วันอังคาร, กันยายน 29, 2569

วิกฤติคลื่นความร้อนถล่มยุโรป ตายแล้วนับพัน หวั่นโครงสร้างพื้นฐานรับไม่ไหว

by Trust News, 29 มิถุนายน 2569

ภาพประกอบจากกราฟฟิกคอมพิวเตอร์

คืบหน้าวิกฤตคลื่นความร้อนแผ่ซ่านรุนแรงในทวีปยุโรป คร่าชีวิตคนไปแล้วนับพันราย และได้ขยายวงสู่ยุโรปตะวันออก และแถบคาบสมุทรบอลข่าน ด้าน WHO เตือนว่า อาคาร บ้านเรือนในยุโรปไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูง หลายประเทศประกาศเตือนภัยฉุกเฉิน

สำนักข่าวต่างประเทศ และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รายงานความคืบหน้าวิกฤตคลื่นความร้อนแผ่ซ่านรุนแรง (Extreme Heatwaves) ที่กำลังแผ่ปกคลุมทวีปยุโรปอย่างหนักหน่วงตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมลากยาวมาถึงปลายเดือนมิถุนายน 2026 นี้ โดยอุณหภูมิพุ่งสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ทุบสถิติในหลายประเทศ และความร้อนเริ่มเคลื่อนตัวจากฝั่งยุโรปตะวันตกแผ่กระจายเข้าสู่ยุโรปตะวันออกและแถบคาบสมุทรบอลข่านแล้ว

คลื่นความร้อนทำคนตายแล้วกว่า 1,300 ราย 

นายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ได้ออกมายืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่เกี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอุณหภูมิสูงจัดในยุโรปแล้วมากกว่า 1,300 ราย นับตั้งแต่สัปดาห์วันที่ 21 มิถุนายน 2026 เป็นต้นมา

สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติฝรั่งเศส (Santé Publique France) เปิดเผยว่าในช่วงพีคของคลื่นความร้อน (24-27 มิถุนายน) ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเฉียบพลันถึงประมาณ 1,000 ราย เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยในเดือนก่อนหน้า โดยผู้เสียชีวิตกว่า 85% เป็นกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และหลายรายเสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเอง

นอกเหนือจากภาวะฮีทสโตรก (Heatstroke) แล้ว สื่อต่างประเทศรายงานว่ามีประชาชนอย่างน้อย 40 รายในฝรั่งเศส และอีกหลายรายในสหราชอาณาจักร จมน้ำเสียชีวิตเนื่องจากพยายามลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเพื่อคลายความร้อน

ผลกระทบวงกว้าง ได้ทุบสถิติใหม่แต่ละประเทศ

อุณหภูมิพุ่งกระฉูดทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาล โดยที่ประเทศเยอรมนีแตะ 41.7 องศาเซลเซียส ชายแดนโปแลนด์ ส่วนโปแลนด์ทำลายสถิติเก่ารอบ 105 ปี ที่อุณหภูมิ 40.5 องศาเซลเซียส

เช็ก เกณฑ์อุณหภูมิพุ่งแตะ 41.9 องศาเซลเซียส ที่เมืองด็อกซานี (Doksany) ขณะที่ฮังการีแตะ 40.7 องศาเซลเซียส

แม้เป็นประเทศกลุ่มนอร์ดิก (ยุโรปเหนือ) ที่มักมีอากาศเย็น แต่ปีนี้เผชิญความร้อนพุ่งแตะ  36.6 - 37.0 องศาเซลเซียส สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติในปี 1874

ความร้อนจัดทำให้ผิวคอนกรีตของทางหลวงออโตบาห์น (Autobahn) ในเยอรมนีเกิดการระเบิดและแตกหักจนต้องสั่งปิดเส้นทางชั่วคราว ขณะที่ระบบรถไฟเยอรมัน (Deutsche Bahn) ต้องประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นเนื่องจากกังวลเรื่องระบบรางและไฟฟ้า

เกิดไฟป่ารุนแรงในเยอรมนี ซึ่งพื้นที่ป่าบางส่วนเป็นเขตปนเปื้อนวัตถุระเบิดเก่าจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความร้อนสะสมทำให้เกิดการระเบิดย่อย ๆ จนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องถอยร่นและอพยพชาวบ้านหนี

แนวทางการแก้ปัญหาและการตั้งรับของแต่ละรัฐบาล

ผู้นำ WHO เตือนว่า บ้านเรือน ที่ทำงาน และโรงเรียนในยุโรปไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูงระดับนี้ (ยุโรปส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ) แต่อาศัยการวางแผนเผชิญเหตุเชิงรุก ดังนี้

ฝรั่งเศส ยกระดับประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด (Red Alert) ครอบคลุมถึง 58 เขตพื้นที่ เช่นเดียวกับเนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ ที่ประกาศรหัสแดงเพื่อเตือนประชาชนขั้นสูงสุด

สเตฟานี ริสต์ (Stéphanie Rist) รัฐมนตรีสาธารณสุขฝรั่งเศส แถลงจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินจำนวน 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,900 ล้านบาท) เพื่อจัดซื้อเครื่องปรับอากาศ พัดลม และอุปกรณ์ลดความร้อนแจกจ่ายให้แก่โรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุอย่างเร่งด่วน หลังมีผู้ป่วยล้นห้องฉุกเฉิน

ด้าน กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และเมืองคราคูฟ ของโปแลนด์ ตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้นำ "รถฉีดน้ำแรงดันสูง (Water Cannons)" มาฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นไปบนอากาศกลางเมือง และจัดตั้งม่านน้ำสาธารณะตามท้องถนนเพื่อช่วยลดอุณหภูมิให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ขณะที่ รัฐบาลโปแลนด์ใช้ระบบส่งข้อความแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือ (SMS) ถึงประชาชนทุกคนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตือนให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง ดื่มน้ำมาก ๆ และสวมหมวก ส่วนเมืองดอร์มาเกน (Dormagen) ของเยอรมนี มีการสั่งอพยพผู้สูงอายุจากบ้านพักคนชราทันทีหลังจากอุณหภูมิภายในตัวอาคารพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียส จนเสี่ยงอันตราย

ทั้งนี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก World Weather Attribution (WWA) ระบุว่า คลื่นความร้อนที่รุนแรงและมีความชื้นสูงในยุโรปรอบนี้ "จะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์" ซึ่งส่งผลให้สภาวะที่เคยอ้างว่าเป็นภัยพิบัติในรอบชั่วอายุคน (Once-in-a-generation) กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบจะทุกปีในปัจจุบัน.


You might be intertested in this news.

Mostview

หลิวเหวินแฟนสาวจิ่งป๋อหราน ผู้ทลาย Beauty Standard (ชมคลิป)

หลิวเหวินแฟนสาวจิ่งป๋อหราน ผู้ทลาย Beauty Standard (ชมคลิป)

ดร.ธรณ์ไข สาเหตุ ฝนตก 30 ชม. ไม่หยุด เอาน้ำฝนมาจากที่ไหน

ดร.ธรณ์ไขสาเหตุฝนตกต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ชม. ไม่หยุด ชี้ปัญหาหลักมาจากซูเปอร์เอลนีโญ่ ทำให้น้ำทะเลร้อนขึ้น กลายเป็นไอ และหอบน้ำเข้ามา เผยมีช่วงเวลารับมือยาก ...

สุวรรณภูมิ แจงการบินไทยกระเป๋าล่าช้า ขาด จนท.ภาคพื้น กระทบทุกไฟลท์ขาเข้า-ออก

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เร่งประสานการบินไทย แก้ปัญหาพนักงานภาคพื้นขาดแคลน เนื่องจากน้ำท่วมพื้นที่รอบสนามบิน พนักงานมาทำงานไม่ได้จำนวนมาก กระทบการให้บริการเที่ยวบินทั้ง เที่ยวบินขาออกดีเลย์ ส่วน ผดส.ขาเข้ารับกระเป๋าสัมภาระไม่มา หรือ ล่าช้านานหลายชั่วโมง

กทม.ประกาศ พื้นที่ประสบสาธารณภัย หนองจอก–สวนหลวง-คันนายาว หลังเจอน้ำท่วมหนัก

กทม. ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หนองจอก–สวนหลวง-คันนายาว รวม 3 เขต 13 แขวง หลังเกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ ทำให้การสัญจรยากลำบาก กระทบต่อสาธารณชนเปิดทางหน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มระบบ

โอ๊ต ปราโมทย์ เปิดใจ คอนฯ เบิ้มเบิ้ม ขายหมดเท่าทุน แต่สร้างงานอัดเงินในอีโคซิสเต็ม

โอ๊ต ปราโมทย์ แจง คอนฯ "เบิ้มเบิ้ม" บัตรขายหมดเท่าทุน แต่กำไรน้ำใจเพื่อนๆ อัดเม็ดเงินช่วยธุรกิจบันเทิงคนเบื้องหลังได้เอาไปเลี้ยงชีวิต ย้ำ มีเพลงร้องเต็มพิกัดมากกว่า 2 ชั่วโมง ไม่ได้มีแต่พูดคุยบนเวที และจะมีเพลงใหม่ที่ โอ๊ตx ป๊อป ทำร่วมกับเร็วๆ นี้

TrustNEws Line