วันเสาร์, สิงหาคม 8, 2569

กรมฝนหลวงฯ ส่ง 12 หน่วยปฏิบัติการชิงสภาพอากาศ ทำให้ฝนตกบรรเทาแล้งทุกภาค

by Trust News, 9 กรกฎาคม 2569

กรมฝนหลวงฯ ส่ง เครื่องบินจาก12 หน่วยปฏิบัติการฯ โปรยสารเคมีช่วงชิงสภาพอากาศ ทำให้ฝนตกบรรเทาแล้งให้พื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำ ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมเตรียมจัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 9 หน่วย ได้แก่ หน่วยฯ จ.ตาก จ.พิษณุโลก จ.นครสวรรค์ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.สระแก้ว จ.อุบลราชธานี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 21 ลำ และเครื่องบินกองทัพอากาศ จำนวน 3 ลำ และ 3 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ จ.หนองบัวลำภู และ จ.เพชรบุรี ที่ปฏิบัติการด้วยชุดอุปกรณ์การพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำ ก่อนที่จะเกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องเกษตรกร โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ และวางแผนปฏิบัติการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด


อธิบดีฝนหลวงฯ กล่าวต่อว่า จากการติดตามสถานการณ์และการพยากรณ์อากาศในช่วงนี้ พบว่า เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงที่ประสบปัญหาเอลนีโญ กรมฯ จึงมีการวางแผนการทำงานในเชิงรุก ไม่รอให้เกิดวิกฤติ โดยจะติดตามสภาพอากาศและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ปรับแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมพร้อมอากาศยาน เครื่องมือ งบประมาณเพื่อทำงานอย่างเต็มศักยภาพ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำ มุ่งเน้นช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนตั้งแต่ฤดูฝนในเขื่อนหลัก


หลักการทำงานดังกล่าวจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้สามารถรักษาระดับน้ำต้นทุนและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งได้ และจากการปฏิบัติการฝนหลวงที่ผ่านมา ผลปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 6 กรกฎาคม 2569 ปฏิบัติการไปจำนวน 107 วัน 958 เที่ยวบิน มีฝนจากการปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 98.13 มีฝนตกในพื้นที่การเกษตรจำนวน 59 จังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.พิษณุโลก จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.กาญจนบุรี จ.นครราชสีมา จ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชุมพร จ.ตรัง จ.ระนอง ฯลฯ


รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้พื้นที่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เช่น เขื่อนคลองสียัด เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนปราณบุรีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนภูมิพล อธิบดีฝนหลวงฯ กล่าวย้ำด้วยว่า การปฏิบัติการฝนหลวงจะเป็นการดำเนินการที่ต้องอาศัยสภาพอากาศที่เหมาะสม เช่น มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมากกว่า 60% ศักยภาพของอากาศมีการยกตัวในแนวตั้งได้ดี ทิศทางลมและความเร็วลมเอื้ออำนวย (ไม่เกิน 20 น๊อต) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โอกาสในการเกิดฝนมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นและตกลงในพื้นที่เป้าหมายอย่างแม่นยำ

สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ ถือเป็นเดือนมหามงคลของพวกเราปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้มีการจัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญมากมายและมีคุณค่าคุณูปการต่อการพัฒนาประเทศชาติ และเพื่อรักษาระบบนิเวศ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม

ทำให้พื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นการเร่งขยายพันธุ์กล้าไม้ กลายเป็นสภาพป่าธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และยังเป็นการเพิ่มต้นทุนความชื้นสัมพัทธ์ให้กับระบบนิเวศทางธรรมชาติ และเป็นต้นทุนความชื้นที่สำคัญในการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

โดยจะมีพิธีเปิดโครงการฯ ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานในพิธี


อย่างไรก็ตาม โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ จะเป็นการดำเนินการหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการ
ฝนหลวงในแต่ละวัน โดยจะนำเมล็ดพันธุ์พืชที่มีการปั้นหุ้มด้วยดินเหนียวเรียบร้อยแล้วไปโปรยบริเวณอุทยานแห่งชาติต่างๆ และใช้เมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ป่านั้น ได้แก่ อุทยานแห่งชาติออบขาน จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จ.หนองบัวลำภู อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.มุกดาหาร และอุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 15 ชนิด ได้แก่ มะค่าแต้ มะค่าโมง สัก พะยูง แดง เพกา กัลปพฤกษ์ ขี้เหล็ก ชิงชัน ราชพฤกษ์ อะราง สมอพิเภก มะขามป้อม ตะแบก และพฤกษ์ โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการปั้นเมล็ดพันธุ์ที่ได้ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 8 แห่งทั่วประเทศ.


You might be intertested in this news.

Mostview

เรตค่าตัวพรีเซนเตอร์ ซุปตาร์จีน 2026 ใครแรงสุดในตลาดโฆษณา?

วงการบันเทิงจีนไม่ได้ร้อนแรงแค่ในสนามซีรีส์และภาพยนตร์เท่านั้น แต่ตลาดงานพรีเซนเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็คึกคักไม่แพ้กัน แต่ละแบรนด์ยอมทุ่มงบหลักสิบล้านหยวนเพื่อดึงตัวซูเปอร์สตาร์...

F4 รักแรก Forever รำลึกภาพจำอันงดงาม (ชมคลิป)

F4 รักแรก Forever รำลึกภาพจำอันงดงาม (ชมคลิป)

JERRY F4 รักที่ไม่ครอบครอง รักแรก รักเดียว และตลอดไป (ชมคลิป)

JERRY F4 รักที่ไม่ครอบครอง รักแรก รักเดียว และตลอดไป (ชมคลิป)

สรุปคดี "ไอ้ป๋อง" ฆาตกรเหี้ยมฆ่า 5 ศพ กับเสียงเรียกร้องต้องประหาร

เรียกว่าสะเทือนสังคม สำหรับเรื่องราวของ "ไอ้ป๋อง" และ "ไอ้ธง" จากเหตุฆ่าชิงทรัพย์ 2 นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย สู่การขยายผล และเจอเหยื่ออีก 3 ศพ เป็น 5 ศพ..

ไขรหัสเดนมนุษย์ ทำไม ‘ไอ้ป๋อง 5 ศพ’ ถึงกล้าฆ่าคนอย่างไร้ความปราณี

คดีสะเทือนขวัญชวนผวา กับคดีฆ่าชิงทรัพย์พี่น้องชาวรัสเซีย และฆ่า 3 คนไทย เพื่อปล้นทรัพย์อย่างไร้ความปรานี รวมกว่า 5 ศพ สร้างคำถามใหญ่ที่สั่นสะเทือนสังคมไทยว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจให้ ...

TrustNEws Line