สิ้นแสงตะวัน ‘จัมป์เจ็ต’ ปิดฉาก 50 ปี นาวิกโยธินสหรัฐฯ ปลดฝูงบิน "แฮร์ริเออร์"
by Trust News, 6 มิถุนายน 2569
เครดิตภาพ เฟซบุ๊กเพจ นาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา USMC
นี่คือบทสรุปการเดินทาง 50 ปีของ AV-8B Harrier II Plus อากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งระดับตำนานที่ครองใจทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ มาหลายช่วงอายุคน จากมีดโกนสนับสนุนทหารราบส่วนหน้าในสงครามอ่าวเปอร์เซีย สู่วีรกรรมปกป้องพี่น้องบนแดนดิบอัฟกานิสถานและอิรัก แม้ในวันนี้ "ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า" เพื่อส่งไม้ต่อให้กับทายาทล่องหนอย่าง F-35B แต่สำหรับแฟนคลับทหารบินและคนรักโมเดลแล้ว มนต์เสน่ห์ ความดิบ และความห้าวหาญของเจ้า Jump Jet ลำนี้ จะยังคงสถิตอยู่อย่างงดงามในฐานะ 'เทวดารักษาความปลอดภัย' ที่ทหารแนวหน้าไม่มีวันลืมเลือน
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Rolls-Royce Pegasus ค่อยๆ ดับลง พร้อมกับท่อปรับทิศทางแรงดันพ่นลม (Thrust Vectoring Nozzles) ที่หมุนกลับมาขนานกับลำตัวเป็นครั้งสุดท้าย ณ ลานบินของสถานีการบินนาวิกโยธินเชอร์รีพอยต์ (MCAS Cherry Point) รัฐนอร์ทแคโรไลนา ท้องฟ้าในวันนั้นดูจะเงียบเหงากว่าที่เคย นี่คือฉากทัศน์ประวัติศาสตร์ในพิธี "Harrier Sundown" ของฝูงบิน VMA-223 "Bulldogs" เที่ยวบินอำลาอย่างเป็นทางการของ AV-8B Harrier II Plus อากาศยานโจมตีขึ้น-ลงทางดิ่งระดับตำนาน ซึ่งถือเป็นการปิดฉากยุคสมัยของ "Jump Jet" ที่ร่วมหัวจมท้ายและพิทักษ์น่านฟ้าเคียงข้างหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC) มาอย่างยาวนานเกินกว่าครึ่งศตวรรษ
ปฏิวัติหลักนิยมการรบ อากาศยานที่เกิดมาเพื่อทหารราบแนวหน้า
หากจะเข้าใจว่าทำไมแฮร์ริเออร์จึงเป็นที่รักและผูกพันกับหน่วย USMC ยิ่งกว่าเครื่องบินลำไหนๆ เราต้องย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ช่วงทศวรรษที่ 1970 ยุคที่กองทัพทั่วโลกยังยึดติดกับภาพเครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียงที่ต้องพึ่งพารันเวย์คอนกรีตยาวเป็นกิโลเมตร
แต่นาวิกโยธินสหรัฐฯ มีโจทย์ที่ต่างออกไป พวกเขาต้องการ "หมัดหนัก" ที่สามารถทะยานขึ้นจากดาดฟ้าเรือยกพลขึ้นบกขนาดเล็ก (LHA/LHD) หรือแม้กระทั่งลานดินแคบๆ ที่เพิ่งยึดได้จากศัตรู เพื่อทำหน้าที่ สนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support - CAS) ให้กับพี่น้องทหารราบที่กำลังปะทะอยู่เบื้องล่าง
แนวคิด V/STOL (Vertical and Short Takeoff and Landing) จากวิศวกรรมสัญชาติอังกฤษจึงถูกนำมาหลอมรวมกับเทคโนโลยีอเมริกัน กลายเป็น AV-8A และถูกพัฒนาจนถึงขีดสุดในรุ่น AV-8B Harrier II Plus อาวุธปล่อยติดเรดาร์ที่ไม่ได้มีดีแค่การบินขึ้นลงตรงๆ เหมือนเฮลิคอปเตอร์ แต่ข้ามขีดจำกัดไปบรรทุกระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์และดาวเทียม คอยทำหน้าที่เป็น "เทวดารักษาความปลอดภัยลอยฟ้า" ในทุกสมรภูมิ ตั้งแต่พายุทะเลทรายในสงครามอ่าวเปอร์เซีย (1991) ไปจนถึงหุบเขาสูงชันในอัฟกานิสถานและเขตเมืองอันตรายในอิรัก
จุดเริ่มต้นจัมป์เจ็ตจากของนำเข้าสัญชาติอังกฤษ สู่การปฏิวัติพิมพ์นิยมโดยอเมริกา
ย้อนกลับไปในยุค 70 นาวิกโยธินสหรัฐฯ เริ่มต้นใช้งาน AV-8A Harrier ซึ่งเป็นการนำเข้าเครื่องบินรุ่นแรก (ฮอว์กเกอร์ ซิดเลย์ Harrier GR.1) จากอังกฤษมาใช้งานโดยตรง แม้ USMC จะประทับใจในความสามารถในการขึ้น-ลงทางดิ่งมาก แต่รุ่น A มีข้อจำกัดร้ายแรงคือ "บินได้ไม่ไกล และแบกอาวุธได้น้อยมาก" จนถูกล้อว่าเป็นเครื่องบินที่วิ่งไปทิ้งระเบิดได้แค่แถวๆ รันเวย์ตัวเองก็ต้องบินกลับมาเติมน้ำมันแล้ว
กองทัพสหรัฐฯ จึงมอบหมายให้บริษัท McDonnell Douglas (ก่อนควบรวมกับ Boeing) นำโมลเดิมมาศัลยกรรมครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนโครงสร้างปีกให้กว้างขึ้นด้วยวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบา ขยายช่องดักอากาศ และเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้ทรงพลังขึ้น จนเกิดเป็นตระกูล AV-8B Harrier II ที่มีสัญชาติอเมริกันอย่างเต็มตัว และเริ่มเข้าประจำการกับฝูงบิน นย.สหรัฐช่วงกลางยุค 80 และสายการผลิตนี้ก็ได้แตกหน่อออกมารวมทั้งหมด 4 รุ่นย่อยหลัก ในกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ
เจาะลึก 4 รุ่นย่อยหลักของ AV-8B ในหน่วย USMC
1. AV-8B Harrier II (Day Attack) - รุ่นบุกเบิกสายตาฟากฟ้ากลางวัน
ร่างแรกของตระกูล B เริ่มเข้าประจำการในช่วงกลางยุค 80 ผิวเครื่องได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดให้มีโครงสร้างทันสมัย (ถ้าเปรียบเป็นโมเดล ยุคนี้เริ่มปรับมาเป็นผิวเรียบคมชัดแล้ว) หัวเครื่องทรงมนติดตั้งระบบกล้องทีวีและเลเซอร์ชี้เป้า ARBS (Angle Rate Bombing System) และมี ระบบปืนของ AV-8B คือ ปืนใหญ่อากาศแบบลำกล้องหมุน (Gatling Gun) ขนาด 25 มิลลิเมตร รุ่น GAU-12/U Equalizer บรรจุกระสุนไปได้ครั้งละ 300 นัด และ เมื่อไม่ใช้งานสามารถถอดออกได้ (Detachable) ในกรณีที่ภารกิจนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ปืน หรือต้องการลดน้ำหนักเครื่องเพื่อบรรทุกน้ำมัน/อาวุธชนิดอื่นให้บินได้ไกลขึ้น
เทคนิคพิเศษเพื่อการบินขึ้น-ลงทางดิ่ง: เมื่อถอดกระเปาะปืนออก นาวิกโยธินจะไม่ปล่อยให้ใต้ท้องเครื่องโล่งๆ ครับ แต่พวกเขาจะติดตั้ง แผ่นดักลมซ้าย-ขวา (Strakes) เข้าไปแทนที่
ข้อจำกัดแม้จะแบกอาวุธได้มากกว่ารุ่นคุณปู่ AV-8A ถึงสองเท่า และบินได้ไกลขึ้นมาก แต่มันยังคงทำหน้าที่ได้ดีเฉพาะ "เวลากลางวันและทัศนวิสัยเปิด" เท่านั้น ทำให้ยังใช้งานอาวุธที่เป็นจรวดไม่นำวิถี และระเบิดตระกูล MK80 อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-พื้น AGM-65E มาเวอริค นำวิถีด้วยเลเซอร์ และป้องกันตัวเองด้วยมิสไซล์นำวิถีด้วยอินฟราเรด AIM-9 L/M ไซด์วายเดอร์
2. AV-8B Night Attack - ร่างปรับปรุง ลบจุดอ่อน ยึดครองเวลากลางคืน
ในปี 1989 เพื่อตอบโจทย์การรบที่ศัตรูมักเคลื่อนพลในความมืด USMC จึงอัปเกรดแฮร์ริเออร์ให้เป็นรุ่น Night Attack ความเปลี่ยนแปลง จุดสังเกตเด่นชัดคือการติดตั้ง กล้องตรวจจับความร้อน NAVFLIR (Navigation Forward-Looking Infrared) ไว้ที่บนสันหัวเครื่องเหนือแผงเรดอมหน้า ห้องนักบินเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟที่รองรับการใส่แว่นมองกลางคืน (NVG) และเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น Pegasus 11-61 (F402-RR-408) ที่ให้แรงขับสูงขึ้น ทำให้มันสามารถบินเรี่ยยอดไม้เกาะภูมิประเทศโจมตีเป้าหมายในเวลากลางคืนได้อย่างน่ากลัว
สำหรับระบบอาวุธิ ใช้งานได้เหมือนรุ่น Day Attack แต่มีการเพิ่มขีดความสามารถใช้อาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ๆ เช่น ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ GBU-12 Paveway II (500 ปอนด์) หรือ GBU-16 (1,000 ปอนด์) โดยติดตั้งกระเปาะชีเป้า AN/AAQ-28(V) LITENING Pod มาแขวนที่ใต้ท้องเครื่อง (ตรงจุดแขวนเซ็นเตอร์ หรือใต้ปีก)
3. AV-8B Harrier II Plus (+) - ร่างสุดยอด ติดเขี้ยวเล็บเรดาร์รอบทิศ
นี่คือร่างสุดท้ายที่เป็นพระเอกในพิธีอำลา Harrier Sundown พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Night Attack ในปี 1993 โดยการ "ยืดส่วนหัวเครื่องออกไปอีก 17 นิ้ว" เพื่อยัดระบบเรดาร์ AN/APG-65 (ซึ่งเป็นเรดาร์ตัวเดียวกับที่ใช้ในเครื่องบินขับไล่ F/A-18 Hornet ยุคแรก) เข้าไป
การมีเรดาร์ AN/APG-65 ทำให้รุ่น Plus ข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเครื่องบินโจมตีธรรมดา กลายเป็นอากาศยานที่สามารถยิงขีปนาวุธต่อระยะไกลนอกสายตาได้อย่าง AIM-120 AMRAAM รวมถึงใช้ล็อกเป้าหมายขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำอย่าง AGM-84 Harpoon ได้ด้วยตัวเอง ทำให้มันเป็นรุ่นที่ครบเครื่องที่สุดทั้งรุก-รับ และครองอากาศได้ในตัว
4. TAV-8B Harrier II - รุ่นสองที่นั่งสำหรับฝึกนักบินใหม่
เพื่อให้นักบินหน้าใหม่สามารถควบคุมเครื่องบินที่มีความอินดี้ในการบินขึ้นลงทางดิ่งได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ จึงมีการสร้างรุ่นสองที่นั่ง (Two-seat trainer) โดยขยายส่วนหัวและห้องนักบินให้เรียงต่อกันเป็น 2 ตอนสำหรับครูฝึกและศิษย์การบิน ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้รับการอัปเกรดระบบภายในให้สอดคล้องกับฝูงบินหลักเรื่อยมา
ภาพจำในความทรงจำ และมนต์เสน่ห์ที่เทคโนโลยีเลียนแบบไม่ได้
สำหรับคนทั่วไปและคนรักเครื่องบินรบ แฮร์ริเออร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาวุธสงคราม แต่เป็น "ป็อปคัลเจอร์" ที่ฝังรากลึกในความทรงจำ ใครจะลืมภาพความตื่นตาตื่นใจในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ยุค 90 อย่าง True Lies (1994) ที่พระเอกที่รับบทโดย อาร์โนลด์ ชวาก์สเนกเกอร์ ห้อยตัวร้ายไว้กับขีปนาวุธ Sidewinder ใต้ปีกแฮร์ริเออร์กลางตึกระฟ้าเมืองไมอามี ภาพเหล่านั้นคือสิ่งที่ตอกย้ำความมหัศจรรย์ของเครื่องบินลำนี้ต่อสายตาชาวโลก
ในแง่ของศาสตร์และศิลป์แห่งการบิน การบังคับแฮร์ริเออร์ให้อยู่หมัดคือความท้าทายขั้นสูงสุดของนักบิน มันไม่มีระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะคอยประคองเต็มรูปแบบเหมือนเครื่องบินยุคใหม่ ทุกวินาทีที่เครื่องลอยตัวนิ่งๆ อยู่กลางอากาศ (Hovering) คือการผสมผสานระหว่างสัญชาตญาณ ฝีมือ และความกล้าหาญของมนุษย์กับเครื่องยนต์พ่นลมร้อนเกือบพันองศาลงสู่พื้นดิน ความดิบและเสน่ห์เช่นนี้คือสิ่งที่หาไม่ได้อีกแล้วในอากาศยานยุคปัจจุบัน
สิ้นแสงตะวัน ส่งไม้ต่อสู่ทายาทล่องหน... แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป
การปลดประจำการของ AV-8B แฮร์ริเออร์พลัส ในพิธี Harrier Sundown ครั้งนี้ คือการส่งสิทธิขาดในการพิทักษ์น่านฟ้ากองเรือให้กับ F-35B Lightning II เครื่องบินรบล่องหนยุคที่ 5 ที่มีความสามารถในการบินขึ้นลงทางดิ่งเช่นเดียวกัน
จริงอยู่ที่ F-35B นั้นเร็วล้ำอนาคต เงียบเชียบ และซ่อนตัวในเงามืดได้อย่างยอดเยี่ยม แต่อย่างไรเสีย สำหรับเหล่านักบิน ช่างเครื่อง และทหารนาวิกโยธินหลายช่วงอายุคน... ไม่มีอะไรจะมาทดแทนเสียงคำรามอันกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน และกลิ่นไอความร้อนของเครื่องยนต์เพกาซัสที่เคยโชยมาพร้อมกับความอุ่นใจของทหารแนวหน้าได้เลย
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่เชอร์รีพอยต์ เจ้าตำนานจัมป์เจ็ตได้ร่อนลงจอดสนิทเป็นครั้งสุดท้าย ทิ้งไว้เพียงควันจางๆ และคราบเขม่าบนรันเวย์ที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน
AV-8B Harrier II ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว จากนี้ไปมันจะไม่ได้โบยบินอยู่บนฟากฟ้า แต่เรื่องราว วีรกรรมอันห้าวหาญ และภาพของเครื่องบินหน้าตาแปลกประหลาดที่กางปีกทรงลูกศรพุ่งทะยานตรงขึ้นสู่ก้อนเมฆ จะยังคง "บิน" อยู่ในความทรงจำและความรักของแฟนคลับทั่วโลก... อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
แด่ผู้พิทักษ์เหนือน่านฟ้า แฮร์ริเออร์... ราตรีสวัสดิ์.
You might be intertested in this news.
Mostview
เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)
เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)
แซน-พนมกร ผันตัวเป็นผู้จัด เบิกฤกษ์บวงทรวง “โฮมฮัก รักเต็มจาน”
บริษัท เอชทูโก เอ็นต์เตอร์เทนเมนท์ จำกัด ค่ายบันเทิงและผู้ผลิตคอนเทนต์ ได้ฤกษ์งามยามดีจัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ละมุนหัวใจ เรื่องใหม่ “โฮมฮัก รักเต็มจาน” ณ ลานเทวาลัยฟีนิกซ์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ
ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเกมแห่งเอเชียที่งาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026
เริ่มมาอย่างเร้าใจทั้งโซนธุรกิจและความบันเทิงกับงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 มหกรรมเกมหยุดทุกความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมเกมให้มุ่งมายังไทย ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาคอาเซียนเต็มตัว
เริ่มแล้ว Thailand Space Expo 2026 เชื่อมธุรกิจ การลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไทย
เริ่มแล้วมหกรรมด้านอวกาศ Thailand Space Expo 2026 โดยเชื่อมเทคโนโลยี ธุรกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรม ชูอวกาศ คือ New Growth Engine ของไทย ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ หวังขยับจากผู้ใช้สู่ผู้สร้างสรรค์ โดยไทยเป็นเจ้าภาพ 2 สัมมนาใหญ่ด้านอวกาศระดับโลก
ผู้ว่าฯ กทม.แก้โจทย์ 3 น้ำ ปรับแนวคิดผังเมือง ใช้เทคโนโลยี-AI สู้อากาศสุดขั้ว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดฉากทัศน์อนาคตน้ำกรุงเทพฯ ถอดสมการ 3 น้ำโดยการผสาน AI-นวัตกรรม สู้อากาศสุดขั้ว พร้อมยกระดับเมืองลุ่มต่ำ โดยปรับแนวคิดผังเมืองสู่ Compact City ป้องกันน้ำท่วมยั่งยืนแบบ ที่มีการพัฒนาอาคารสูงและความหนาแน่นอย่างเป็นระบบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง