วันจันทร์, เมษายน 13, 2569

นาโนเทค-สวทช. เปิดตัว " e-Nose" จมูกอัจฉริยะตรวจจับหาที่มาฝุ่น PM2.5

by Trust News, 18 กุมภาพันธ์ 2569

นาโนเทค-สวทช. ส่ง “e-Nose” นวัตกรรมจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ให้ข้อมูลที่แม่นยำจากบิ๊กดาต้า ชี้เป้าสารประกอบทางเคมีต้นตอเกิดฝุ่น PM2.5 ทั้งจากการเผาภาคเกษตร-โรงงาน เล็งทำ 100 เครื่องส่งลง 5 โซนทั่วไทยนำร่องที่เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews นักวิจัยพบสื่อมวลชน เพื่อเจาะลึกสัมภาษณ์ข้อมูลผลงานวิจัยใช้ประโยชน์ตอบโจทย์กลยุทธ์งานวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและประเทศชาติของ สวทช.

ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การวิจัย ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นโจทย์ท้าทายระดับชาติที่ นาโนเทค สวทช. ให้ความสำคัญสูงสุด นโยบายหลักคือการใช้นวัตกรรมระดับนาโนเข้าไป "สืบหาแหล่งต้นตอ" เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่การเฝ้าระวัง โดยความสำเร็จของเทคโนโลยี e-Nose (จมูกอิเล็กทรอนิกส์) ที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวาง เช่น การตรวจวัดคุณภาพอาหารและเครื่องหอม แต่ปัจจุบันเราได้ยกระดับนวัตกรรมนี้สู่ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมเต็มตัว เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างแม่นยำและยั่งยืน ผ่านโครงการต้นแบบการกระจายเซนเซอร์ 100 เครื่องภายในปี 2569 ในพื้นที่วิกฤติทั้งภาคเหนือตอนบนและกรุงเทพและปริมลฑล

ด้าน ดร.รุ่งโรจน์ เมาลานนท์ ทีมวิจัยวิศวกรรมกระบวนการและระบบตรวจติดตาม นาโนเทค สวทช. อธิบายถึงการทำงาน ว่า e-Nose คือชุดเซนเซอร์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่เลียนแบบการดมกลิ่นของมนุษย์ แต่สามารถตรวจจับสารประกอบเคมีและก๊าซที่ตาเปล่ามองไม่เห็นได้ "ฝุ่น PM2.5 จากแต่ละแหล่งกำเนิดจะมี 'ลายเซ็น' (Signature) หรือ องค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน" เช่น ฝุ่นจากการเผาชีวมวล เช่น ตอซัง ข้าวโพด แยกออกจากฝุ่นจราจร ฝุ่นอุตสาหกรรม รวมถึงฝุ่นทุติยภูมิที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของปุ๋ยไนโตรเจนในดิน ซึ่งปล่อยก๊าซแอมโมเนียไปทำปฏิกิริยาในบรรยากาศจนก่อให้เกิดสารอย่างแอมโมเนียมไนเตรต (Ammonium Nitrate)

ทีมวิจัย e-Nose ของนาโนเทค กล่าวต่อว่า ทีมวิจัยเตรียมส่งระบบต้นแบบ 100 เครื่อง ลงตรวจติดตามใน 5 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ พื้นที่โล่ง (ค่าอ้างอิง), แปลงนาข้าว, ไร่ข้าวโพด, สวนผลไม้ และป่าธรรมชาติ โดยจะมีการใช้ AI และแบบจำลองคณิตศาสตร์ขั้นสูงเพื่อประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้เห็นสัดส่วนแหล่งกำเนิดฝุ่นในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ข้อมูลที่ได้จาก e-Nose ทำให้เราทราบต้นกำเนิดฝุ่นตอบตัวเลขเชิงปริมาณ แยกรายละเอียดของสารเคมี จึงทำให้รู้แพทเทิร์นจุดกำเนิด และชนิดของสาเหตุฝุ่นได้ทันที 

ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ เราพบว่าฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กกว่าอย่าง PM1.0 มีความอันตรายต่อร่างกายเพราะสามารถเข้าไปยังส่วนที่ลึกมากกว่า อีกทั้ง ตัวฝุ่นมีผิวสัมผัสกว้าง เช่น เมื่อจับตัวกับละอองผน คนที่หายใจอะอองเหล่านี้เข้าไปจะป่วยและเกิดภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้น จากการศึกษาเราพบว่า ปริมาณฝุ่นที่หนาแน่นในพื้นที่ก็มีโอกาสทำให้เกิดฝนตกได้ เพราะอนุภาคฝุ่นจะไปจับตัวกับไอน้ำในอากาศ ทำให้เกิดฝนตกได้เช่นกัน หรือ ใน จ.เชียงใหม่ที่มีพื้นที่โซนป่าเขา โซนในเมือง และพื้นที่การเกษตร การตรวจจับก็พบว่า ตัวพื้นที่ป่าไม้เองก็เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นทุติยภูมิได้ เพราะพบการปล่อยสารระเหยจากต้นไม้

ทีมวิจัย e-Nose ของนาโนเทค กล่าวอีกว่า จากการทดสอบเบื้องต้นในพื้นที่ภาคเกษตร ระบบ e-Nose สามารถแยกแยะได้ว่าค่า PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นในวันนั้น มาจากลมที่พัดพาควันจากการเผาไหม้ไร่อ้อยในพื้นที่ข้างเคียง หรือเกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีของปุ๋ยในแปลงเกษตรเอง ซึ่งความละเอียดระดับนี้ช่วยให้ภาครัฐสามารถเข้าไประงับเหตุหรือให้ความรู้เกษตรกรได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ต้องสุ่มตรวจแบบหว่านแหเหมือนในอดีต 

ขณะที่ นายวิรัตน์ คำพรม หัวหน้ากองปฏิบัติการเหมือง ฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่จริง กล่าวว่า ความร่วมมือกับนาโนเทค สวทช. ในจังหวัดลำปางถือเป็นก้าวสำคัญของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ของเหมืองแม่เมาะ โดยใช้นวัตกรรมนี้เพื่อจำแนกและสืบหาต้นตอของฝุ่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ข้อมูลที่ได้ช่วยให้เราทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการกล่าวโทษโดยไม่มีมูล แต่ใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มายืนยันแหล่งกำเนิดมลพิษที่แท้จริง

หัวหน้ากองปฏิบัติการเหมือง ฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ กฟผ.กล่าวต่อว่า เราพบว่าฝุ่นในภาคเหนือแต่ละชนิดมีดีเอ็นเอเป็นของตัวเอง ส่วนที่ล่้อมรอบภูเขามักเกิดจากการเผาในพื้นที่ เพราะข้อมูลจากการแยกองค์ประกอบทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริง เหมืองแม่เมาะแม้จะมีการปล่อยควันจากการเผาไหม้ถ่านหิน แต่เป็นส่วนน้อย เพราะค่าไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด อย่างไรก็ตามแม้เหมืองไม่ใช่สาเหตุแต่ เราก็เผื่อแผ่จุดตรวจวัดไปยังพื้นที่รอบข้าง ตามแผนแม่เมาะสมาร์ทซิตี้ื เราตรวจจับฝุ่น PM 2.5 และ Hot Spot รวม 16 จุดครอบคลุมทั้งอำเภอแม่เมาะ กับ อ.เมืองบางส่วน ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ทราบข้อมูลว่าฝุ่นไม่ได้มาจากโรงไฟฟ้าเป็นหลัก แต่มาจากกิจกรรมการเผา และไฟป่า ซึ่งเมื่อพบจุดความร้อน กฟผ.ก็จะส่งเรื่องให้ทางท้องถิ่นดำเนินการต่อไป  

ส่วน ดร.ศักดา ตรีเดช ผู้อำนวยการส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบาย ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการควบคุมมลพิษคือ "ข้อมูลที่แม่นยำ" (Precision Monitoring) ประเทศไทยจำเป็นต้องมีนวัตกรรมที่สามารถชี้เป้าแหล่งกำเนิดฝุ่นได้ตรงจุด e-Nose จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สร้างฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าให้กับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำไปจัดทำมาตรการรับมือ บังคับใช้กฎหมาย และวางกรอบนโยบายควบคุมคุณภาพอากาศของประเทศให้เข้าเป้าและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

ผู้อำนวยการส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กล่าวต่อว่า ทางกรมควบคุมมลพิษเรามีการตรวจวัดคุณภาพอากาศตลอด หากพบว่าพื้นที่ใดมีสีแดง เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทางกรมมีการประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่จะส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน เพื่อขอความร่วมมือ WFH ที่ผ่านมากรมควบคุมมลพิษมีจุดตรวจคุณภาพอากาศ 100 แห่งทั่วไทย แล้วทำ MOU กับ สวทช.เพื่อใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ พยากรณ์ฝุ่นล่วงหน้า 7 วัน หากพื้นที่ใดคุณภาพอากาศแย่เป็นสีส้ม จะแจ้งเตือนผ่าน Line Alert เช่น กทม.แม้มีจุดใดขึ้นสีส้มเพีงจุดเดียว ก็ถือว่าวันนั้นทั้งจังหวัดอากาศแย่ กระทบกลุ่มเปราะบาง


สำหรับ นักวิชาการ หรือหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ท่านสามารถเข้าร่วมงานประชุมวิชาการประจำปีสวทช. หรือ NAC2026 ร่วมเปิดมุมมองใหม่ในการ ชี้เป้าแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยี e-Nose นวัตกรรมจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยยกระดับการติดตามและแก้ไขปัญหา PM2.5 จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ภาคสนาม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 09.30 – 12.00 น. ห้อง CC-404 อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยงานเสวนาครั้งนี้รวบรวม ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ผู้บริหารเมือง ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานจริง มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ตั้งแต่นโยบายอากาศสะอาด การเตรียมความพร้อมต่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไปจนถึงบทเรียนการใช้งานจริงจากเหมืองแม่เมาะ และแนวทางขยายผลสู่พื้นที่เมืองใหญ่.


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิว “แพนด้าเด้งยกกำลังฟัด” หนังสำหรับคนรัก “เฉินหลง”

เคยดูภาคแรกมาแล้ว สำหรับ Panda Plan : The Magical Tribe หรือในชื่อไทย “แพนด้าเด้งยกกำลังฟัด”

วงการบันเทิงอาลัย ‘เฉลา ประสพศาสตร์’ เสียชีวิตด้วยโรคชรา วัย 98 ปี

วันที่ 6 เม.ย. เพจดาราภาพยนตร์ โพสต์อาลัย ศิลปินอาวุโส คุณยายเฉลา ประสพศาสตร์ ได้เสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยโรคชรา ในวัย 98 ปี...

ซีรีส์ใหม่ “จางหลิงเฮ่อ” The Road to Glory กับการโคจรมาเจอ “เติ้งข่าย”

เจาะลึกโปรเจกต์ยักษ์ "The Road to Glory" การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ "จางหลิงเฮ่อ" และโปรเจกต์ที่แฟนชาวไทยห้ามพลาด....

WE GOT THEM! สหรัฐฯ ช่วย 2 นักบินสำเร็จ แลกระเบิดเครื่องบิน-ฮ. ทิ้งรักษาความลับ

สหรัฐฯ ทำภารกิจกู้ภัยกลางสนามรบ (CSAR) ช่วย 2 นักบิน F-15E สำเร็จ หลังแทรกซึมหลังแนวข้าศึก แต่ต้องยอมเสีย MC-130J และฮ.ลิตเติลเบิร์ดทิ้งรวม 3 ลำ ให้เดลต้าฟอร์ซระเบิดทิ้ง ตัดหน้าอิหร่านป้องกันเทคโนโลยีรั่วไหล ลบอดีตที่ล้มเหลวใน Operation Eagle Claw ปี 1980

แนะนำหนังสือ อีบุ๊ก นิยาย น่าอ่านดับร้อนเมษายน 69

สำหรับคอลัมน์ “แนะนำหนังสือเดือนเมษายนนี้ เรายังคงเอาใจแฟนๆ นิยาย อีบุ๊กอีกเช่นเคย ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ไล่เรียงกันมาเลย!!...

TrustNEws Line