วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2569

ไทยแลนด์เฟิร์ส ครม.ยกเลิก MOU 44 ปรับกรอบ-ไม่ได้ยุติสัมพันธ์

by Trust News, 5 พฤษภาคม 2569

ครม. ยกเลิก MOU 44 ย้ำเป็นการปรับกรอบ แต่ยังสามารถพูดคุยกับกัมพูชาได้ “อนุทิน” ย้ำ หลักการทำงานต้อง “ไทยแลนด์เฟิร์ส” ...

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU 44 โดยยืนยันชัดเจนว่า การตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่เป็นการปรับแนวนโยบายตามความเหมาะสม หลังจากข้อตกลงดังกล่าวดำเนินมายาวนานกว่า 25 ปี โดยยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมได้

นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากนี้ประเทศไทยจะพิจารณาใช้กรอบทางกฎหมายสากล เช่น อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล เป็นหลักอ้างอิงในการเจรจา เนื่องจากทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างมาตรฐานกลางในการหารือครั้งใหม่แทนกรอบเดิม

เมื่อถูกถามถึงความเห็นของ ฮุน เซน ที่กังวลว่าการยกเลิก MOU 44 อาจเพิ่มความตึงเครียด นายอนุทินกล่าวว่า เป็นมุมมองของฝ่ายกัมพูชา พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้น และประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “บริบทใหม่” ที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิมอีกต่อไป

สำหรับแนวทางในอนาคต นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า MOU 44 เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรใต้ทะเล ดังนั้น หากจะมีการหารือกันใหม่ ก็อาจต้องจัดทำข้อตกลงรูปแบบใหม่ขึ้นมาแทน โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้ชื่อหรือกรอบเดิม พร้อมระบุว่าการยกเลิกจะมีผลเมื่อมีการแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังคู่สัญญา

ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ ฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7–9 พฤษภาคมนี้ มีโอกาสพบกับ ฮุน มาเนต อยู่แล้ว ซึ่งการพบปะหารือถือเป็นเรื่องปกติ และยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะยึดหลัก “ไทยแลนด์เฟิร์ส” โดยจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้ประเทศเสียประโยชน์

ส่วนสถานการณ์ชายแดน นายกรัฐมนตรีระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยมีการประสานงานกับกองทัพอย่างต่อเนื่อง และประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และมีแนวโน้มดีขึ้น ไม่มีประเด็นน่ากังวลในขณะนี้

ขณะที่ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU 44 โดยมีมติให้ปรับแนวทางไปใช้กลไกกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอและการให้ข้อมูลของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นในการปรับกรอบการดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ และยึดโยงกับกฎหมายสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า การยกเลิก MOU 44 เป็นการ “ปรับกรอบ” ความร่วมมือ มิใช่การยุติความสัมพันธ์หรือการยุติเจรจา โดยไทยยังคงเดินหน้าพูดคุยกับกัมพูชา แต่เปลี่ยนมาใช้กลไกภายใต้ UNCLOS ซึ่งมีความชัดเจน ครบถ้วน และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ MOU 44 เดิม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนและปรับเปลี่ยนแนวทาง เพื่อให้การดำเนินการในระยะต่อไปเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน และสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศไทย

โฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยังคงยึดมั่นในหลักการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมใช้กระบวนการภายใต้ UNCLOS ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐภาคี โดยเฉพาะการกำหนดให้กรณีอ้างสิทธิทับซ้อน ต้องใช้การเจรจาหารือเป็นแนวทางหลัก

นอกจากนี้ ไทยได้แจ้งไปยังกัมพูชาในระดับไม่เป็นทางการแล้ว และจะดำเนินการแจ้งอย่างเป็นทางการต่อไป พร้อมทั้งเตรียมทาบทามให้ใช้กรอบ UNCLOS ร่วมกันในการเจรจา ขณะเดียวกัน รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิคและกฎหมาย เพื่อรองรับการดำเนินการภายใต้กรอบใหม่อย่างเป็นระบบและรอบด้าน

“การเปลี่ยนผ่านจาก MOU 44 ไปสู่กรอบ UNCLOS เป็นการยกระดับเครื่องมือในการเจรจา บนพื้นฐานของกฎหมายสากลที่ไทยยึดถือมาโดยตลอด ไม่ใช่การยุติความร่วมมือ ไทยยังคงเดินหน้าการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว


You might be intertested in this news.

Mostview

ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One

รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ

ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...

"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?

ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...

เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย

ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....

ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา

แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”

TrustNEws Line