วันเสาร์, กันยายน 19, 2569

สิ้นแสงตะวัน ‘จัมป์เจ็ต’ ปิดฉาก 50 ปี นาวิกโยธินสหรัฐฯ ปลดฝูงบิน "แฮร์ริเออร์"

by Trust News, 6 มิถุนายน 2569

เครดิตภาพ เฟซบุ๊กเพจ นาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา USMC 

นี่คือบทสรุปการเดินทาง 50 ปีของ AV-8B Harrier II Plus อากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งระดับตำนานที่ครองใจทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ มาหลายช่วงอายุคน จากมีดโกนสนับสนุนทหารราบส่วนหน้าในสงครามอ่าวเปอร์เซีย สู่วีรกรรมปกป้องพี่น้องบนแดนดิบอัฟกานิสถานและอิรัก แม้ในวันนี้ "ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า" เพื่อส่งไม้ต่อให้กับทายาทล่องหนอย่าง F-35B แต่สำหรับแฟนคลับทหารบินและคนรักโมเดลแล้ว มนต์เสน่ห์ ความดิบ และความห้าวหาญของเจ้า Jump Jet ลำนี้ จะยังคงสถิตอยู่อย่างงดงามในฐานะ 'เทวดารักษาความปลอดภัย' ที่ทหารแนวหน้าไม่มีวันลืมเลือน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Rolls-Royce Pegasus ค่อยๆ ดับลง พร้อมกับท่อปรับทิศทางแรงดันพ่นลม (Thrust Vectoring Nozzles) ที่หมุนกลับมาขนานกับลำตัวเป็นครั้งสุดท้าย ณ ลานบินของสถานีการบินนาวิกโยธินเชอร์รีพอยต์ (MCAS Cherry Point) รัฐนอร์ทแคโรไลนา ท้องฟ้าในวันนั้นดูจะเงียบเหงากว่าที่เคย นี่คือฉากทัศน์ประวัติศาสตร์ในพิธี "Harrier Sundown" ของฝูงบิน VMA-223 "Bulldogs" เที่ยวบินอำลาอย่างเป็นทางการของ AV-8B Harrier II Plus อากาศยานโจมตีขึ้น-ลงทางดิ่งระดับตำนาน ซึ่งถือเป็นการปิดฉากยุคสมัยของ "Jump Jet" ที่ร่วมหัวจมท้ายและพิทักษ์น่านฟ้าเคียงข้างหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC) มาอย่างยาวนานเกินกว่าครึ่งศตวรรษ

ปฏิวัติหลักนิยมการรบ อากาศยานที่เกิดมาเพื่อทหารราบแนวหน้า

หากจะเข้าใจว่าทำไมแฮร์ริเออร์จึงเป็นที่รักและผูกพันกับหน่วย USMC ยิ่งกว่าเครื่องบินลำไหนๆ เราต้องย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ช่วงทศวรรษที่ 1970 ยุคที่กองทัพทั่วโลกยังยึดติดกับภาพเครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียงที่ต้องพึ่งพารันเวย์คอนกรีตยาวเป็นกิโลเมตร

แต่นาวิกโยธินสหรัฐฯ มีโจทย์ที่ต่างออกไป พวกเขาต้องการ "หมัดหนัก" ที่สามารถทะยานขึ้นจากดาดฟ้าเรือยกพลขึ้นบกขนาดเล็ก (LHA/LHD) หรือแม้กระทั่งลานดินแคบๆ ที่เพิ่งยึดได้จากศัตรู เพื่อทำหน้าที่ สนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support - CAS) ให้กับพี่น้องทหารราบที่กำลังปะทะอยู่เบื้องล่าง

แนวคิด V/STOL (Vertical and Short Takeoff and Landing) จากวิศวกรรมสัญชาติอังกฤษจึงถูกนำมาหลอมรวมกับเทคโนโลยีอเมริกัน กลายเป็น AV-8A และถูกพัฒนาจนถึงขีดสุดในรุ่น AV-8B Harrier II Plus อาวุธปล่อยติดเรดาร์ที่ไม่ได้มีดีแค่การบินขึ้นลงตรงๆ เหมือนเฮลิคอปเตอร์ แต่ข้ามขีดจำกัดไปบรรทุกระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์และดาวเทียม คอยทำหน้าที่เป็น "เทวดารักษาความปลอดภัยลอยฟ้า" ในทุกสมรภูมิ ตั้งแต่พายุทะเลทรายในสงครามอ่าวเปอร์เซีย (1991) ไปจนถึงหุบเขาสูงชันในอัฟกานิสถานและเขตเมืองอันตรายในอิรัก

จุดเริ่มต้นจัมป์เจ็ตจากของนำเข้าสัญชาติอังกฤษ สู่การปฏิวัติพิมพ์นิยมโดยอเมริกา

ย้อนกลับไปในยุค 70 นาวิกโยธินสหรัฐฯ เริ่มต้นใช้งาน AV-8A Harrier ซึ่งเป็นการนำเข้าเครื่องบินรุ่นแรก (ฮอว์กเกอร์ ซิดเลย์ Harrier GR.1) จากอังกฤษมาใช้งานโดยตรง แม้ USMC จะประทับใจในความสามารถในการขึ้น-ลงทางดิ่งมาก แต่รุ่น A มีข้อจำกัดร้ายแรงคือ "บินได้ไม่ไกล และแบกอาวุธได้น้อยมาก" จนถูกล้อว่าเป็นเครื่องบินที่วิ่งไปทิ้งระเบิดได้แค่แถวๆ รันเวย์ตัวเองก็ต้องบินกลับมาเติมน้ำมันแล้ว

กองทัพสหรัฐฯ จึงมอบหมายให้บริษัท McDonnell Douglas (ก่อนควบรวมกับ Boeing) นำโมลเดิมมาศัลยกรรมครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนโครงสร้างปีกให้กว้างขึ้นด้วยวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบา ขยายช่องดักอากาศ และเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้ทรงพลังขึ้น จนเกิดเป็นตระกูล AV-8B Harrier II ที่มีสัญชาติอเมริกันอย่างเต็มตัว และเริ่มเข้าประจำการกับฝูงบิน นย.สหรัฐช่วงกลางยุค 80 และสายการผลิตนี้ก็ได้แตกหน่อออกมารวมทั้งหมด 4 รุ่นย่อยหลัก ในกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ



เจาะลึก 4 รุ่นย่อยหลักของ AV-8B ในหน่วย USMC

1. AV-8B Harrier II (Day Attack) - รุ่นบุกเบิกสายตาฟากฟ้ากลางวัน

ร่างแรกของตระกูล B เริ่มเข้าประจำการในช่วงกลางยุค 80 ผิวเครื่องได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดให้มีโครงสร้างทันสมัย (ถ้าเปรียบเป็นโมเดล ยุคนี้เริ่มปรับมาเป็นผิวเรียบคมชัดแล้ว) หัวเครื่องทรงมนติดตั้งระบบกล้องทีวีและเลเซอร์ชี้เป้า ARBS (Angle Rate Bombing System) และมี ระบบปืนของ AV-8B คือ ปืนใหญ่อากาศแบบลำกล้องหมุน (Gatling Gun) ขนาด 25 มิลลิเมตร รุ่น GAU-12/U Equalizer บรรจุกระสุนไปได้ครั้งละ 300 นัด และ เมื่อไม่ใช้งานสามารถถอดออกได้ (Detachable) ในกรณีที่ภารกิจนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ปืน หรือต้องการลดน้ำหนักเครื่องเพื่อบรรทุกน้ำมัน/อาวุธชนิดอื่นให้บินได้ไกลขึ้น

เทคนิคพิเศษเพื่อการบินขึ้น-ลงทางดิ่ง: เมื่อถอดกระเปาะปืนออก นาวิกโยธินจะไม่ปล่อยให้ใต้ท้องเครื่องโล่งๆ ครับ แต่พวกเขาจะติดตั้ง แผ่นดักลมซ้าย-ขวา (Strakes) เข้าไปแทนที่

ข้อจำกัดแม้จะแบกอาวุธได้มากกว่ารุ่นคุณปู่ AV-8A ถึงสองเท่า และบินได้ไกลขึ้นมาก แต่มันยังคงทำหน้าที่ได้ดีเฉพาะ "เวลากลางวันและทัศนวิสัยเปิด" เท่านั้น ทำให้ยังใช้งานอาวุธที่เป็นจรวดไม่นำวิถี และระเบิดตระกูล MK80 อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-พื้น AGM-65E มาเวอริค นำวิถีด้วยเลเซอร์ และป้องกันตัวเองด้วยมิสไซล์นำวิถีด้วยอินฟราเรด AIM-9 L/M ไซด์วายเดอร์ 

2. AV-8B Night Attack - ร่างปรับปรุง ลบจุดอ่อน ยึดครองเวลากลางคืน

ในปี 1989 เพื่อตอบโจทย์การรบที่ศัตรูมักเคลื่อนพลในความมืด USMC จึงอัปเกรดแฮร์ริเออร์ให้เป็นรุ่น Night Attack ความเปลี่ยนแปลง จุดสังเกตเด่นชัดคือการติดตั้ง กล้องตรวจจับความร้อน NAVFLIR (Navigation Forward-Looking Infrared) ไว้ที่บนสันหัวเครื่องเหนือแผงเรดอมหน้า ห้องนักบินเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟที่รองรับการใส่แว่นมองกลางคืน (NVG) และเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น Pegasus 11-61 (F402-RR-408) ที่ให้แรงขับสูงขึ้น ทำให้มันสามารถบินเรี่ยยอดไม้เกาะภูมิประเทศโจมตีเป้าหมายในเวลากลางคืนได้อย่างน่ากลัว

สำหรับระบบอาวุธิ ใช้งานได้เหมือนรุ่น Day Attack แต่มีการเพิ่มขีดความสามารถใช้อาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ๆ เช่น ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ GBU-12 Paveway II (500 ปอนด์) หรือ GBU-16 (1,000 ปอนด์) โดยติดตั้งกระเปาะชีเป้า AN/AAQ-28(V) LITENING Pod มาแขวนที่ใต้ท้องเครื่อง (ตรงจุดแขวนเซ็นเตอร์ หรือใต้ปีก)

3. AV-8B Harrier II Plus (+) - ร่างสุดยอด ติดเขี้ยวเล็บเรดาร์รอบทิศ

นี่คือร่างสุดท้ายที่เป็นพระเอกในพิธีอำลา Harrier Sundown  พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Night Attack ในปี 1993 โดยการ "ยืดส่วนหัวเครื่องออกไปอีก 17 นิ้ว" เพื่อยัดระบบเรดาร์ AN/APG-65 (ซึ่งเป็นเรดาร์ตัวเดียวกับที่ใช้ในเครื่องบินขับไล่ F/A-18 Hornet ยุคแรก) เข้าไป

การมีเรดาร์ AN/APG-65 ทำให้รุ่น Plus ข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเครื่องบินโจมตีธรรมดา กลายเป็นอากาศยานที่สามารถยิงขีปนาวุธต่อระยะไกลนอกสายตาได้อย่าง AIM-120 AMRAAM รวมถึงใช้ล็อกเป้าหมายขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำอย่าง AGM-84 Harpoon ได้ด้วยตัวเอง ทำให้มันเป็นรุ่นที่ครบเครื่องที่สุดทั้งรุก-รับ และครองอากาศได้ในตัว

4. TAV-8B Harrier II - รุ่นสองที่นั่งสำหรับฝึกนักบินใหม่ 

เพื่อให้นักบินหน้าใหม่สามารถควบคุมเครื่องบินที่มีความอินดี้ในการบินขึ้นลงทางดิ่งได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ จึงมีการสร้างรุ่นสองที่นั่ง (Two-seat trainer) โดยขยายส่วนหัวและห้องนักบินให้เรียงต่อกันเป็น 2 ตอนสำหรับครูฝึกและศิษย์การบิน ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้รับการอัปเกรดระบบภายในให้สอดคล้องกับฝูงบินหลักเรื่อยมา

ภาพจำในความทรงจำ และมนต์เสน่ห์ที่เทคโนโลยีเลียนแบบไม่ได้

สำหรับคนทั่วไปและคนรักเครื่องบินรบ แฮร์ริเออร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาวุธสงคราม แต่เป็น "ป็อปคัลเจอร์" ที่ฝังรากลึกในความทรงจำ ใครจะลืมภาพความตื่นตาตื่นใจในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ยุค 90 อย่าง True Lies (1994) ที่พระเอกที่รับบทโดย อาร์โนลด์ ชวาก์สเนกเกอร์ ห้อยตัวร้ายไว้กับขีปนาวุธ Sidewinder ใต้ปีกแฮร์ริเออร์กลางตึกระฟ้าเมืองไมอามี ภาพเหล่านั้นคือสิ่งที่ตอกย้ำความมหัศจรรย์ของเครื่องบินลำนี้ต่อสายตาชาวโลก

ในแง่ของศาสตร์และศิลป์แห่งการบิน การบังคับแฮร์ริเออร์ให้อยู่หมัดคือความท้าทายขั้นสูงสุดของนักบิน มันไม่มีระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะคอยประคองเต็มรูปแบบเหมือนเครื่องบินยุคใหม่ ทุกวินาทีที่เครื่องลอยตัวนิ่งๆ อยู่กลางอากาศ (Hovering) คือการผสมผสานระหว่างสัญชาตญาณ ฝีมือ และความกล้าหาญของมนุษย์กับเครื่องยนต์พ่นลมร้อนเกือบพันองศาลงสู่พื้นดิน ความดิบและเสน่ห์เช่นนี้คือสิ่งที่หาไม่ได้อีกแล้วในอากาศยานยุคปัจจุบัน

สิ้นแสงตะวัน ส่งไม้ต่อสู่ทายาทล่องหน... แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป

การปลดประจำการของ AV-8B แฮร์ริเออร์พลัส ในพิธี Harrier Sundown ครั้งนี้ คือการส่งสิทธิขาดในการพิทักษ์น่านฟ้ากองเรือให้กับ F-35B Lightning II เครื่องบินรบล่องหนยุคที่ 5 ที่มีความสามารถในการบินขึ้นลงทางดิ่งเช่นเดียวกัน

จริงอยู่ที่ F-35B นั้นเร็วล้ำอนาคต เงียบเชียบ และซ่อนตัวในเงามืดได้อย่างยอดเยี่ยม แต่อย่างไรเสีย สำหรับเหล่านักบิน ช่างเครื่อง และทหารนาวิกโยธินหลายช่วงอายุคน... ไม่มีอะไรจะมาทดแทนเสียงคำรามอันกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน และกลิ่นไอความร้อนของเครื่องยนต์เพกาซัสที่เคยโชยมาพร้อมกับความอุ่นใจของทหารแนวหน้าได้เลย

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่เชอร์รีพอยต์ เจ้าตำนานจัมป์เจ็ตได้ร่อนลงจอดสนิทเป็นครั้งสุดท้าย ทิ้งไว้เพียงควันจางๆ และคราบเขม่าบนรันเวย์ที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน

AV-8B Harrier II ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว จากนี้ไปมันจะไม่ได้โบยบินอยู่บนฟากฟ้า แต่เรื่องราว วีรกรรมอันห้าวหาญ และภาพของเครื่องบินหน้าตาแปลกประหลาดที่กางปีกทรงลูกศรพุ่งทะยานตรงขึ้นสู่ก้อนเมฆ จะยังคง "บิน" อยู่ในความทรงจำและความรักของแฟนคลับทั่วโลก... อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

แด่ผู้พิทักษ์เหนือน่านฟ้า แฮร์ริเออร์... ราตรีสวัสดิ์.


You might be intertested in this news.

Mostview

ล้วงลึกเบื้องหลังซีรีย์ ฤดูใหม่นี้มีเพียงสองเรา (ชมคลิป)

ล้วงลึกเบื้องหลังซีรีย์ ฤดูใหม่นี้มีเพียงสองเรา (ชมคลิป)

เปิดใจ แต้ว-เคน “นาคี3” ปฐมบทขัดแย้ง ครุฑ-นาค CG เหนือจินตนาการ

กลับมาปลุกตำนาน “เจ้าแม่นาคี” อีกครั้ง สำหรับ “แต้ว–ณฐพร พรประภา” กับบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์มหากาพย์ฟอร์มยักษ์ “นาคี 3 ครุฑา นาคี”

ETDA เปิดสถิติ 8 เดือนแรก 69 ร้องเรียนออนไลน์ลด 14.06% ผู้ใหญ่เหยื่อเว็บโจร

ETDA เปิดสถิติ ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ รอบ 8 เดือน ม.ค.-ส.ค.ปี 69 ปัญหาแพลตฟอร์ม 4,034 เพิ่ม 42.95% เว็บผิดกฎหมายแซงขึ้นอันดับ 1 วัยทำงาน Gen X และ Y ตกเป็นเหยื่อสูงสุด โดย “ปัญหาซื้อขายสินค้าออนไลน์” เป็นปัญหาที่พบมากที่สุด

การบินไทย เผยเก้าอี้-ห้องโดยสารแบบใหม่ เริ่มใช้กับเครื่อง 787 ใหม่ที่จะมาปี 70

การบินไทยจัดงาน “THAI TALK” ยกระดับประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ มุ่งสร้างความผูกพันกับผู้โดยสารอย่างยั่งยืน เผยโฉมห้องโดยสารแบบใหม่ของของฝูงบินโดยจะมากับเครื่องบิน 787-10 ใหม่ปี 2570 พร้อมอัปเดตตารางบินฤดูหนาวปี 69-70 ที่มีการเปิดเส้นทางบินใหม่

รีวิวหนัง Henry's First Dates อบอุ่น โรแมนติก ฮา...น้ำตาซึม

เปิดตัวอย่างอลังการ สำหรับหนัง “Henry's First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” ในรอบสื่อเมื่อวันก่อน และผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้ไปดูรอบนี้ด้วย

TrustNEws Line