วันอังคาร, สิงหาคม 25, 2569

ปารากวัย-โมร็อกโก แท็กทีมสังหารโหด "เยอรมัน-ฮอลแลนด์" บราซิลพลิกโกงตาย

by Trust News, 30 มิถุนายน 2569

อดีตแชมป์โลก 4 สมัย "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี สลายมนตร์ขลังพ่ายดวลเป้า ปารากวัย 3-4 ตกรอบแรกรอบน็อกเอาต์แบบพลิกปากกาเซียน และเป็นการแพ้จุดโทษหนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกชาย ขณะที่ "อัศวินสีส้ม" เนเธอร์แลนด์ อกหักช้ำรักโดน โมร็อกโก ลงทัณฑ์นาทีบาปก่อนสยบคาจุดโทษ 2-3 ด้านทัพ "เซเลเซา" บราซิล หวิดตามไปอยู่ป่าช้า หลังโดนญี่ปุ่นนำก่อน แต่ได้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ สวมบทฮีโร่ซัดชัยนาที 90+5 พลิกนรกชนะ 2-1 ลิ่วรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

บราซิล 2 - 1 ญี่ปุ่น กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ฮีโร่นาทีบาป ดับฝันซามูไร

เกมน็อคเอาท์ที่เมืองฮิวสตัน ทัพ "เซเลเซา" ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด ครึ่งแรกเป็นญี่ปุ่นที่ช็อกแฟนบอลทั้งสนามจากการทำประตูขึ้นนำของ ไคชู ซาโนะ ในนาทีที่ 29 หลังฉกบอลพลาดของแนวรับบราซิลแล้วซัดด้วยขวาเข้าไป ครึ่งหลังบราซิลบุกแหลกและมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 56 จากลูกโหม่งของ คาเซมิโร่ เกมทำท่าว่าจะต้องต่อเวลาพิเศษ ทว่านาทีที่ 90+5 บรูโน่ กิมาไรส์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ตัวสำรองซุปเปอร์ซับ แต่งบอลเข้าขวาแล้วซัดเบียดเสาเข้าไปอย่างเหนือชั้น ส่งบราซิลเฉือนชนะ 2-1 ลิ่วรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับนอร์เวย์

เรื่องราวนอกสนามที่น่าสนใจ

บราซิลรอดพ้นจากการตามหลังครึ่งแรกแล้วกลับมาชนะในฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 (นัดเจอตุรกี) ซึ่งปีนั้นพวกเขาจบด้วยการเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 5 ขณะที่ การแข่งขันนัดนี้ แฟนบอลชาวเมืองฮิวสตันแห่เข้าชมกันจนล้นสนาม โดยอัฒจันทร์กลายเป็นสีเหลืองทองระยิบระยับจากเสื้อแข่งทีมชาติบราซิล

ส่องแทกติกหลังเกม

ฝั่งบราซิล พี่แจ้ อันเชล็อตติ แก้เกมช่วงพักครึ่งได้ยอดเยี่ยม การส่งมาร์ติเนลลี่ลงมาแทน มาเตอุส คุนญ่า ช่วยเพิ่มมิติความเร็วและการเจาะทางริมเส้น ทว่าแดนกลางยังมีรอยรั่วจากการจ่ายบอลเสียในแดนตัวเองที่ต้องเร่งแก้ไข

ด้าน ทัพซามูไรบลูส์ ฮาจิเมะ โมริยาสึ วางหมาก "วินัยเกมรับลึก" และอาศัยการเคาน์เตอร์แอตแทกที่เฉียบคมจนได้ประตูนำ ทว่าน่าเสียดายที่ช่วงท้ายเกมความฟิตเริ่มล้าและต้านทานพายุบุกระดับเวิลด์คลาสของบราซิลไม่ไหวจนสมาธิหลุดในวินาทีสุดท้าย  

เยอรมนี 1 - 1 ปารากวัย (ปารากวัยชนะจุดโทษ 4-3) มนตร์ขลังอินทรีเหล็กสลาย พ่ายดวลเป้าหนแรกประวัติศาสตร์

เกิด "ล็อกถล่ม" ครั้งใหญ่ที่สุดช็อกโลกที่บอสตัน สเตเดียม เมื่ออดีตแชมป์โลก 4 สมัยอย่างเยอรมนี ตกรอบด้วยฝีมือของปารากวัย เกมนี้ปารากวัยนำก่อนในนาทีที่ 42 จากการโหม่งของ ฮูลิโอ เอนซิโซ่ ก่อนที่ครึ่งหลังนาทีที่ 54 ไค ฮาแวร์ตซ์ จะโหม่งตีเสมอให้เยอรมนีเป็น 1-1 ช่วงต่อเวลาพิเศษเกิดดราม่าเมื่อ โจนาธาน ทาห์ ส่งบอลเข้าตาข่ายได้แล้ว แต่ VAR ริบคืนเนื่องจากมองว่า วัลเดมาร์ อันตอน ไปฟาวล์บล็อกผู้รักษาประตู ทำให้ต้องดวลจุดโทษตัดสิน และเป็น เยอรมนีที่ยิงพลาดถึง 3 คน (ฮาแวร์ตซ์, โวลเตมาเด, ทาห์) พ่ายจุดโทษไป 3-4 ตกรอบแรกน็อคเอาท์ทันที

เรื่องราวนอกสนามนัดนี้

เยอรมนีล้มเหลวในการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน (2018, 2022 ตกรอบแรก และ 2026 ตกรอบ 32 ทีม)

ต้องยอมรับกันว่า นี่คือการแพ้ดวลจุดโทษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกชายของทีมชาติเยอรมนี หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาชนะรวดมาตลอด 4 ครั้งที่ต้องดวลเป้า (ปี 1982, 1986, 1990, 2006)

จังหวะริบประตูของ โจนาธาน ทาห์ กลายเป็นประเด็นเดือดทั่วโลกออนไลน์ ตำนานอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่, รอย คีน และ เธียร์รี่ อองรี ต่างประสานเสียงวิจารณ์ผู้ตัดสินและ VAR ว่า "เป็นการตัดสินที่ตลกและบ้าบอมาก" เพราะเป็นการปะทะที่เบาเกินกว่าจะริบประตูในแมตช์ระดับนี้ 

แทกติกหลังเกม

กุนซือทีมอินทรีย์เหล็ก ยูเลียน นาเกลส์มันน์ เจาะกำแพงรถบัสของปารากวัยไม่เข้า เยอรมนีครองบอลมากกว่า 75% ผ่านบอลกันร่วมพันครั้งแต่ไร้ความเฉียบคม การจัดตัวสำรองลงมาท้ายเกมไม่สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมได้ และจิตวิทยาในการยิงจุดโทษสอบตกอย่างรุนแรง

ด้าน ปารากวัย กุนซือ กุสตาโว อัลฟาโร วางระบบ 4-5-1 รับต่ำแบบไร้ช่องว่าง (Defensive Masterclass) วิ่งบดชนะการแทกเกิลถึง 26 ครั้ง และยกเครดิตให้ ออร์ลันโด กิล ผู้รักษาประตูที่เซฟพ้นอันตรายตลอด 120 นาทีแถมเซฟช่วงดวลเป้าอีก 2 จุดโทษ

เรื่องราวนอกสนามของแมตชข์นี้

การทำประตูได้ของ โคดี้ กัคโป ถือเป็นโมเมนต์ที่สะเทือนอารมณ์มาก เนื่องจากครอบครัวของเขาเพิ่งประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ (สูญเสียบุคคลในครอบครัว) ในช่วงเดือนนี้ เจ้าตัวแสดงอาการร่ำไห้ออกมาหลังทำประตูได้ แต่น่าเสียดายที่ทีมไม่สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้จนต้องตกรอบ

การ Rematch กลับมาเจอกันในรอบ 32 ปี ที่หนังม้วนเดิมเปลี่ยน โดยคู่นี้เคยเจอกันในฟุตบอลโลกหนล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 1994 (ฟุตบอลโลกที่สหรัฐฯ) ซึ่งครั้งนั้นเนเธอร์แลนด์ชนะ 2-1 แต่ในการเจอกันในรอบน็อคเอาท์หนแรกถัดมาอีก 32 ปีพอดี กลายเป็นฝั่งโมร็อกโกที่ล้างตาได้สำเร็จ

เนเธอร์แลนด์ 1 - 1 โมร็อกโก (โมร็อกโกชนะจุดโทษ 3-2) อัศวินสีส้มน้ำตาตกโดนสิงโตแอตลาสขย้ำร่วงดวลเป้า

ดราม่าบีบหัวใจแฟนบอลเนเธอร์แลนด์ทั่วโลกที่มอนเทอร์เรย์ สเตเดียม ประเทศเม็กซิโก เกมดำเนินไปอย่างอึดอัดจนกระทั่งนาทีที่ 72 โคดี้ กัคโป ยิงประตูให้เนเธอร์แลนด์ขึ้นนำ 1-0 อัศวินสีส้มทำท่าว่าจะฉลุยเข้ารอบ ทว่านาทีที่ 90+1 ช่วงทดเจ็บนาทีบาป อิสซา ดิย็อป กองหลังโมร็อกโกสลัดหนีตัวประกบขึ้นโขกเต็มหัวตีเสมอเป็น 1-1 ช็อกแฟนบอลดัตช์ทั้งสนาม

หลังสู้กันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นฝั่งโมร็อกโกที่มี ยาซซีน บูนู (โบโน่) ซูเปอร์เซฟปัดลูกยิงของ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ก่อนที่ อิสมาเอล ไซบารี จะลงมาสังหารจุดโทษลูกสุดท้ายส่งโมร็อกโกชนะไป 3-2 เข้ารอบ 16 ทีมชนแคนาดา ส่วนดัตช์แมนตกรอบ 32 ทีมอย่างเจ็บปวด

ส่องแท็กติกการเช่นคู่นี้

ฝั่งเนเธอร์แลนด์ กุนซือโรนัลด์ คูมัน วางหมากระบบ 3-4-2-1 เน้นรัดกุม และพยายามเปลี่ยนตัวเก๋าอย่าง เวกฮอร์สต์ และ คูปไมเนอร์ส ลงมาปิดเกม แต่ความผิดพลาดในวินาทีสุดท้ายจากการป้องกันลูกกลางแลงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมเสียสมาธิยาวไปจนถึงการยิงจุดโทษ

ขณะที่ ทีมชาติโมร็อกโก ทางเฮดโค้ชโมฮาเหม็ด วาห์บี ใช้ระบบ 4-2-3-1 ครองเกมสู้ได้อย่างมีชีวิตชีวาและมีเปอร์เซ็นต์ครองบอลถึง 69% รวมถึงโอกาสยิงที่เหนือกว่า (11 ต่อ 6 ครั้ง) ความใจสู้ที่ไม่ยอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้ายคือปัจจัยที่ทำให้พวกเขาคู่ควรกับการเข้ารอบ

 

 


You might be intertested in this news.

Mostview

มท.ออกคำสั่งระดมเจ็ตสกี เรือ และเฮลิคอปเตอร์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน

กระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งด่วนที่สุด ระดมเจ็ตสกี–เรือ–เฮลิคอปเตอร์ รถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว อุปกรณ์กำลังพล ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมที่ จ.น่าน พะเยา และ ลำพูน ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด ให้ เฮลิคอปเตอร์ KA32 ของ ปภ.ไปเตรียมพร้อมที่น่านแล้ว

อ.เชน และ ผู้ว่าฯ น่าน ติดตามโครงการสร้างทำแนวป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลน่าน

รองนายกฯ ยศชนัน นำคณะ และผู้ว่าฯ น่าน มาที่โรงพยาบาลน่านติดตาม โครงการเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบเมื่อเกิดอุทกภัย ปกป้องพื้นที่โรงพยาบาล ให้ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและให้บริการประชาชนได้เต็มประสิทธิภาพ

เทศบาลเมืองน่านน้ำลด มท.3 เกาะติดที่ท่าวังผา-ปัวเพราะยังมีฝนตกหนักเติม

"เจเศรษฐ์" อยู่ที่ จ.น่านติดตามน้ำท่วม คาดเขตเทศบาลเมืองน่านน้ำลด หลังแม่น้ำน่านที่จุด N1 อยู่ที่ 8.5 เมตร เร่งซ่อมคันกั้นน้ำที่เสียหาย แต่ยังคงเฝ้าระวังปริมาณน้ำจากฝนตกหนักที่ อ. ท่าวังผาและ อ.ปัว ย้ำ "สายด่วน 054716174" และ 1784 พร้อม ช่วยเหลือ 24 ชม.

49 ปี "วอยเอเจอร์ 2" จากภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ สู่การไขความลับห้วงลึกของอวกาศ

ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ปล่อยตัวในปี 1977 ยานวอยเอเจอร์ 2 ไม่ใช่เพียงการสำรวจดาวเคราะห์แถบนอกของระบบสุริยะ แต่มันได้ทะลวงผ่านเขตเฮลิโอพอส เข้าสู่พื้นที่ว่างระหว่างดวงดาว โดยที่ยานยังคงทำงานได้ และส่งข้อมูลกลับโลก จากวิศวกรรมอันเหลือเชื่อ

“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้

“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” กูรู้จักมึง ตั้งแต่กูอายุ 15 กินเที่ยวด้วยกันตั้งแต่เด็ก ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้...

TrustNEws Line