วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 18, 2569

คนละครึ่งชิดซ้าย! คนกรุง 46.9% เทใจชอบ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ขณะที่ปัญหาการใช้ก็มี

by Trust News, 18 มิถุนายน 2569

ภาพประกอบสร้างจากคอมพิวเตอร๋ AI

ผลการสำรวจบ้านสมเด็จโพลล์ พบมาตรการอัดฉีด "ไทยช่วยไทยพลัส" (รัฐจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%) สอบผ่านฉลุย! ประชาชน 37.1% ยันช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายประจำวันได้มากที่สุด ส่วนใหญ่นำเงินที่ประหยัดได้ไปหมุนเวียนซื้อของเพิ่มและเก็บออม เผยเมนูยอดฮิตที่คนใช้สิทธิมากที่สุดคือ "อาหารปรุงสำเร็จและของกิน" ทว่ารัฐบาลยังต้องทำการบ้านเพิ่ม หลังกลุ่มตัวอย่างสะท้อนปัญหาเจอร้านค้าหัวหมอแอบปรับขึ้นราคา และระบบแอปฯ เป๋าตังขัดข้องช้าไม่ทันใจ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,134 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2569 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อ โครงการไทยช่วยไทยพลัสซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ประชาชนบางส่วน เวลาซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมโครงการ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า 60% ในขณะที่ประชาชนจ่ายสมทบเอง 40% วงเงินสูงสุด 4,000 บาท ต่อคน สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 - 23:00 น. ของทุกวัน ใน 1 เดือนจะสามารถใช้ได้ 1,000 บาท รัฐจะช่วยจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท

อย่างไรก็ตามหากในเดือนนั้นใช้เงินไม่หมด ยอดเงินจะถูกตัดทันที ไม่มีการสะสมหรือทบไปให้ในเดือนถัดไป ผ่านระบบ G-Wallet บนแอป เป๋าตัง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจร้านค้ารายเล็ก และผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในช่วงที่ค่าครองชีพสูง ทั้งยังช่วยร้านค้า ร้านอาหารและธุรกิจชุมชนให้มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น โดยการสำรวจมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ความพึงพอใจของประชาชนต่อรูปแบบใหม่ของโครงการไทยช่วยไทยพลัส อันดับหนึ่งคือ มาก ร้อยละ 55.4 อันดับสองคือ ปานกลาง ร้อยละ 41.4 อันดับสามคือ น้อย ร้อยละ 3.2

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ รู้สึกเมื่อเทียบโครงการไทยช่วยไทยพลัส กับโครงการ คนละครึ่ง (50/50) อันดับหนึ่งคือ ชอบไทยช่วยไทยพลัสมากกว่า ร้อยละ 46.9 อันดับสองคือ รู้สึกไม่แตกต่างกันมากนัก ร้อยละ 37.3 อันดับสามคือ ชอบคนละครึ่งรูปแบบเดิมมากกว่า ร้อยละ 15.8

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ อันดับหนึ่งคือ มากที่สุด ร้อยละ 37.1 อันดับสองคือ ปานกลาง ร้อยละ 29.9 อันดับสามคือ มาก ร้อยละ 28.6 อันดับสี่คือ น้อย ร้อยละ 3 อันดับห้าคือ ไม่เลย ร้อยละ 1.4

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงิน ช่วยให้อันดับหนึ่งคือ ทำให้สามารถซื้อของได้ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม ร้อยละ 33.2 อันดับสองคือ ทำให้มีเงินเหลือพอไปจ่ายหนี้สินหรือบิลค่าน้ำค่าไฟได้ตรงเวลา ร้อยละ 25.4 อันดับสามคือ ทำให้มีเงินเหลือเก็บออมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 19.2 อันดับสี่คือ ทำให้กล้าซื้ออาหารหรือของใช้ที่มีคุณภาพดีขึ้น ร้อยละ 15.4 อันดับห้าคือ ไม่ได้รู้สึกว่ามีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ร้อยละ 6.8

เมื่อประหยัดค่าอาหาร/สินค้าจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส นำเงินส่วนที่เหลือไปทำอะไร อันดับหนึ่งคือ นำไปใช้จ่ายสินค้าอื่นเพิ่ม ร้อยละ 53.7 อันดับสองคือ เก็บออม ร้อยละ 20.7 อันดับสามคือ ชำระหนี้ ร้อยละ 16.9 อันดับสี่คือ ไม่แน่ใจ ร้อยละ 8.7

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกร้านค้า อันดับหนึ่งคือ ซื้อของร้านค้ารายย่อย/ตลาดสด แทนการเข้าห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อ ร้อยละ 44.8 อันดับสองคือ ซื้อร้านค้ารายย่อยสลับกับร้านสะดวกซื้อตามปกติ ร้อยละ 38.7 อันดับสามคือ ซื้อร้านเดิมๆ ที่เคยซื้ออยู่แล้ว แค่เปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน ร้อยละ 16.5

ตามสิทธิของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ใช้สิทธิกับสินค้าประเภท อันดับหนึ่งคือ อาหารปรุงสำเร็จ / อาหารตามสั่ง / เครื่องดื่ม ร้อยละ 33.9 อันดับสองคือ ของใช้ในชีวิตประจำวัน (สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก) ร้อยละ 31.3 อันดับสามคือ วัตถุดิบทำอาหาร (เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้) ร้อยละ 29 อันดับสี่คือ ยารักษาโรค / อุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐาน ร้อยละ 5.8

ปัญหาที่ท่านพบจากการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส อันดับหนึ่งคือ ไม่พบปัญหาใดๆ ร้อยละ 31.4 อันดับสองคือ ร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าหรือคิดค่าบริการเพิ่ม ร้อยละ 26.7 อันดับสามคือ ระบบแอปพลิเคชันขัดข้อง / สแกนจ่ายยาก / ระบบช้า ร้อยละ 18 อันดับสี่คือ หาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยาก ร้อยละ 10.8 อันดับห้าคือ การจำกัดสิทธิไม่ครอบคลุมสินค้าที่จำเป็นบางประเภท ร้อยละ 10.5 อันดับหกคือ พบการทุจริต หรือการรับแลกสิทธิเป็นเงินสด ร้อยละ 2.6.


You might be intertested in this news.

Mostview

พระสหาย ‘พระองค์ภา’ โพสต์ความทรงจำประทับใจ ชีวิตในโรงเรียนที่แสนเรียบง่าย

พระสหายพระองค์ภา โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าความประทับใจ ระหว่างเรียนโรงเรียนราชินี และกลายเป็นพระสหายโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับเรื่องราวแห่งความทรงจำของกลุ่มเพื่อเด็กผู้หญิงที่แสนเรียบง่าย...

ไขดราม่า Teach You a Lesson กับกระแสต่อต้าน ก่อนและหลังฉาย

ว่าจะเขียนถึงเรื่อง “Teach You a Lesson” หรือ ในชื่อไทย “อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน” ซีรีส์ 10 ตอน ของ Netflix ที่มีกระแสแรงในบ้านเรา โดยเนื้อหาเป็นการสะท้อนสังคมโรงเรียน และการกลั่่นแกล้งกันในโรงเรียนกันอย่างหนักหน่วง...

"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?

ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...

ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา

แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”

‘อรรถวิชช์’ โพสต์บันทึก ระลึกถึง ‘พระองค์ภา’ เป็นเจ้านายที่รักยิ่ง กันเอง และมีวินัยมาก

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์บันทึกระลึกถึง “พระองค์ภา” ในมุม ที่เป็นเจ้านายที่รักยิ่ง เผย พระองค์ทรงเป็นกันเอง...

TrustNEws Line