เริ่มแล้ว Thailand Beef Fest 2026 ชวนคนไทยช้อป ชม ชิม เนื้อวัวไทยพรีเมียม
by Trust News, 6 กุมภาพันธ์ 2569
NIA เนรมิตรลานกิจกรรมที่ตลาดนัดเลียบด่วน-แดนเนรมิต กรุงเทพมหานคร เป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อ กับการจัดงาน Thailand Beef Fest 2026 ปีนี้ดึง 4 มหาอำนาจเนื้อร่วมด้วย พร้อมผลักดัน "โคดำลำตะคอง" เนื้อโคคุณภาพพรีเมียมของไทยให้เป็นที่รู้จัก
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน "Thailand Beef Fest 2026" สุดยอดมหกรรมเนื้อไทยครั้งยิ่งใหญ่ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคเนื้อ พร้อมประกาศความสำเร็จในการยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อคุณภาพสูงของไทย งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 - 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ตลาดนัดเลียบด่วน-แดนเนรมิต กรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม "Thai Innovative Beef, Global Taste" มุ่งผลักดัน "โคดำลำตะคอง" แบรนด์เนื้อโคพรีเมียมจากนครราชสีมาสู่เวทีโลก หวังสร้างระบบนิเวศด้านการตลาดเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรไทย และลดการนำเข้าเนื้อโคคุณภาพสูงจากต่างประเทศที่มีมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี โดยได้รับความร่วมมือจากสถานทูตสหรัฐอเมริกา บราซิล ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย นำเนื้อโคพรีเมียมระดับโลกมาจัดแสดงควบคู่กับแบรนด์เนื้อไทย เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานการผลิตเนื้อโคของไทยสู่ตลาดสากล
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า NIA มุ่งเพิ่มโอกาสแข่งขันเชิงพาณิยช์ของอุตสาหกรรม โคเนื้อครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การจัดการฟาร์ม โภชนาการ เทคโนโลยีหลังการเชือด การแปรรูป ตลอดจนการสร้างแบรนด์ การตลาด และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงมุ่งเน้นยกระดับการผลิตแบบดั้งเดิมของโคเนื้อไทยที่เน้นการผลิตเนื้อเพื่อขายในเชิงน้ำหนัก เฉลี่ยราคา 80 – 82 บาทต่อกิโลกรัมไปสู่ตลาดพรีเมียมที่เกษตรกรสามารถขายเนื้อได้ในราคา 105 – 145 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้โครงสร้างรายได้ของอุตสาหกรรมโคเนื้อไทยเปลี่ยนไปจากโมเดลเดิมคือ Volume-Based ไปสู่ Value-Based ที่สามารถแข่งขันกับเนื้อคุณภาพสูงจากต่างประเทศได้ โดยทิศทางการพัฒนาโคเนื้อไทยจะมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมเชิงลึก เช่น เทคโนโลยีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับภูมิอากาศไทย การใช้ข้อมูลและ IoT ในการจัดการฟาร์ม การควบคุมคุณภาพเนื้อด้วยกระบวนการบ่มเชิงวิทยาศาสตร์ การลดคาร์บอนและของเสียในกระบวนการผลิต รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาเนื้อโคที่มีเรื่องราวเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ และได้มาตรฐานสากล ผ่านการสร้างคุณค่าในแบบไทย
ผู้อำนวยการ NIA กล่าวต่อว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา NIA ได้ทำงานร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อลำตะคอง และเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) ตามแนวทางการสนับสนุน 2 ด้านหลัก ได้แก่ การสร้างแบรนด์ "โคดำลำตะคอง" จากจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยในอนาคต และการพัฒนาระบบนิเวศด้านการตลาดซึ่งเป็นส่วนปลายน้ำของอุตสาหกรรม เพื่อขยายผลออกสู่ตลาดในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ และยังได้จัด Thailand Beef Fest ขึ้นครั้งแรกในปี 2024 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2จังหวัดนครราชสีมา ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเวทีเชิงอุตสาหกรรมให้กับโคเนื้อไทย โดยเปิดโอกาสให้ร้านอาหารและผู้จัดจำหน่ายเห็นศักยภาพของเนื้อ พรีเมียมที่ผลิตโดยผู้เลี้ยงในประเทศ จนเริ่มเกิดการเจรจาธุรกิจและการทดลองใช้เนื้อไทยมากขึ้นในกลุ่มร้านอาหารต่าง ซึ่งผลลัพธ์ของการจัดงานปี 2024 ไม่ได้สะท้อนเพียงความสนใจของผู้บริโภค แต่ยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในภาคอุตสาหกรรมโคเนื้อระหว่างผู้เลี้ยง ฟาร์ม โรงเชือด ผู้แปรรูป ผู้จัดจำหน่าย ร้านอาหาร และเชฟ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในอุตสาหกรรมเนื้อคุณภาพสูงที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานไปจนถึงการสร้างตลาดเชิงพรีเมียมในประเทศได้
ดร.กริชผกา กล่าวอีกว่า ในปี 2026 NIA จึงยกระดับการจัดงานเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยกับอุตสาหกรรมโลก โดยมีการต่อยอดการจัดงาน Thailand Beef Fest 2026 ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านเนื้อหา เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงตลาด ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ตลาดนัดเลียบด่วน-แดนเนรมิต กรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม "Thai Innovative Beef, Global Taste" เป็นการขยายบทบาทจากงานแสดงสินค้า สู่การเป็น แพลตฟอร์มเศรษฐกิจโคเนื้อ ที่จะช่วยสร้างระบบนิเวศด้านการตลาดที่สมบูรณ์แบบของอุตสาหกรรมโคเนื้อ โดยได้รับความร่วมมือจากสถานทูตสหรัฐอเมริกา บราซิล ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตเนื้อรายสำคัญของโลกทั้งในเชิงปริมาณและเชิงมาตรฐานเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมาตรฐานและทิศทางของอุตสาหกรรมโคเนื้อในระดับสากล รวมถึงกิจกรรมอื่นในหลากหลายมิติ ทั้งการจัดนิทรรศการ การนำผลิตภัณฑ์เนื้อพรีเมียมที่เป็นที่รู้จักระดับโลกมาโชว์และชิม พร้อมโชว์ผลิตภัณฑ์เนื้อไทยพรีเมียมจากพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ โคดำลำตะคอง สุรินทร์วากิว สลักได จากจังหวัดสุรินทร์ โคขุนหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และโคขุนกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม อีกทั้งยังมีการจัดเสวนา พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนการเติบโตขออุตสาหกรรมโคเนื้อไทยได้อย่างยั่งยืน
ด้าน ผศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 กล่าวว่า แม้โคดำลำตะคองจะมีความพร้อมทั้งด้านสายพันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต และคุณภาพเนื้อ แต่การก้าวสู่การเป็น “สุดยอดแบรนด์เนื้อไทย” จากจังหวัดนครราชสีมาจำเป็นต้องเติมเต็มช่องว่างในห่วงโซ่มูลค่าช่วงปลายน้ำ โดยเฉพาะด้านการแปรรูปเชิงพาณิชย์ การสร้างแบรนด์ และการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดส่งออกในอนาคต อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ จึงทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และหน่วยงานวิจัย เช่น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างและทดสอบตลาด นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเนื้อส่วนที่เหลือจากการตัดแต่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น ไส้กรอกเนื้อ เนื้อเสียบไม้ เนื้อแผ่น และอาหารพร้อมรับประทาน
ขณะที่ นายอรรควัฒน์ วิริยะขจรเกียรติ เจ้าของแบรนด์ N.V.K. Farm ตัวแทนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคดำลำตะคอง กล่าวว่า คนไทยมีวัฒนธรรมการบริโภคเนื้อที่ “ชอบเนื้อติดมัน แต่ไม่เลี่ยน” ขณะที่โควากิวมีจุดเด่นด้านไขมันแทรกสูงแต่โตช้าและต้นทุนสูง จึงนำไปสู่แนวคิดการผสมข้ามสายพันธุ์ ที่นำโคพื้นเมืองโคราช ซึ่งมีความอึดทน ปรับตัวเก่ง และไม่เลือกอาหาร มาผสมกับแองกัส เพื่อเพิ่มอัตราแลกเนื้อและปริมาณเนื้อ จากนั้นจึงผสมต่อกับวากิวเพื่อให้ได้มาร์บลิ่งสวยกำลังดีโดยไม่เลี่ยน จนเกิดเป็นชุดพันธุกรรมที่ตรงกับความต้องการบริโภคของคนไทยมากที่สุด โดยโคดำลำตะคองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากการใช้ 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ สายพันธุ์ที่ดีจากการผสมพันธุ์อย่างมีหลักวิทยาศาสตร์โดยใช้เทคโนโลยีผสมเทียมและย้ายฝากตัวอ่อน อาหารที่ดีจากการจัดการด้านอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการที่โคต้องการ โดยใช้ธัญพืชท้องถิ่นของนครราชสีมาเป็นหลัก และสิ่งแวดล้อมที่ดี
เจ้าของแบรนด์ N.V.K. Farm กล่าวต่อว่า สำหรับฟาร์มโคดำ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองน้ำใส อำเภอสีคิ้ว ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 280-300 เมตร ทำให้มีลมพัดผ่านตลอดปี อากาศโปร่งสบาย และน้ำในลุ่มน้ำลำตะคองมีค่า pH อยู่ที่ 7.3 เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งคุณภาพของเนื้อโคดำลำตะคองนั้นจะมีการจัดเกรดเนื้อตามแนวทางการพัฒนาระบบเกรดไทยจำนวน 6 ระดับ และแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ Standard , Premium , Super Premium โดยกลุ่มสูงสุดมีความใกล้เคียงระดับ A4 ของญี่ปุ่น แต่ถูกปรับให้สอดคล้องกับความชอบของผู้บริโภคไทย พร้อมสร้างโครงสร้างราคาแบบเพิ่มขั้นราวร้อยละ 15 ต่อระดับเกรด เกิดเป็นระบบคุณค่าที่ผู้บริโภคเข้าใจได้และพร้อมจ่ายตามคุณภาพ
ทั้งนี้ โคดำลำตะคองได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนธุรกิจนวัตกรรม ในโครงการสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย "นิลมังกร" รุ่นที่ 2 จนกลายเป็นแบรนด์ที่สามารถสร้างมูลค่าและโอกาสทางธุรกิจให้กับเกษตรกรไทยได้ โดยธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมาก สัดส่วนการขายเปลี่ยนจากเดิมที่ B2B (ขายซาก) ร้อยละ 50-60 ขายให้ร้านอาหารร้อยละ 10-20 และ B2C ที่ขายสินค้าโดยตรงไปยังผู้บริโภคทั่วไปเพียงร้อยละ 10 กลายเป็น B2C ร้อยละ 80 ขายซากร้อยละ 10 และขายให้ร้านอาหารร้อยละ 10 คิดเป็นการเติบโตประมาณ 8 เท่า โดยงาน Thailand Beef Fest 2024 ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันให้โคดำลำตะคองเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
อย่าพลาดใครที่ชอบเนื้อวัวต้องมางาน Thailand Beef Fest 2026: Thai Innovative Beef, Global Taste มหกรรมที่รวม “นวัตกรรมเนื้อไทย” และ แบรนด์เนื้อระดับพรีเมียมจาก 5 ประเทศชั้นนำของโลก ที่ตลาดนัดเลียบด่วน – แดนเนรมิต (เนรมิตพื้นที่เป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อ!) มีอีก 2 วัน 6– 7 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มเวลา 14.00 – 22.00 น.
You might be intertested in this news.
Mostview
NTT DOCOMO จับมือ ทรูวิชั่นส์ เสิร์ฟคอนเทนต์ญี่ปุ่น ลงแอปฯ True Visions Now
NTT DOCOMO จับมือ TrueVisions ส่งคอนเทนต์พรีเมียมจาก Lemino Japanese Collection ดูผ่านแอปฯ TrueVisions NOW ให้ดูฟรีเริ่ม 25 มี.ค.69 เฟสแรก ซีรีส์ญี่ปุ่น 125 เรื่อง ดูเต็มอิ่มรวม 1,500 ตอน พร้อมทั้งรายการวาไรตี้ ท่องเที่ยวและอาหาร และรายการญี่ปุ่น Top 10
ลงแดงรอ “ล่าหยก” ไม่ไหว แนะ “เหนือสมรภูมิ” โคตรสนุก นางเอกน่าคลั่งไคล้!
ใครที่กำลังใกล้ที่จะ “ลงแดง” ในการรอตอนใหม่ของ “ล่าหยก” ไม่ไหว แนะนำให้ดูซีรีส์ “เหนือสมรภูมิ” โคตรสนุก นางเอกสุดน่ารัก
AIS พร้อมดูแลโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ชี้ เคเบิลตะวันออกกลาง มีทราฟฟิกไม่ถึง 10%
AIS ออกแถลงการณ์พร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง จากการขู่ตัดเคเบิลใต้น้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลอาหรับ โดยเคเบิลส่วนนี้มีทราฟฟิกไปยุโรปไม่ถึง 10% มั่นใจดูแลโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในและต่างประเทศได้ต่อเนื่อง
โครงการหลวงร่วมมือสยามพารากอน จัด Royal Project Gastronomy Festival 2026
มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สยามพารากอน, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network) ยกขบวนวัตถุดิบชั้นเลิศและผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์....
ดีป้า เปิดตัว โครงการ OTOD #3 ยกระดับเกษตรกรไทยสู่โลกดิจิทัลด้วย 3 เทคโนโลยี
ดีป้า ต่อยอดความสำเร็จโครงการ OTOD ทั้ง 2 ซีซันเปิดตัว ซีซัน 3 หนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีโดรนการเกษตร แทรคเตอร์อัจฉริยะ และ IoT บริหารแปลงปลูกอัจฉริยะ โดยหนุนกลุ่มชุมชนได้นำไปประยุกต์ใช้ วางเป้าหมาย 330 รายใน 8 จังหวัด เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง