วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2569

แอมเนสตี้ จี้รัฐ จัดการ IO ถล่ม ‘ฐปนีย์’ ชี้มีมากกว่าพันบัญชี

by Trust News, 24 เมษายน 2569

แอมเนสตี้ ชี้ กรณี “แยม ฐปนีย์” ถูกปฏิบัติการ IO โจมตี มากกว่า 1 พันบัญชี จี้รัฐจัดการ การคุกคามเสรีภาพออนไลน์-เสรีภาพสื่อ เรียกร้องรัฐยุติการลอยนวลพ้นผิด...

“ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations) หรือ IO มีแนวโน้มถูกใช้เพื่อคุกคามพื้นที่ออนไลน์ บิดเบือนประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐ หวั่นหากประชาชน สื่อ และนักสิทธิมนุษยชนเซ็นเซอร์ตัวเอง ส่งผลให้สังคมขาดข้อมูลที่หลากหลายและตรวจสอบได้ นักวิจัยจากแอมเนสตี้ระบุว่า รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหา ยุติการลอยนวลพ้นผิด และไม่ผลักภาระให้ผู้ถูกคุกคามต้องรับมือด้วยตนเอง

จากกรณีที่ ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เข้ายื่นร้องเรียนต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังตกเป็นเป้าหมายของการถูกคุกคามผ่าน “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations) หรือ IO บนสื่อสังคมออนไลน์กว่า 1,000 บัญชี ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการสร้างความเกลียดชังในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และหลังจากนั้นได้มีการเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิของสื่อมวลชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะการโจมตีด้วย IO ในประเทศไทยกำลังกลายเป็นรูปแบบการคุกคามนักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หากรัฐยังไม่ดำเนินการแก้ไขและเอาผิดกับผู้กระทำอย่างจริงจัง

ชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยประจำประเทศไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) ในประเทศไทยได้พัฒนาและแผ่ขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้คุกคามและโจมตีประชาชน นักข่าว นักสิทธิมนุษยชน และผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชนาธิปอธิบายว่า การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ในประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน และกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นระบบและตรวจจับได้ยากขึ้น ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์และบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นเสมือนดาบสองคม เนื่องจากเป็นได้ทั้งพื้นที่ที่ให้ประชาชนลุกขึ้นมาใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออกและสื่อสารขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่สามารถโจมตีคนเห็นต่างได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน 

หนึ่งในยุทธวิธีสำคัญของปฏิบัติการเหล่านี้ คือการใช้ถ้อยคำรุนแรงควบคู่กับการปลุกเร้าอคติทางสังคมที่มีอยู่เดิม เช่น อคติทางเพศหรืออคติทางชาติพันธุ์ เพื่อนำมาโจมตีบุคคลเป้าหมายอย่างเป็นระบบ วิธีการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงทำร้ายชื่อเสียง แต่เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้ผู้ถูกโจมตีถูกมองว่า “ไม่น่าเชื่อถือ” หรือ “เป็นคนไม่ดี” หรือ “เป็นภัยต่อสังคม” หรือ “เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” ในสายตาสาธารณชน และเมื่อภาพลักษณ์ของบุคคลถูกบิดเบือนในลักษณะนี้ อาจทำให้สังคมมีแนวโน้มที่จะเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้นได้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ “สมควรแล้ว” หรือ “ไม่น่าเห็นใจ”
นอกจากนี้ ชนาธิปกล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดตั้งกลุ่มเพื่อออกมาโต้แย้งทางข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง เช่น การสร้างข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูลเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่พบว่า IO ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องมือในการสร้าง “บรรยากาศแห่งความหวาดกลัว” มากขึ้น ผ่านการเฝ้าระวังทางดิจิทัล การรวบรวมและจัดทำโปรไฟล์ของผู้เห็นต่างด้วยข้อมูลเท็จ รวมถึงการเล็งเป้าโจมตีบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือนโยบายของรัฐอย่างเป็นระบบ ผลกระทบที่ตามมาคืออาจทำให้ทั้งเหยื่อและคนรอบข้างเริ่มเลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นหรือการมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากความหวาดกลัวว่าจะตกเป็นเป้าของการโจมตีส่วนบุคคลจากผู้กระทำที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้

"การที่มี IO มาโจมตีในพื้นที่ออนไลน์ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใคร มันสามารถทำให้เขารู้สึกไม่อยากออกมาแสดงออก และรู้สึกเหมือนกับต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในการสื่อสารหรือแสดงความคิดเห็น สิ่งเหล่านี้มันทำให้สังคมของเรามีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่สร้างสรรค์ต่อเสรีภาพในด้านต่างๆ" 

ชนาธิป กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่า IO ค่อยๆ พัฒนาตัวเองเพื่อที่จะหลบหนีไม่ให้ถูกจับได้ อาจเป็นการใช้บัญชีโซเชียลมีเดียที่มีการโพสต์กิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป แล้วสอดแทรกโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ดูเหมือนเป็นบุคคลจริง เพื่อไม่ให้จับเท็จหรือจับได้ว่าเป็นการจัดตั้งขึ้นมาโดยภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังพบการใช้ข่าวปลอมเพื่อโจมตีนักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จนส่งผลให้สังคมเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้ยากขึ้น และทำให้พื้นที่สาธารณะเต็มไปด้วยความสับสนและความเกลียดชัง

ชนาธิปมองว่า อุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหาปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO คือการที่ผู้กระทำสามารถลอยนวลพ้นผิดได้อย่างเป็นระบบ โดยกระบวนการยุติธรรมของไทยมักผลักภาระให้เหยื่อต้องพิสูจน์ตัวตนของผู้กระทำผิดด้วยการแสวงหาหลักฐานทางเทคนิคด้วยตนเอง

“ปัญหาสำคัญคือ คนที่เป็น IO ยังลอยนวลพ้นผิดและไม่ถูกจับกุมมาดำเนินคดี  สถานการณ์แบบนี้ทำให้พวกเขากล้าที่จะโจมตีในพื้นที่ออนไลน์มากขึ้น เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เนื่องจากรัฐไม่ได้จริงจังในการตามหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่รัฐผลักภาระให้ประชาชนต้องไปพิสูจน์และตามหาความจริงด้วยตัวเอง”

ชนาธิป กล่าวทิ้งท้ายว่า หากโครงสร้างอำนาจของรัฐยังเปิดช่องให้ผู้กระทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ลอยนวลพ้นผิด และรัฐไม่ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ปัญหา IO จะไม่ลดลง แต่จะมีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาปฏิบัติการลักษณะนี้ให้ซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น โดยย้ำเตือนว่า เมื่อความหวาดกลัวทำให้นักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเลือกถอยออกจากพื้นที่สาธารณะ สังคมจะขาดข้อมูลที่หลากหลายและตรวจสอบได้ รวมทั้งเกิดภาวะ “สุญญากาศทางข้อมูล” หรือ “ข้อเท็จจริงถูกทำให้หายไปหรือเห็นได้ยากขึ้น” ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว

“ตราบใดที่ผู้ทำ IO ยังลอยนวลพ้นผิด ปฏิบัติการเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และเมื่อความหวาดกลัวทำให้นักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องถอยออกจากพื้นที่สาธารณะ สังคมก็จะขาดข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว”


You might be intertested in this news.

Mostview

ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One

รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ

ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...

"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?

ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...

เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย

ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....

ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา

แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”

TrustNEws Line