แนวโน้มSETวันนี้(14พ.ย.68) พักตัว ปัจจัยภายนอกกดดัน
by Trust News, 14 พฤศจิกายน 2568
แนวโน้มSETวันนี้(14พ.ย.68) พักตัว ปัจจัยภายนอกกดดัน
คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว ปัจจัยในประเทศ จับตาการประกาศงบฯ 3Q68 วันสุดท้ายอาจมีความผันผวนจาก Sell on Fact ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ มีแรงกดดันจากความไม่แน่นอน เฟดปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
ส่วนจีนวันนี้ มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจมีผลต่อตลาดเอเชียเช้านี้ ทางเทคนิค หากดัชนีไม่ยืนเหนือ 1285 จุด จะเป็นสัญญาณลบ มีโอกาสลงมาแนวรับถัดไปที่ 1275/1265 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1295/1300 จุด
ประเด็นสำคัญ :
1. การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ยุติลงและกินเวลาทำสถิตินานถึง 42 วัน แต่คงมีความเสี่ยงที่หน่วยงานรัฐบาลจะถูกปิดชั่วคราวอีกครั้งเนื่องจากกฎหมายดังกล่าวจัดสรรงบฯ ให้ถึงวันที่ 30 ม.ค. 2569
2. นักลงทุน ลดความคาดหวังเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุม ธ.ค. จากการปิดหน่วยงานรัฐบาลอาจทำให้ไม่มีข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานใน ต.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจด้านนโยบายของเฟด
3. IEA เพิ่มคาดการณ์การเติบโตอุปทานน้ำมันดิบโลกขึ้นเป็น +3.1MBD และ +2.5MBD ในปี 2568 และ 2569 และประเมินตลาดน้ำมันจะเกินดุลมากขึ้นถึง 4MBD ในปี 2569 (ราว 4% ของอุปสงค์โลก) สอดคล้องกับ OPEC ที่เพิ่มคาดการณ์อุปทานโลกและมองจะเกินดุลเล็กน้อย
4. นายกฯ หนุนเปิดสภาสมัยวิสามัญฯ เพื่อเร่งแก้ รธน. วาระ 2 และ 3 ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2568 ตาม MOA ที่ทำร่วมกับพรรคประชาชน เป็นสัญญาณย้ำความชัดเจนที่จะมีการยุบสภาเพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งภายในกรอบเวลาเดิมก่อน ม.ค. 2569
5. คกก. นโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอลแห่งชาติเห็นชอบการขยายระยะเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลได้ในช่วง 14:00-17:00 น. เพื่อกระตุ้น ศก. และส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล โดยจะทดลองอนุญาตเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อศึกษาผลกระทบ คาดมีผลภายใน ธ.ค. 2568 เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มโรงแรม
6. คลังเตรียมเสนอแผนการคลังระยะปานกลางต่อที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า วางกรอบลดขาดดุลต่ำกว่า 3% ต่อ GDP ภายในปี 2572 และรักษาระดับหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ต่อ GDP เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวินัยการเงินการคลังและหลีกเลี่ยงการถูกลดอันดับโดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
กลยุทธ์การลงทุน :
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1285-1345 จุด หลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายประกาศงบ 3Q68 ของ บจ. กลุ่ม Real Sector ที่คาดว่าจะเห็นสัญญาณฟื้นตัว รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล แนะนำติดตามการปรับตัวลงของดัชนีมาที่กรอบล่าง 1285 จุด หากหลุดต่ำกว่าจะมีความเสี่ยงของการลงรอบใหม่ในทางเทคนิค ขณะที่ปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่...
1). การปิดหน่วยงานของราชการสหรัฐฯ เป็นเวลา 42 วันที่ยุติลงแล้วและ จนท. เริ่มทยอยกลับมาทำงาน
2). ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญที่จะกลับมารายงาน ซึ่งจะมีผลต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
3). PMI ภาคการผลิตและยอดค้าปลีก ต.ค. ของจีนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าที่จะมีผลต่อจิตวิทยาและบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์ :
ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบเนื่องจากเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของการประกาศงบ 3Q68 “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 2 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้...
1. หุ้น Earning Play ซึ่งคาดผลการดำเนินงาน 4Q68 จะยังเติบโตดีทั้ง QoQ และ YoY และเราแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี อีกทั้งราคาหุ้นยังมี Upside ได้แก่ BCPG BEM BGRIM MTC PTT
2. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. และปีหน้า 2 ครั้งในช่วง 1H69 อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง เพราะมีภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
Trading Idea :
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ
1) หุ้นที่คาดผลการดำเนินงาน 3Q68 เติบโตดีทั้ง QoQ และ YoY แนะนำ BGRIM GFPT MTC CPALL BEM
2) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แนะนำ กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) จากมาตรการเที่ยวดีมีคืน, กลุ่มไฟแนนซ์ (BAM MTC) จากมาตรการพักหนี้และให้สินเชื่อรายย่อย
Daily Top Picks :
BDMS : ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรที่จะมีโมเมนตัมดีขึ้นต่อเนื่อง รายได้ใน ต.ค. 2568 +7%YoY เร่งขึ้นจากใน 3Q68 ที่ +1%YoY หนุนจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่และการเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าประกันและผู้ป่วยต่างชาติ ราคาหุ้นยัง Laggard ซื้อขาย PER 2569F ที่ 17.6x ต่ำกว่าระดับ -2S.D. เป้าหมายระยะสั้น 20.20 บาท
LHHOTEL : ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรปกติ 3Q68 ที่ดีกว่าตลาดคาด แม้ลดลง 15%YoY แต่เติบโต 30.7%QoQ สะท้อนว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดในไปแล้ว และกำไรใน 4Q68 คาดจะเติบโต QoQ แข็งแกร่งต่อเนื่อง หนุนจากปัจจัยฤดูกาลและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป้าหมายระยะสั้น 12.60 บาท
อ้างอิง : บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) , กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์
You might be intertested in this news.
Mostview
เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)
เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)
แซน-พนมกร ผันตัวเป็นผู้จัด เบิกฤกษ์บวงทรวง “โฮมฮัก รักเต็มจาน”
บริษัท เอชทูโก เอ็นต์เตอร์เทนเมนท์ จำกัด ค่ายบันเทิงและผู้ผลิตคอนเทนต์ ได้ฤกษ์งามยามดีจัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ละมุนหัวใจ เรื่องใหม่ “โฮมฮัก รักเต็มจาน” ณ ลานเทวาลัยฟีนิกซ์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ
ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเกมแห่งเอเชียที่งาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026
เริ่มมาอย่างเร้าใจทั้งโซนธุรกิจและความบันเทิงกับงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 มหกรรมเกมหยุดทุกความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมเกมให้มุ่งมายังไทย ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาคอาเซียนเต็มตัว
เริ่มแล้ว Thailand Space Expo 2026 เชื่อมธุรกิจ การลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไทย
เริ่มแล้วมหกรรมด้านอวกาศ Thailand Space Expo 2026 โดยเชื่อมเทคโนโลยี ธุรกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรม ชูอวกาศ คือ New Growth Engine ของไทย ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ หวังขยับจากผู้ใช้สู่ผู้สร้างสรรค์ โดยไทยเป็นเจ้าภาพ 2 สัมมนาใหญ่ด้านอวกาศระดับโลก
ผู้ว่าฯ กทม.แก้โจทย์ 3 น้ำ ปรับแนวคิดผังเมือง ใช้เทคโนโลยี-AI สู้อากาศสุดขั้ว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดฉากทัศน์อนาคตน้ำกรุงเทพฯ ถอดสมการ 3 น้ำโดยการผสาน AI-นวัตกรรม สู้อากาศสุดขั้ว พร้อมยกระดับเมืองลุ่มต่ำ โดยปรับแนวคิดผังเมืองสู่ Compact City ป้องกันน้ำท่วมยั่งยืนแบบ ที่มีการพัฒนาอาคารสูงและความหนาแน่นอย่างเป็นระบบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง