้นผิด...

“ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations) หรือ IO มีแนวโน้มถูกใช้เพื่อคุกคามพื้นที่ออนไลน์ บิดเบือนประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐ หวั่นหากประชาชน สื่อ และนักสิทธิมนุษยชนเซ็นเซอร์ตัวเอง ส่งผลให้สังคมขาดข้อมูลที่หลากหลายและตรวจสอบได้ นักวิจัยจากแอมเนสตี้ระบุว่า รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหา ยุติการลอยนวลพ้นผิด และไม่ผลักภาระให้ผู้ถูกคุกคามต้องรับมือด้วยตนเอง

จากกรณีที่ ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เข้ายื่นร้องเรียนต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังตกเป็นเป้าหมายของการถูกคุกคามผ่าน “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations) หรือ IO บนสื่อสังคมออนไลน์กว่า 1,000 บัญชี ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการสร้างความเกลียดชังในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และหลังจากนั้นได้มีการเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิของสื่อมวลชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะการโจมตีด้วย IO ในประเทศไทยกำลังกลายเป็นรูปแบบการคุกคามนักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หากรัฐยังไม่ดำเนินการแก้ไขและเอาผิดกับผู้กระทำอย่างจริงจัง

ชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยประจำประเทศไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) ในประเทศไทยได้พัฒนาและแผ่ขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้คุกคามและโจมตีประชาชน นักข่าว นักสิทธิมนุษยชน และผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชนาธิปอธิบายว่า การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ในประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน และกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นระบบและตรวจจับได้ยากขึ้น ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์และบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นเสมือนดาบสองคม เนื่องจากเป็นได้ทั้งพื้นที่ที่ให้ประชาชนลุกขึ้นมาใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออกและสื่อสารขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่สามารถโจมตีคนเห็นต่างได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน 

หนึ่งในยุทธวิธีสำคัญของปฏิบัติการเหล่านี้ คือการใช้ถ้อยคำรุนแรงควบคู่กับการปลุกเร้าอคติทางสังคมที่มีอยู่เดิม เช่น อคติทางเพศหรืออคติทางชาติพันธุ์ เพื่อนำมาโจมตีบุคคลเป้าหมายอย่างเป็นระบบ วิธีการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงทำร้ายชื่อเสียง แต่เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้ผู้ถูกโจมตีถูกมองว่า “ไม่น่าเชื่อถือ” หรือ “เป็นคนไม่ดี” หรือ “เป็นภัยต่อสังคม” หรือ “เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” ในสายตาสาธารณชน และเมื่อภาพลักษณ์ของบุคคลถูกบิดเบือนในลักษณะนี้ อาจทำให้สังคมมีแนวโน้มที่จะเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้นได้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ “สมควรแล้ว” หรือ “ไม่น่าเห็นใจ”
นอกจากนี้ ชนาธิปกล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดตั้งกลุ่มเพื่อออกมาโต้แย้งทางข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง เช่น การสร้างข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูลเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่พบว่า IO ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องมือในการสร้าง “บรรยากาศแห่งความหวาดกลัว” มากขึ้น ผ่านการเฝ้าระวังทางดิจิทัล การรวบรวมและจัดทำโปรไฟล์ของผู้เห็นต่างด้วยข้อมูลเท็จ รวมถึงการเล็งเป้าโจมตีบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือนโยบายของรัฐอย่างเป็นระบบ ผลกระทบที่ตามมาคืออาจทำให้ทั้งเหยื่อและคนรอบข้างเริ่มเลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นหรือการมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากความหวาดกลัวว่าจะตกเป็นเป้าของการโจมตีส่วนบุคคลจากผู้กระทำที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้

"การที่มี IO มาโจมตีในพื้นที่ออนไลน์ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใคร มันสามารถทำให้เขารู้สึกไม่อยากออกมาแสดงออก และรู้สึกเหมือนกับต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในการสื่อสารหรือแสดงความคิดเห็น สิ่งเหล่านี้มันทำให้สังคมของเรามีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่สร้างสรรค์ต่อเสรีภาพในด้านต่างๆ" 

ชนาธิป กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่า IO ค่อยๆ พัฒนาตัวเองเพื่อที่จะหลบหนีไม่ให้ถูกจับได้ อาจเป็นการใช้บัญชีโซเชียลมีเดียที่มีการโพสต์กิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป แล้วสอดแทรกโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ดูเหมือนเป็นบุคคลจริง เพื่อไม่ให้จับเท็จหรือจับได้ว่าเป็นการจัดตั้งขึ้นมาโดยภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังพบการใช้ข่าวปลอมเพื่อโจมตีนักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จนส่งผลให้สังคมเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้ยากขึ้น และทำให้พื้นที่สาธารณะเต็มไปด้วยความสับสนและความเกลียดชัง

ชนาธิปมองว่า อุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหาปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO คือการที่ผู้กระทำสามารถลอยนวลพ้นผิดได้อย่างเป็นระบบ โดยกระบวนการยุติธรรมของไทยมักผลักภาระให้เหยื่อต้องพิสูจน์ตัวตนของผู้กระทำผิดด้วยการแสวงหาหลักฐานทางเทคนิคด้วยตนเอง

“ปัญหาสำคัญคือ คนที่เป็น IO ยังลอยนวลพ้นผิดและไม่ถูกจับกุมมาดำเนินคดี  สถานการณ์แบบนี้ทำให้พวกเขากล้าที่จะโจมตีในพื้นที่ออนไลน์มากขึ้น เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เนื่องจากรัฐไม่ได้จริงจังในการตามหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่รัฐผลักภาระให้ประชาชนต้องไปพิสูจน์และตามหาความจริงด้วยตัวเอง”

ชนาธิป กล่าวทิ้งท้ายว่า หากโครงสร้างอำนาจของรัฐยังเปิดช่องให้ผู้กระทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ลอยนวลพ้นผิด และรัฐไม่ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ปัญหา IO จะไม่ลดลง แต่จะมีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาปฏิบัติการลักษณะนี้ให้ซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น โดยย้ำเตือนว่า เมื่อความหวาดกลัวทำให้นักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเลือกถอยออกจากพื้นที่สาธารณะ สังคมจะขาดข้อมูลที่หลากหลายและตรวจสอบได้ รวมทั้งเกิดภาวะ “สุญญากาศทางข้อมูล” หรือ “ข้อเท็จจริงถูกทำให้หายไปหรือเห็นได้ยากขึ้น” ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว

“ตราบใดที่ผู้ทำ IO ยังลอยนวลพ้นผิด ปฏิบัติการเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และเมื่อความหวาดกลัวทำให้นักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องถอยออกจากพื้นที่สาธารณะ สังคมก็จะขาดข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว”


You might be intertested in this news.

Mostview

พ้นประตูเรือนจำปุ๊บ โดนจับปั๊บ! DSI รอรวบหนุ่มคดี Forex

DSI รวบผู้ต้องหาฟอกเงินคดี Forex หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพ้นโทษคดีอื่น ...

ผลการศึกษาชี้ "รถไฟฟ้าสายสีเขียว 20 บาท" ทำได้จริง ชง กทม.ดำเนินการใน 1 ปี

สภาผู้บริโภค-ม.ศรีปทุม เปิดผลศึกษารถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังหมดสัมปทานปี 2572 ยืนยัน ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายแบบ 2 โมเดล ทำได้จริง เล็งเสนอพร้อมคู่มือการเปลี่ยนผ่านสัมปทาน ให้กรุงเทพมหานครพิจารณา หวังดำเนินการได้ใน 1 ปีช่วยลดค่าเดินทางประชาชน

อ.เชน ชี้ เทคโนโลยี ควอนตัม จะพาไทยเป็นผู้นำในสมรภูมิ Tech War โลก

"อาจารย์เชน" ชี้ Quantum เทคโนโลยีที่เริ่มตั้งไข่จะปลี่ยนโลก ที่พาไทยชนะ Tech War เผยวิกฤติสมองไหลเสียคนเก่ง 50 คน/ปี เพราะไร้ Career Path สู้สิงคโปร์ไม่ได้ เล็งรื้อปลดล็อกนักวิจัยเลิกขายของ ให้กลับเข้า Lab มุ่งเปลี่ยนไทยจาก 'ผู้ซื้อ" เป้น "ผู้สร้าง"

NARIT ต้อนรับรองนายกฯ และ รมว.นิกร โชว์เทคโนโลยีด้านอวกาศแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

NARIT เปิดบ้านต้อนรับ อ.เชน และรมว.นิกร พร้อมโชว์งานวิจัยของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์บรรยากาศ ที่มุ่งหาองค์ประกอบเคมีของฝุ่นเพื่อหาต้นตอจุดกำเนิดที่แท้จริง ฟังบรรยายสรุปห้องปลอดฝุ่นครบวงจร จากนั้นเข้าเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการ ดูดาวเทียมวิจัยวิทยาศาสตร์ TSC-1

เบื้องหลัง “สากสังหาร" คดีนองเลือดในร้านตัดผม

เบื้องหลัง “สากสังหาร" คดีนองเลือดในร้านตัดผม กับคำอวดเมีย 28 คน! และความจริงในการที่มีการจัดฉากป้องกันตัว เพื่ออำพรางการฆาตกรรม? ...

TrustNEws Line