บ้านสมเด็จโพลล์ เผย คนกรุงเทพฯ รู้ 8 ก.พ.69 ต้องไปเลือกตั้งพร้อมลงประชามติ
by Trust News, 11 มกราคม 2569
บ้านสมเด็จโพลล์ เผยผลการสำรวจความคิดเห็นคนกรุงเทพฯ กลุ่มตัวอย่าง 90.5% ทราบว่า 8 ก.พ.69 ต้องไปเลือกตั้ง สส. พร้อมลงประชามติ ขณะที่ 65.5% รู้ว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มีผลต่อการเลือก สส. ส่วน คนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ 28.8%ยังไม่ตัดสินใจ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยมีการกระจายการเก็บข้อมูลในกลุ่มเขตชั้นใน กลุ่มเขตชั้นกลาง กลุ่มเขตชั้นนอก จำนวนทั้งสิ้น 1,121 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6 – 9 มกราคม 2569 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. เป็น วันเลือกตั้ง โดยระหว่างวันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 เป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และระหว่างวันที่ 28 – 30 ธันวาคม 2568 และ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
รวมไปถึงการลงประชามติ ในประเด็นคำถาม ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ตามประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ โดยเป็นวันและเวลาเดียวกันในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ประชาชนไปลงคะแนนเสียงประชามติ แยกจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรที่อยู่ในจุดเลือกตั้งเดียวกัน หลังจากการสมัครจบลงเป็นช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งผ่านสื่อประเภทต่างๆ ความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนก็มีสูงขึ้น ความนิยมของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคการเมือง และการเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะออกไปเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยละ 89.3 ทราบว่า ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถาม ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยไปลงคะแนนเสียงแยกจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรที่อยู่ในจุดเลือกตั้งเดียวกัน ร้อยละ 90.5 และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองเดียวกันร้อยละ 64
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อยากได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต ที่มีคุณสมบัติ อันดับแรกคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 28.4 อันดับสองคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 25.3 อันดับสามคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 20.3 อันดับสี่คือ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่และทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 13.3 และอันดับห้าคือ ผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 5.7
และอยากได้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีคุณสมบัติ อันดับแรกคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 37.6 อันดับสองคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 32.2 อันดับสามคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 16.5 อันดับสี่คือ ผู้ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ เท่ากับผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 4.7 และอันดับห้าคือ ผู้ผู้ที่มีชื่อเสียง นักร้อง ศิลปิน ดารา ร้อยละ 4.3
ในส่วนของนโยบายที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญ อันดับแรกคือ ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 35.5 อันดับสองคือ ด้านสวัสดิการของรัฐ ร้อยละ 22.1 อันดับสามคือ ด้านการศึกษา ร้อยละ 9.6 อันดับสี่คือ ด้านสาธารณสุข ร้อยละ 7.8 และอันดับห้าคือ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 5.9
ปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด อันดับแรกคือ ตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ร้อยละ 37.1 อันดับสองคือ นโยบายของพรรคการเมือง ร้อยละ 24 อันดับสามคือ พรรคการเมือง ร้อยละ 18.8 อันดับสี่คือ ไม่แน่ใจ / ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.4 อันดับห้าคือ การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 6.7 และในส่วนของการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรคการเมืองมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ร้อยละ 65.5
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต จากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 29.9 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 21.1 อันดับสามคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 20.2 อันดับสี่คือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.1 อันดับห้าคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 7.4 อันดับหกคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 3 อันดับเจ็ดคือ พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.4 อันดับแปดคือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.8 อันดับเก้าคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6 และอันดับสิบคือ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1
และตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 31.8 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.5 อันดับสามคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 17.9 อันดับสี่คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 6.4 อันดับห้าคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 4.1 อันดับหกคือ พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.8 อันดับเจ็ดคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 2.7 อันดับแปดคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6 อันดับเก้าคือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.5 และอันดับสิบคือ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าบุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด อันดับแรกคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 28.8 อันดับสองคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 28.1 อันดับสามคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 16.7 อันดับสี่คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 5.6อันดับห้าคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 4.5 อันดับหกคือ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ร้อยละ 4.1 อันดับเจ็ดคือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 3 อันดับแปดคือ นายจตุพร บุรุษพัฒน ร้อยละ 2.8 อันดับเก้าคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ร้อยละ 2.2 และอันดับสิบคือ คุณหญิง สุดารัตน์เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 1.3
รายละเอียดของการสำรวจความคิดเห็นกับเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร)
1. ท่านคิดว่าท่านจะออกไปเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ใช่ ร้อยละ 89.3
ไม่ใช่ ร้อยละ 6.1
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 4.6
2. ท่านทราบหรือไม่ว่า ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถาม ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยท่านต้องไปลงคะแนนเสียงแยกจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรที่อยู่ในจุดเลือกตั้งเดียวกัน
ทราบ ร้อยละ 90.5
ไม่ทราบ ร้อยละ 9.5
3. ท่านคิดว่าท่านตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองเดียวกันหรือไม่
ใช่ ร้อยละ 64
ไม่ใช่ ร้อยละ 18.1
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 17.9
4. ท่านอยากได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต ที่มีคุณสมบัติแบบใดมากที่สุด
ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 28.4
ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 25.3
ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 20.3
ผู้ที่อยู่ในพื้นที่และทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 13.3
ผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 5.7
ผู้ที่มีชื่อเสียง นักร้อง ศิลปิน ดารา ร้อยละ 3.9
ผู้ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ร้อยละ 3.1
5. ท่านอยากได้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีคุณสมบัติแบบใดมากที่สุด
ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 37.6
ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 32.2
ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 16.5
ผู้ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ร้อยละ 4.7
ผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 4.7
ผู้ที่มีชื่อเสียง นักร้อง ศิลปิน ดารา ร้อยละ 4.3
6. ท่านคิดว่านโยบายใดที่เป็นนโยบายที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญมากที่สุด
ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 35.5
ด้านสวัสดิการของรัฐ ร้อยละ 22.1
ด้านการศึกษา ร้อยละ 9.6
ด้านสาธารณสุข ร้อยละ 7.8
ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 5.9
ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 4.5
ด้านวัฒนธรรม ร้อยละ 3.3
ด้านการต่างประเทศ ร้อยละ 2.7
ด้านดิจิทัล ร้อยละ 2.1
ด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยละ 1.7
ด้านคมนาคม ร้อยละ 1.7
ด้านสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 1.5
ด้านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ร้อยละ 0.7
ด้านพลังงาน ร้อยละ 0.7
อื่นๆ ร้อยละ 0.2
7. ท่านคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ท่านตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด
ตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ร้อยละ 37.1
นโยบายของพรรคการเมือง ร้อยละ 24
พรรคการเมือง ร้อยละ 18.8
ไม่แน่ใจ / ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.4
การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 6.7
8. ท่านคิดว่าท่านตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต จากพรรคการเมืองใด
พรรคประชาชน ร้อยละ 29.9
ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 21.1
พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 20.2
พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.1
พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 7.4
พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 3
พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.4
พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.8
พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6
พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1
พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 0.5
พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 0.4
พรรคปวงชนไทย ร้อยละ 0.2
พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 0.1
พรรครักชาติ ร้อยละ 0.1
พรรคพลวัต ร้อยละ 0.1
9. ท่านคิดว่าท่านตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองใด
พรรคประชาชน ร้อยละ 31.8
ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.5
พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 17.9
พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 6.4
พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 4.1
พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.8
พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 2.7
พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6
พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.5
พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1
พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 0.9
พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 0.9
พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 0.3
พรรคปวงชนไทย ร้อยละ 0.3
พรรครักชาติ ร้อยละ 0.1
พรรคพลวัต ร้อยละ 0.1
10. ท่านคิดว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรคการเมืองมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร หรือไม่
ใช่ ร้อยละ 65.5
ไม่ใช่ ร้อยละ 19.4
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 15.1
11. ท่านคิดว่าบุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด
ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 28.8
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 28.1
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 16.7
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 5.6
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 4.5
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ร้อยละ 4.1
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 3
นายจตุพร บุรุษพัฒน ร้อยละ 2.8
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ร้อยละ 2.2
คุณหญิง สุดารัตน์เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 1.3
พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ ร้อยละ 0.8
พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 0.7
นางสาวตรีนุช เทียนทอง ร้อยละ 0.7
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ร้อยละ 0.4
นายกัณวีร์ สืบแสง ร้อยละ 0.2
นายราเชน ตระกูลเวียง ร้อยละ 0.1
ข้อมูลประชากรศาสตร์
1. เพศ ชาย ร้อยละ 50.8 หญิง ร้อยละ 39.3 ไม่ระบุ ร้อยละ 9.9
2. อายุ 18 – 25 ร้อยละ 25.1 26 – 35 ร้อยละ 18.2 36 – 45 ร้อยละ 22.8
46 – 55 ร้อยละ 20.8 มากกว่า 55 ปี ร้อยละ 13.1
3. อาชีพ นักเรียน / นิสิต / นักศึกษา ร้อยละ 21.8
ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 14.7
พนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 18.8
นักธุรกิจ/เจ้าของกิจการส่วนตัว ร้อยละ 15.3
แม่บ้าน/พ่อบ้าน ร้อยละ 15.2
รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 13.5
อื่นๆ ร้อยละ 0.7
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิว “เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ใครไม่ดูถือว่าพลาด
ใครที่ไม่เคยดู “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” ในฉบับซีรีส์มาก่อน ก็สามารถซื้อตั๋วดูได้ เพราะจะมีการ “เท้าความเดิม” มาให้ เพื่อเข้าใจง่าย...
รีวิว “เมืองนักสู้” หนังใหม่เซียวจ้าน ที่สนุก ตื่นเต้น จัดเต็ม
เมืองนักสู้ หนังยาว 2 ชม.เต็ม กับความสนุกตื่นเต้น ชนิดไม่อาจกะพริบตา เพราะกลัวจะพลาดฉากสำคัญ ไหนจะต้องอ่าน ซับไทย ด้วย
สวนสัตว์อิชิคาวะ ขอกำลังใจให้ "พันช์คุง" ปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา
สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์เมืองอิชิกาวะ ชี้แจงลิงน้อย "พันช์คุง" กำลังอยู่ระหว่างปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา บางครั้งการสื่อสารอาจมีปัญหถูกดุและกดดันตามธรรมชาติลิง ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พันช์ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ แทนที่จะรู้สึกสงสารหรือเวทนาชะตากรรมของมัน
40 ปี NECTEC มองทางรอดไทย ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้เป็นผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยี
เนคเทค สวทช.จัดงาน "40 Years NECTEC: Legacy & Beyond" ผลงาน 40 ปีกับการวางรากฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย พร้อมมองอนาคต ทางรอดจากนี้ ต้องเปลี่ยนจาก ผู้ใช้งาน เป็น ผู้ร่วมสร้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน
บอร์ด กบข. อนุมัติ "ทรงพล" ลาออก เดินหน้าสรรหาเลขาฯ ใหม่สานต่อ ‘เกษียณมีสุข’
ประธานบอร์ด กบข. เผย คณะกรรมการฯ อนุมัติการลาออกของ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” จากตำแหน่งเลขาธิการ กบข. เพื่อไปรับหน้าที่ใหม่เป็น ผอ.ธนาคารออมสิน โดยเดินหน้าเปิดรับสมัครเพื่อสรรหาเลขาฯ กบข.คนใหม่ เพื่อสานต่อ "เกษียณมีสุข" ให้ทันไตรมาส 2 ปี 69
ข่าวที่เกี่ยวข้อง