วช.ถอดบทเรียน ป้องกันภัยความรุนแรง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม
by Trust News, 11 สิงหาคม 2569
วช. ผนึกพลังนักวิจัย ถอดบทเรียน “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ...
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนาและถอดบทเรียน เรื่อง “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา พร้อมแถลงผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการป้องกันความรุนแรงในสังคมไทย ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดก ทางวัฒนธรรม วช. 8 โดยมุ่งเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาที่ปรากฏในสื่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความรุนแรงในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน จำเป็นต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง
“วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศ และผลักดันองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ โดย วช. สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในแผนงานเป้าหมาย ‘สังคมไทยไร้ความรุนแรง’ (Zero-Violence Society) และกลุ่มเรื่อง ‘สังคมคุณธรรม’ (Moral Society) เพื่อสนับสนุนการวิจัยในการสร้างความเข้าใจถึงรากเหง้าและปัจจัยของปัญหาความรุนแรง พร้อมพัฒนาเครื่องมือและกลไกสำหรับการป้องกันตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ไปจนถึงระดับสังคม”
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวต่อว่า ปัญหาความรุนแรงเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีปัจจัยซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ทั้งด้านจิตวิทยา ครอบครัว สื่อ เทคโนโลยี การเข้าถึงอาวุธ ตลอดจนโครงสร้างทางสังคมที่เปราะบาง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงไม่เพียงเฉพาะการเผชิญเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องสร้าง “ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ” บนฐานขององค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้สามารถค้นหาสัญญาณความเสี่ยง เฝ้าระวัง และเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ถัดมาเป็นการเสวนาและถอดบทเรียน เรื่อง “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”
ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งป้องกันและลดปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยในหลากหลายมิติ ได้แก่ "นวัตกรรมแอปพลิเคชัน สัญญาณความรุนแรง (Warning Signs)” ของเด็กและเยาวชน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุมนทิพย์ จิตสว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "นวัตกรรมการคัดกรองทักษะยับยั้งชั่งใจในเด็กวัยเรียน" โดย ดร.กนกพร ดอนเจดีย์ มหาวิทยาลัยมหิดล "นวัตกรรมครอบครัวพลังบวก พร้อมระบบพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในชุมชน" โดย รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) "ระบบตรวจจับและป้องกันอาชญากรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่สาธารณะแบบปิด" โดย ดร.ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี "นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันความรุนแรงในสังคม" โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล
มหาวิทยาลัยนเรศวร และ "นวัตกรรมมหาวิทยาลัยเพื่อป้องกันอาชญากรรมและพัฒนาทักษะการเผชิญเหตุ"
โดย รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ธิติ มหาเจริญ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “ชุดความรู้และนวัตกรรม” จากนักวิจัยไทย จำนวน 8 ผลงานสำคัญ ได้แก่
1. นวัตกรรมแอปพลิเคชันสัญญาณความรุนแรง (Warning Sign) ของเด็กและเยาวชน โดย รองศาสตราจารย์ดร.สุมนทิพย์ จิตสว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นและเฝ้าระวังพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อให้สามารถป้องกันและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
2. นวัตกรรมการคัดกรองทักษะยับยั้งชั่งใจในเด็กวัยเรียน โดย ดร.กนกพร ดอนเจดีย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ซึ่งเป็นระบบประเมินและคัดกรองเด็กวัยเรียนอายุ 6–12 ปี เพื่อค้นหาแนวโน้มพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น การขาดความอดทนรอคอย สมาธิจดจ่อ และความบกพร่องด้านทักษะการบริหารจัดการตนเอง (Executive Functions: EF) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาทักษะและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
3. นวัตกรรมครอบครัวพลังบวก พร้อมระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชน โดย รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นนวัตกรรมที่มุ่งส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวก สร้างทุนชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชน พร้อมพัฒนาแกนนำและเครือข่ายพี่เลี้ยงในชุมชน เพื่อดูแล ให้คำปรึกษา และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนำไปสู่การสร้างครอบครัวเข้มแข็งและลดความรุนแรงในครอบครัว
4. ระบบตรวจจับและป้องกันอาชญากรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่สาธารณะแบบปิด โดย ดร.ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการตรวจตรา เฝ้าระวัง และป้องกันเหตุอาชญากรรมและเหตุรุนแรงด้วยอาวุธ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์
5. นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันความรุนแรงในสังคม โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล มหาวิทยาลัยนเรศวร นำองค์ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยของความรุนแรงมาพัฒนากระบวนการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้ AI และสื่อหลากหลายรูปแบบ อาทิ ภาพยนตร์ ทัศนศิลป์ สื่อโสตทัศนูปกรณ์ และเทคโนโลยี AR/VR
6. นวัตกรรมมหาวิทยาลัยป้องกันอาชญากรรมและทักษะการเผชิญเหตุ โดย รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ธิติ มหาเจริญ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันด้านอาชญากรรมและความปลอดภัยให้แก่นักศึกษา บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ให้มีความตระหนักรู้ สามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทั้งในโลกดิจิทัลและสถานการณ์ความรุนแรง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเพื่อยกระดับการป้องกันอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ
7.นวัตกรรมแอปพลิเคชัน BeBrave เครื่องมือแจ้งเหตุความรุนแรงฉุกเฉิน โดย รองศาสตราจารย์.ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับการแจ้งเหตุฉุกเฉิน และไม่พึงประสงค์ สามารถประสานงานตำรวจในพื้นที่ได้ โดยมีจุดเด่นคือการผสานระหว่าง ความรวดเร็วในการแจ้งเหตุ ความแม่นยำของตำแหน่ง และความปลอดภัยแบบเงียบ (silent SOS)
8.นวัตกรรม School Health and Disaster–Violence Prevention (SHD-V): BREAK THE CYCLE เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต ป้องกันความรุนแรง และพัฒนาโรงเรียนสุขภาวะดีและปลอดภัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัญจพาณ์ สุขโข สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทยนวัตกรรมเชิงระบบที่บูรณาการ 5 เสาหลัก ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางเพศ การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน สาธารณภัย และการป้องกันและลดความรุนแรง โดยเชื่อมโยงหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี การฝึกปฏิบัติ แผนโรงเรียน และความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน
ทั้งนี้ การจัดเสวนาและถอดบทเรียนในครั้งนี้ นับเป็นเรื่องสำคัญ ที่ วช. มุ่งผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมจาก “องค์ความรู้” สู่ “การใช้ประโยชน์จริง” เพื่อสร้างระบบป้องกันความรุนแรงเชิงรุกที่สามารถเฝ้าระวังและเข้าแทรกแซงได้ก่อนเกิดเหตุ พร้อมเชื่อมโยงพลังความร่วมมือจากนักวิจัย ภาครัฐ สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย ครอบครัวเข้มแข็ง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความปลอดภัยของสังคม
วช. ผนึกพลังนักวิจัย ถอดบทเรียน “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนาและถอดบทเรียน เรื่อง “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา พร้อมแถลงผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการป้องกันความรุนแรงในสังคมไทย ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดก ทางวัฒนธรรม วช. 8 โดยมุ่งเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาที่ปรากฏในสื่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความรุนแรงในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน จำเป็นต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง
“วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศ และผลักดันองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ โดย วช. สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในแผนงานเป้าหมาย ‘สังคมไทยไร้ความรุนแรง’ (Zero-Violence Society) และกลุ่มเรื่อง ‘สังคมคุณธรรม’ (Moral Society) เพื่อสนับสนุนการวิจัยในการสร้างความเข้าใจถึงรากเหง้าและปัจจัยของปัญหาความรุนแรง พร้อมพัฒนาเครื่องมือและกลไกสำหรับการป้องกันตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ไปจนถึงระดับสังคม”
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวต่อว่า ปัญหาความรุนแรงเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีปัจจัยซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ทั้งด้านจิตวิทยา ครอบครัว สื่อ เทคโนโลยี การเข้าถึงอาวุธ ตลอดจนโครงสร้างทางสังคมที่เปราะบาง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงไม่เพียงเฉพาะการเผชิญเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องสร้าง “ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ” บนฐานขององค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้สามารถค้นหาสัญญาณความเสี่ยง เฝ้าระวัง และเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ถัดมาเป็นการเสวนาและถอดบทเรียน เรื่อง “ป้องกันภัยความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”
ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งป้องกันและลดปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยในหลากหลายมิติ ได้แก่ "นวัตกรรมแอปพลิเคชัน สัญญาณความรุนแรง (Warning Signs)” ของเด็กและเยาวชน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุมนทิพย์ จิตสว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "นวัตกรรมการคัดกรองทักษะยับยั้งชั่งใจในเด็กวัยเรียน" โดย ดร.กนกพร ดอนเจดีย์ มหาวิทยาลัยมหิดล "นวัตกรรมครอบครัวพลังบวก พร้อมระบบพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในชุมชน" โดย รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) "ระบบตรวจจับและป้องกันอาชญากรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่สาธารณะแบบปิด" โดย ดร.ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี "นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันความรุนแรงในสังคม" โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล
มหาวิทยาลัยนเรศวร และ "นวัตกรรมมหาวิทยาลัยเพื่อป้องกันอาชญากรรมและพัฒนาทักษะการเผชิญเหตุ"
โดย รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ธิติ มหาเจริญ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “ชุดความรู้และนวัตกรรม” จากนักวิจัยไทย จำนวน 8 ผลงานสำคัญ ได้แก่
1. นวัตกรรมแอปพลิเคชันสัญญาณความรุนแรง (Warning Sign) ของเด็กและเยาวชน โดย รองศาสตราจารย์ดร.สุมนทิพย์ จิตสว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นและเฝ้าระวังพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อให้สามารถป้องกันและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
2. นวัตกรรมการคัดกรองทักษะยับยั้งชั่งใจในเด็กวัยเรียน โดย ดร.กนกพร ดอนเจดีย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ซึ่งเป็นระบบประเมินและคัดกรองเด็กวัยเรียนอายุ 6–12 ปี เพื่อค้นหาแนวโน้มพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น การขาดความอดทนรอคอย สมาธิจดจ่อ และความบกพร่องด้านทักษะการบริหารจัดการตนเอง (Executive Functions: EF) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาทักษะและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
3. นวัตกรรมครอบครัวพลังบวก พร้อมระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชน โดย รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นนวัตกรรมที่มุ่งส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวก สร้างทุนชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชน พร้อมพัฒนาแกนนำและเครือข่ายพี่เลี้ยงในชุมชน เพื่อดูแล ให้คำปรึกษา และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนำไปสู่การสร้างครอบครัวเข้มแข็งและลดความรุนแรงในครอบครัว
4. ระบบตรวจจับและป้องกันอาชญากรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่สาธารณะแบบปิด โดย ดร.ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการตรวจตรา เฝ้าระวัง และป้องกันเหตุอาชญากรรมและเหตุรุนแรงด้วยอาวุธ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์
5. นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันความรุนแรงในสังคม โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล มหาวิทยาลัยนเรศวร นำองค์ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยของความรุนแรงมาพัฒนากระบวนการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้ AI และสื่อหลากหลายรูปแบบ อาทิ ภาพยนตร์ ทัศนศิลป์ สื่อโสตทัศนูปกรณ์ และเทคโนโลยี AR/VR
6. นวัตกรรมมหาวิทยาลัยป้องกันอาชญากรรมและทักษะการเผชิญเหตุ โดย รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ธิติ มหาเจริญ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันด้านอาชญากรรมและความปลอดภัยให้แก่นักศึกษา บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ให้มีความตระหนักรู้ สามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทั้งในโลกดิจิทัลและสถานการณ์ความรุนแรง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเพื่อยกระดับการป้องกันอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ
7.นวัตกรรมแอปพลิเคชัน BeBrave เครื่องมือแจ้งเหตุความรุนแรงฉุกเฉิน โดย รองศาสตราจารย์.ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับการแจ้งเหตุฉุกเฉิน และไม่พึงประสงค์ สามารถประสานงานตำรวจในพื้นที่ได้ โดยมีจุดเด่นคือการผสานระหว่าง ความรวดเร็วในการแจ้งเหตุ ความแม่นยำของตำแหน่ง และความปลอดภัยแบบเงียบ (silent SOS)
8.นวัตกรรม School Health and Disaster–Violence Prevention (SHD-V): BREAK THE CYCLE เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต ป้องกันความรุนแรง และพัฒนาโรงเรียนสุขภาวะดีและปลอดภัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัญจพาณ์ สุขโข สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทยนวัตกรรมเชิงระบบที่บูรณาการ 5 เสาหลัก ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางเพศ การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน
สาธารณภัย และการป้องกันและลดความรุนแรง โดยเชื่อมโยงหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี การฝึกปฏิบัติ แผนโรงเรียน และความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน
ทั้งนี้ การจัดเสวนาและถอดบทเรียนในครั้งนี้ นับเป็นเรื่องสำคัญ ที่ วช. มุ่งผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมจาก “องค์ความรู้” สู่ “การใช้ประโยชน์จริง” เพื่อสร้างระบบป้องกันความรุนแรงเชิงรุกที่สามารถเฝ้าระวังและเข้าแทรกแซงได้ก่อนเกิดเหตุ พร้อมเชื่อมโยงพลังความร่วมมือจากนักวิจัย ภาครัฐ สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย ครอบครัวเข้มแข็ง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความปลอดภัยของสังคม
You might be intertested in this news.
Mostview
F4 รักแรก Forever รำลึกภาพจำอันงดงาม (ชมคลิป)
F4 รักแรก Forever รำลึกภาพจำอันงดงาม (ชมคลิป)
JERRY F4 รักที่ไม่ครอบครอง รักแรก รักเดียว และตลอดไป (ชมคลิป)
JERRY F4 รักที่ไม่ครอบครอง รักแรก รักเดียว และตลอดไป (ชมคลิป)
สุนัขตำรวจ K-9 พร้อมออกตรวจ ดมหาสิ่งผิดกฎหมายที่ "ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ"
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำ สุนัขตำรวจออกตรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทุกวัน หากพบเจอเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน สามารถเข้ามาทักทาย ถ่ายรูปได้ แต่ จะมาเติมหมา หรือ จกพุงได้หรือไม่ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ควบคุมสุนัขก่อน
เจียไต๋ แนะนำพันธุ์ฺแตงโม ซอนญ่า โปร 75 และ แอมเบอร์โกลด์ เนื้อดี ให้ผลผลิตสูง
เจียไต๋ แนะนำพันธุ์แตงโมสำหรับดเกษตรกรที่ต้องการผลผลิตสูงได้คุณภาพ ได้แก่ แตงโมซอนญ่า โปร 75 เนื้อแดงได้ผลใหญ่ ได้ผลผลิต 8-9 ตันต่อไร่ และ แตงโมแอมเบอร์โกลด์ เนื้อเหลืองสดใส เนื้อหอมหวานกรอบ เหมาะกับการเพิ่มความหลากหลายทางเลือกใหม่
กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนตรวจเช็กคุณภาพ "น้ำผึ้ง" ฟรี สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า
กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและรายย่อย เข้ารับบริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จ.ชุมพร เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค เปิดโอกาสใหม่ในการทำตลาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง