"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?
by Trust News, 15 มิถุนายน 2569
ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ทำให้ภาพของคดีมีความแจ่มชัดมากขึ้น
จุดเริ่มต้น ชนวนเหตุสังหาร กับปมเงินค่าโดยสาร 120 บาท
กลางดึกคืนวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ความเงียบสงบบริเวณหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 ย่านห้วยขวาง ถูกทำลายลงด้วยเสียงปืนขนาด 9 มม. ที่ดังขึ้นหลายนัด ส่งผลให้ร่างของคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างล้มลงจมกองเลือด เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ทว่าสิ่งที่ทำให้สังคมตกใจยิ่งกว่า คือผู้ลั่นไกคือ ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด. 21) ที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาสอบเลื่อนขั้น
อะไรคือชนวนเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐผู้พกอาวุธ ตัดสินใจเปลี่ยนปากซอยห้วยขวางให้กลายเป็นลานสังหาร?
ก่อนเหตุยิงสนั่นตลาดห้วยขวาง เวลาประมาณ 02.25 น. ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ อายุ 33 ปี สังกัดกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน เขาต้องการรถกลับบ้านพักแถวมักกะสัน จึงได้เดินเข้ามาเรียก วิน จยย. แต่ราคาที่ วิน จยย. เรียกนั้น คือ 120 บาท แต่ ส.ต.ต.นำทัพขอต่อราคาเหลือ 60 บาท ฝ่ายวินไม่ยอม ปากเสียงจึงเริ่มขึ้น
จากนั้น 1 ในวิน จยย. ได้ถีบ ส.ต.ต.นำทัพ จนกระเด็นและล้มลงไปที่พื้นที่ถนน จากนั้น มี วิน จยย. อีกคน จะตามเข้ามาเตะซ้ำ และทั้ง 2 จะเข้ามารุมทำร้าย แต่ ส.ต.ต.นำทัพ ได้ถอยหลัง และควักปืน
จุดเริ่มต้นจาก "ค่าโดยสาร" สู่การตะลุมบอน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ส.ต.ต. นำทัพ เดินมาที่วินจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อเรียกรถให้ไปส่งที่บ้านพักย่านมักกะสัน ฝ่ายวิน จยย. เรียกราคา 120 บาท แต่ฝ่าย ตชด. หนุ่มมองว่าราคาแพงเกินจริง จึงขอต่อเหลือ 60 บาท จนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง
ภาพจากกล้องวงจรปิดกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เผยให้เห็นว่า เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่การฝีปาก เมื่อฝ่ายวิน จยย. เริ่มเปิดฉากใช้กำลัง โดยมีคนขี่วิน จยย. ใช้เท้าถีบจน ส.ต.ต. นำทัพ ล้มลง จากนั้นนายภูริต (ผู้เสียชีวิต) ได้ตามเข้ามาเตะซ้ำอีก 1 ครั้ง เมื่อถูกรุมทำร้ายจนจนมุม ตชด. หนุ่มจึงชักอาวุธปืนยี่ห้อซิกซาวเออร์ที่พกอยู่ที่เอว ออกมากระหน่ำยิงใส่กลุ่มวินทันทีฃ
"ผมต้องยิงเพื่อป้องกันตัว เพราะตอนนั้นถูกกลุ่มคนขับวินมอเตอร์ไซค์รุมทำร้ายก่อน ถ้าไม่ทำผมก็อาจจะแย่" คำให้การเบื้องต้นของ ส.ต.ต. นำทัพ หลังจากดอดเข้ามอบตัว
ขณะที่ทางฝั่งญาติของผู้ต้องหาได้เดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง พร้อมกับยารักษาโรคจิตเวช โดยระบุว่าหลานชายมีอาการป่วยจริงและต้องทานยาเป็นประจำ แต่อาการในคืนนั้นไม่ใช่เพราะโรคกำเริบ
"หลานมีอาการป่วยทางจิตเวชจริงและต้องกินยาทุกวัน แต่วันนั้นเชื่อว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบเพราะถูกรุมทำร้ายตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ไม่ใช่เพราะอาการป่วย" ญาติของ ส.ต.ต. นำทัพ กล่าวอ้าง
เสียงสะอื้นจากฝั่งผู้สูญเสีย
แม้ภาพวงจรปิดจะชี้ชัดว่ามีการรุมทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นก่อน แต่สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต บาดแผลจากคมกระสุน 4-5 นัดที่ปักเข้ากลางอกของหัวหน้าครอบครัว มันคือการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าจะรับได้
ในวันฝากขัง ภรรยาและครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายื่นคัดค้านการประกันตัวด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้น โดยยืนยันว่าการฆ่าคนตายถึง 2 ศพ ไม่สามารถอ้างคำว่า "ป้องกันตัว" ได้เลย
"ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้? ทะเลาะกันแค่เรื่องเงินไม่กี่บาท รุมตีรุมต่อยกันก็ว่าไปตามกฎหมาย แต่นี่คุณเป็นตำรวจ มีปืน มีหน้าที่ปกป้องประชาชน แต่กลับเอาปืนมารัวยิงใส่เขาจนตายถึงสองคน หัวหน้าครอบครัวต้องมาเสียชีวิต ลูกเมียจะอยู่ยังไง เราจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและไม่ขอรับคำขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น"
เบื้องต้น ทางกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที พร้อมตั้งข้อหาหนัก 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร
มุมมองจาก "พล.ต.ต. เรวัช กลิ่นเกสร" เป็นผม...ผมก็ยิง?
คดีนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างเผ็ดร้อน โดยแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมองว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ แต่อีกฝ่ายมองว่าวิน จยย. ไปรุมทำร้ายเขาก่อน สมควรแล้วที่โดนสวนกลับ
ทางด้าน พล.ต.ต. เรวัช กลิ่นเกสร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) มือปราบชื่อดัง ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์นี้ผ่านสื่ออย่างตรงไปตรงมาตามสไตล์ดุดัน โดยแสดงความเห็นอกเห็นใจฝั่ง ตชด. และมองบริบทในฐานะผู้พกอาวุธว่า
"คดีนี้ถ้าดูจากพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิด ต้องบอกว่าผมเห็นใจ ตชด. นะ... เป็นผมๆ ก็ยิง! คือคุณไปรุมทำร้ายเขา ไปกระโดดถีบเขาจนล้มลง แล้วไอ้คนพกปืนน่ะ กฎของการพกอาวุธคือถ้าคุณโดนรุมจนมุม โดนทำร้ายจนกลิ้งอยู่กับพื้น คุณจะรู้ได้ยังไงว่าพวกที่รุมเข้ามาจะไม่แย่งปืนคุณไปยิงหัวคุณเอง? มันสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตเขาก็ต้องป้องกันตัว"
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการอ้างว่าป้องกันตัว แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ออกมาให้ความเห็นว่า เป็นการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุหรือไม่..?
อย่างไรก็ตาม หลังการสอบสวน ตำรวจได้คุมตัว ส.ต.อ.นำทัพไปฝากขังผัดแรก ที่ ศาลอาญารัชดา โดยท่าทีของ ส.ต.อ.นำทัพ มีสีหน้าท่าทีเคร่งเครียด เดินก้มหน้าตลอดเวลา พร้อมกับ ใส่หมวกเพื่อปิดบังอําพรางใบหน้า และในระหว่างที่นําตัวขึ้นรถผู้ต้องหา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับ นายนําทัพ ว่า มีอะไรอยากพูดหรือไม่ เจ้าตัวพูดส้้น ๆ ว่า “ขอโทษครับ”
นักข่าวพยายามถามต่อ ผู้ต้องหาพูดว่า “ขอโทษครับ ผมโดนรุม” ขณะที่ พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผู้กํากับการ สน.ห้วยขวาง กล่าวสั้นๆ ว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และบอกว่าเป็นไปตามคลิป
You might be intertested in this news.
Mostview
"หวังข่าย" ดาราไต้หวัน วัย 43 ปี เสียชีวิตปริศนาในบ้านพัก
วงการบันเทิงไต้หวันสูญเสีย หลัง "หวังข่าย" หรือชื่อจริง หวังเจี้ยนหลง วัย 43 ปี ถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านพักย่านต้าอัน กรุงไทเป เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ไขรหัสเดนมนุษย์ ทำไม ‘ไอ้ป๋อง 5 ศพ’ ถึงกล้าฆ่าคนอย่างไร้ความปราณี
คดีสะเทือนขวัญชวนผวา กับคดีฆ่าชิงทรัพย์พี่น้องชาวรัสเซีย และฆ่า 3 คนไทย เพื่อปล้นทรัพย์อย่างไร้ความปรานี รวมกว่า 5 ศพ สร้างคำถามใหญ่ที่สั่นสะเทือนสังคมไทยว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจให้ ...
เปิดประวัติ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ กับการเดินทางครั้งสุดท้าย
อาลัย “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ กับการเดินทางครั้งสุดท้าย ที่ประเทศจอร์เจีย ...
สรุปกระแส #แบนGMMTV การ์ดใช้กำลังคุมตัวแฟนคลับจีน จนลุกลามข้ามประเทศ
สรุปกระแส #แบนGMMTV ลุกลามข้ามประเทศ สื่อจีน-ไต้หวันเกาะติด หลัง การ์ดใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ด้าน GMMTV แถลงการณ์ ยอมรับ "ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ" สั่งพักการ์ดนอก-ปัดข่าวฟ้องแฟนคลับ
รีวิวหนัง Spider-Man Brand New Day การเติบโตพลังและปีเตอร์ปาร์เกอร์
ในวันหยุดยาวนี้ มีหนังใหม่ๆ เข้ามาฉาย และน่าดูหลายเรื่อง หนึ่งในนั้น คือ Spiderman brand new day ภาคใหม่ของ “สไปเดอร์แมน” และถือเป็นภาค 4 ของ “ทอม ฮอลแลนด์” (ไม่รวม Avenger)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง