สภาเกษตรกรฯ แจงปม UPOV 1991 ต่อกมธ.เกษตรฯ ค้านแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช
by Trust News, 8 พฤศจิกายน 2569
สภาเกษตรกรแห่งชาติ ชี้แจง กมธ.เกษตรและสหกรณ์ ปมอนุสัญญา UPOV 1991 ชูเสียงเกษตรกรกว่า 3.22 แสนคำตอบ ไม่เห็นด้วย 99.56% เสนอชะลอแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช เร่งปกป้องสิทธิเมล็ดพันธุ์ไทย เกรงกระทบต้นทุนเมล็ดพันธุ์กลุ่มเกษตรกรรายย่อย
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มอบหมายให้นายประทีป ตระกูลสา สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ตัวแทนองค์กรเกษตรกรด้านเกษตรกรรมอื่นๆ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 สภาเกษตรกรแห่งชาติ และนายเทพ เพียมะลัง สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 สภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรของประเทศ เรื่อง “ความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ฉบับปี 1991 (UPOV 1991)” โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติได้สะท้อนข้อห่วงใยของเกษตรกรไทย และเสนอแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของภาคเกษตรกรรมอย่างรอบด้าน
สำหรับการประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดพิจารณาความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการตามอนุสัญญา UPOV 1991 เพื่อประกอบการพิจารณาติดตามความคืบหน้าการดำเนินการและผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 10 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 6 ตุลาคม 2569 รวมถึงแนวทางการกำหนดท่าทีของประเทศไทย ข้อผูกพันที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มอบหมายให้สภาเกษตรกรแห่งชาติ แสดงความคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ผลกระทบ ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลต่อการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 เพื่อประกอบการพิจารณา
ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ดำเนินการศึกษาและรวบรวมข้อมูลด้านกฎหมาย นโยบายการเกษตร และข้อคิดเห็นของเกษตรกรเกี่ยวกับ UPOV 1991 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพิจารณาตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ครอบคลุม โดยเฉพาะความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ การคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์พืช และการรักษาสิทธิของเกษตรกรในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมพืช
เปิดผลรับฟังความคิดเห็น 322,803 คำตอบ ไม่เห็นด้วย UPOV 1991 ร้อยละ 99.56
ในการให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติได้นำเสนอผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ UPOV 1991 ซึ่งมีคำตอบทั้งหมด 322,803 คำตอบ แบ่งเป็น ไม่เห็นด้วย 321,397 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 99.56 เห็นด้วย 1,198 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 0.37 และยังไม่แน่ใจ 208 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 0.06
จากผลการรับฟังความคิดเห็นสะท้อนให้เห็นถึงข้อห่วงใยของผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยเฉพาะความกังวลว่าการเข้าร่วมอนุสัญญาอาจส่งผลต่อสิทธิในการเก็บรักษาและนำเมล็ดพันธุ์กลับมาใช้เพาะปลูก ตลอดจนการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์และต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการประกอบอาชีพและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ชี้ 6 ข้อกังวล หวั่นกระทบสิทธิเกษตรกรและการแข่งขันในระบบเมล็ดพันธุ์
สภาเกษตรกรแห่งชาติได้นำเสนอข้อกังวลสำคัญ 6 ประเด็น ได้แก่
1) ข้อจำกัดด้านสิทธิในการเข้าถึงและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น
2) ความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกร
3) ความชัดเจนในการร่างข้อกฎหมาย
4) ประชาชนยังสับสนและการขาดความเข้าใจ
5) ความหลากหลายทางชีวภาพหายไป
6) ความกังวลต่อการผูกขาดตลาดเมล็ดพันธุ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเสียเปรียบในการแข่งขัน
โดยผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติได้เสนอให้ชะลอการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ออกไปก่อน เพื่อให้มีการศึกษาผลกระทบและพิจารณารายละเอียดทางกฎหมายอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการเร่งดำเนินมาตรการคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศให้มีความชัดเจน
ชู 7 ข้อเสนอเชิงนโยบาย วางรากฐานระบบเมล็ดพันธุ์ไทย
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับ 7 แนวทาง ได้แก่
1. ให้หน่วยงานของรัฐขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธุ์พืชป่าเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยเร่งด่วน
2. ให้รัฐบาลเป็นหน่วยงานหลักด้านการผลิต การจดสิทธิบัตรและให้เมล็ดพันธุ์เป็นสินค้าควบคุม และบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์
3. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยการพัฒนาพันธุ์พืชผ่านศูนย์วิจัยในภูมิภาคเป็นผู้ผลิต
4. ให้สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นหน่วยงานกลางในการรวบรวมข้อเสนอเพื่อปรับปรุง พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช
5. ให้มหาวิทยาลัย และเครือข่ายร่วมวิจัย และให้คำปรึกษา
6. ให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ
7. ควรมีงานวิจัยมารองรับ
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการทรัพยากรพันธุกรรมพืชที่เข้มแข็ง สามารถส่งเสริมการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกร โดยไม่ทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องเผชิญกับภาระต้นทุนหรือข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่เหมาะสม
ยกกรณีศึกษากะเพรา ความจำเป็นในการพัฒนาระบบวิจัยและคุ้มครองพันธุ์พืช
อีกหนึ่งประเด็นที่สภาเกษตรกรแห่งชาติหยิบยกขึ้นประกอบการพิจารณา คือ กรณีศึกษาการปรับปรุงพันธุ์กะเพรา ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช ทั้งจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีห้องปฏิบัติการและศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัย มีคลังเมล็ดพันธุ์ และเครือข่ายนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัยต้องรับงานเอกชนเพื่อหางบประมาณ มหาวิทยาลัยขาดบุคลากรประจำห้องปฏิบัติการ และขาดข้อมูลจากสถานการณ์จริงระหว่างการวิจัย การอนุรักษ์ และการพัฒนา
แสดงให้เห็นว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ หรือการคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์พืชเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบกติกาและการสนับสนุนงานวิจัยให้เกิดความเป็นธรรม และ UPOV 1991 ให้สิทธิผู้ปรับปรับปรุงพันธุ์เข้มขึ้น จึงต้องมีฐานข้อมูลพันธุ์พื้นเมือง และงานวิจัยสาธารณะรับรอง และบทเรียนจากกรณีกะเพราคือต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย เอกชน ต้องมีกติกาแบ่งปันผลประโยชน์ที่โปร่งใส พันธุ์พื้นเมืองต้องได้รับการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นฐานประโยชน์สาธารณะ และงบประมาณการวิจัยจากภาครัฐคือเงื่อนไขของความเป็นอิสระทางวิชาการ
ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติเห็นว่า การพิจารณาเข้าร่วม UPOV 1991 เป็นประเด็นสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับหลายมิติ ทั้งข้อผูกพันทางการค้าระหว่างประเทศ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช สิทธิของเกษตรกร และความมั่นคงด้านทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางที่เหมาะสม
การนำเสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติในการสะท้อนเสียงและความต้องการของเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการพิจารณานโยบายและกฎหมาย เพื่อให้การกำหนดท่าทีของประเทศไทยต่อ UPOV 1991 มีข้อมูลประกอบที่ครบถ้วน คำนึงถึงผลกระทบระยะยาว และรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรกับการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรไทยอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน.
You might be intertested in this news.
Mostview
ข้าวกล่อง Grab Agro ขายดีทำไม่ทัน ปัดเลือกขาย ยันผลิตเต็มที่ไม่ทิ้งออเดอร์
PSU Agro Food ผู้ผลิตข้าวกล่อง Grab Agro ที่เก็บได้นาน 18 เดือน ประกาศเร่งกำลังการผลิตด่วน หลังยอดสั่งพุ่งไม่หยุด จากกระแสการเตรียมตัวกระเป๋าฉุกเฉินจนผลิตไม่ทัน ล่าสุดประกาศยืนยันส่งให้ทุกออเดอร์แน่ ไม่มีทิ้งคำสั่งซื้อหรือเลือกปฏิบัติในการขายสินค้า
ปลดหน้ากาก เหมาหลินหลิน วายร้ายหน้าสวยที่ผู้คนชิงชัง (ชมคลิป)
ปลดหน้ากาก เหมาหลินหลิน วายร้ายหน้าสวยที่ผู้คนชิงชัง (ชมคลิป)
รีวิว “คนเก็บผี” หนังดูง่าย ไม่ถึงขั้นน่ากลัว
การกลับมาอีกครั้งหลังหายไปนาน สำหรับ พี่น้องตระกูล “แปง” กับหนัง “The Mage - คนเก็บผี”...
รีวิวหนัง godzilla minus zero งานภาพ-เสียง อลัง กับปมแผลใจชาวญี่ปุ่น
ต้องบอกว่า ดูหนังเรื่องนี้ ต้องเตรียม “หู” มาให้ดี เพราะ นอกจากเสียงแผดร้องของ ก็อดซิลล่า แล้ว ยังมี “สัตว์ประหลาด” ตัวใหม่ Ghidorah และกลายพันธุ์เป็น King Ghidorah และยังมีเสียงตะโกนพูดคุยของตัวละครอีก ...
ปภ.แนะประชาชน จัดกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง รับมือทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แนะให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ ทั้งภัยธรรมชาติ และภัยจากมนุษย์ ด้วยการจัดกระเป๋าฉุกเฉิน เพื่อเอาตัวรอด 72 ชั่วโมง ให้สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ย้ำตระหนักแต่ไม่ตระหนัก แต่เป็นมาตรฐานสากล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง