วันพุธ, กรกฎาคม 15, 2569

F-20 Tigershark เสืออาภัพตัวสุดท้าย ผู้จุดประกายเจ็ตขับไล่เบายุคใหม่

by Trust News, 29 มีนาคม 2569

จำได้ไหมเครื่องบินลายสีน้ำเงิน-ขาว มี "ยูนิคอร์น" ที่หาง มันคือ เอฟ-20 ไทเกอร์ชาร์ค ที่ลุงแมคคอยหามาให้ชิน คาซามะใน AREA88 แต่ในโลกความจริง นี่คือเจ็ตขับไล่ที่โลกเกือบจะลืม มันดีเกินไปไม่มีใครเอา แต่กลับเป็น DNA ให้กับ Gripen และ Ching-kuo ในเวลาต่อมา

กำเนิดจากสายเลือด "Tiger" ความพยายามทำตลาดต่างประเทศ

ช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 บริษัท Northrop ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลกับเครื่อวบินขับไล่เบา รุ่น F-5E Tiger II ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ราคาประหยัด สำหรับพันธมิตรของสหรัฐฯ เมื่อเทคโนโลยีก้าวล้ำขึ้น Northrop จึงเริ่มโครงการ F-5G (ซึ่งต่อมาคือ F-20) ภายใต้โครงการ FX ของรัฐบาลสหรัฐฯ เป้าหมายชัดเจน ก็คือ สร้างเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงกว่า F-5E หลายเท่า แต่ต้องไม่ล้ำหน้าจนเกินไป (เพื่อป้องกันเทคโนโลยีหลุดรอดไปยังฝ่ายโซเวียต) และที่สำคัญต้อง "ไม่มีคู่แข่ง" เพราะในตอนนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามขายเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์อย่าง เอฟ-16 เอ/บี ไฟท์ติ้งฟัลคอน ให้กับประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่

อวสานแห่งพยัคฆ์: เสือตัวสุดท้ายของ Northrop

ในโลกของการบินทหาร ชื่อของ "Tiger" คือเครื่องหมายการค้าของความคล่องตัว และความคุ้มค่า Northrop ประสบความสำเร็จสูงสุดกับ F-5 แต่เมื่อถึงคราวของ F-20 Tigershark มันกลับกลายเป็น "บทส่งท้าย" ที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะหลังจาก F-20 เป็นต้นมา เราไม่ได้เห็นการตั้งชื่อเครื่องบินขับไล่ในตระกูลเสืออีกเลย ทำให้ Tigershark กลายเป็น "The Last Tiger" แห่งน่านฟ้าอย่างแท้จริง

สเปกที่ "ฆ่า" ทุกกฎเกณฑ์ในยุค 80

F-20 ไม่ได้เป็นเพียงการเอา F-5 มาอัปเกรด แต่มันคือการกำเนิดใหม่ ด้วยขุมพลังมหาศาลเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในสมัยนั้น คือ เจเนอรัล อิเล็กทริก GE F404 ที่ใช้งานกับเครื่องบินขับไล่โจมตี เอฟ/เอ-18 ฮอร์เน็ต (ญาติห่างๆของมัน) เพียงเครื่องเดียว ให้แรงขับมหาศาลจนอัตราส่วนแรงดันต่อน้ำหนัก (TWR) ทะลุ 1.1 ในภารกิจรบ ซึ่งในยุคนั้นถือว่า "บ้าคลั่ง" มากสำหรับเครื่องบินตัวเล็กขนาดนี้

เป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีระบบ Inertial Navigation (INS) ลำแรกๆ ที่ทำให้นักบินสามารถขึ้นบิน (Scramble) ได้ในเวลาเพียง 60 วินาที ซึ่งเร็วกว่า F-16 เกือบเท่าตัว

จมูกฉลามที่ซ่อนเขี้ยวเล็บแม้เรโดมจะเล็ก แต่การเลือกใช้ปืน M39 ขนาดลำกล้อง 20 mm. (ปืนแบบ Revolver ลำกล้องเดียว) จำนวน 2 กระบอก ที่สืบทอดมาจากเครื่องบินตระกูล F-5 ที่มีอัตราการยิงที่เสถียรและเหมาะกับขนาดจมูกอันเพรียวบางของ "ฉลามเสือ" ตัวนี้ที่สุด ทำให้ประหยัดพื้นที่และรักษาความเพรียวของลำตัวไว้ได้ โดยที่ยังมีพลังทำลายล้างเหลือเฟือ

เอฟ-20 เป็นเครื่องบินขนาดเบาลำแรกๆ ที่รองรับ BVR Capability เพราะติดตั้งเรดาร์ AN/APG-67 ซึ่งสามารถยิงจรวดนำวิถีด้วยเรดาร์ระยะไกลอย่าง AIM-7 Sparrow ได้ นอกเหนือจาก AIM-9 J/P/L ไซด์วายเดอร์ ที่นำวิถีด้วยความร้อน (ในขณะที่ F-16A/B ยุค 80 นั้นยังไม่สามารถยิง AIM-7 ได้) อีกทั้งรองรับอาวุธมาตรฐาน ทอ.สหรัฐฯ ยุค 80 นอกจากนี้ เอฟ-20 ยังรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-พื้น แบบ AGM-65 B/D มาเวอริค ได้ 4 ลูกอีกด้วย

ความคล่องตัว (Agility) ของมันสูงมาก จนนักบินทดสอบกล่าวว่ามัน คือ "เครื่องบินที่บินตามความคิดของนักบิน"

ปัญหาการเมือง: เมื่อ "ดีเกินไป" กลายเป็นคำสาป

F-20 พ่ายแพ้ไม่ใช่เพราะสมรรถนะ แต่พ่ายแพ้ต่อ "ความซับซ้อนทางการเมือง" เมื่อรัฐบาลของ ปธน.โรนัลด์ เรแกน ปลดล็อกการจำกัดขายอาวุธให้ชาติพันธมิตร ทำให้มิตรประเทศของสหรัฐฯ ในตอนนั้น สามารถยื่นขอซื้อ F-16 และ เจเนอรัล ไดนามิกส์ ก็สามารถขายให้กับพันธมิตรได้หากสภาคองเกรสมีมติอนุญาต นั่นเท่ากับว่า F-20 ก็สูญเสียจุดยืนในตลาดทันที เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มองว่า "ถ้าซื้อ F-16 ได้ ทำไมต้องซื้อ F-20" แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการของ F-20 จะถูกกว่ามากก็ตาม

เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ไม่ยอมรับเครื่องบินลำนี้เข้าประจำการ (เพราะมี F-16 อยู่เต็มกองทัพแล้ว)  แม้จะออกทัวร์ ตระเวนโชว์ตามประเทศต่างๆ ที่เคยเป็นลูกค้า เอฟ-5 อี รวมทั้งประเทศไทย แถมยังเกิดอุบัติเหตุกับเครื่องบินต้นแบบตก ขณะบินสาธิตลูกค้าไปถึง 2 ลำ ท้ายที่สุด ก็ไม่มีชาติใดเลือก เอฟ-20 มันจึงกลายเป็นเครื่องบินที่ "ดีแต่ไม่มีใครกล้าเป็นลูกค้ารายแรก"

มรดกที่ยังมีลมหายใจ: แรงบันดาลใจสู่ Gripen และ Ching-kuo

แม้ Northrop จะตัดสินใจยุติโครงการในปี 1986 หลังทุ่มเงินไปกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (โดยไม่ใช้งบรัฐบาลแม้แต่เหรียญเดียว) แต่ F-20 ไม่ได้จากไปเปล่าๆ ถึงแม้ว่า F-20 จะไม่เคยเข้าสู่สายการผลิตจริง แต่องค์ความรู้และปรัชญาการออกแบบของมันได้ "จุดประกาย" ให้กับเครื่องบินขับไล่เบารุ่นต่อๆ มา

1.ต้นแบบเครื่องบิน Gen 4.5 แนวคิดเครื่องบินขนาดเล็กแต่ติดระบบเอวิโอนิกส์ขั้นสูง กลายเป็นต้นแบบให้เครื่องบินอย่าง JAS-39 Gripen ของสวีเดน และ F-CK-1 ของไต้หวัน

*JAS-39 Gripen (สวีเดน): การเป็นเครื่องบินเครื่องยนต์เดี่ยว (F404/F414) ที่เน้นความคล่องตัวสูง ใช้รันเวย์สั้น และระบบเอวิโอนิกส์ที่ชาญฉลาด คือดีเอ็นเอที่ส่งต่อมาจาก F-20 อย่างชัดเจน

*F-CK-1 Ching-kuo (ไต้หวัน): ไต้หวันซึ่งเคยเป็นลูกค้าที่รอคอย F-20 อย่างใจจดใจจ่อ เมื่อโครงการถูกยกเลิก พวกเขาจึงนำแรงบันดาลใจและเทคโนโลยีบางส่วนมาพัฒนาเครื่องบินของตัวเอง โดยมีวิศวกรจากสหรัฐฯ เข้าไปช่วยจนรูปทรงออกมาคล้ายกับลูกผสมระหว่าง F-20 และ F-16


2.มาตรฐานเรดาร์สมัยใหม่: เรดาร์ AN/APG-67 ถูกนำไปพัฒนาต่อและใช้งานในเครื่องบินหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน

3.ไอคอนแห่งวัฒนธรรมป๊อป: ความเท่และความเป็น "มวยรอง" ทำให้มันกลายเป็นเครื่องบินระดับตำนานในมังงะ Area 88 ของอาจารย์นักวาดมังงะ ชินทานิ คาโอรุ ในฐานะเครื่องบินคู่ใจของ คาซามะ ชิน ในช่วงหลังจากที่แอเรีย 88 ย้ายเข้าสู่ฐานทัพในภูเขา จาการจัดหามาโดยลุงแมคคอย พ่อค้าอาวุธเจ้าของสโลแกน "ขอแค่มีเงินก็หาให้ได้ยันวังเครมลิน"

ทำไมอาจารย์ Kaoru Shintani ถึงเลือกเครื่องบินลำนี้?
1.เพราะความคล่องตัวที่เหมือน "บินตามความคิด"
2.เพราะความเท่ที่ดูอันตรายเหมือนฉลาม
3.เพราะโชคชะตาที่ถูกทอดทิ้งไม่ต่างจากตัวเอกในเรื่อง


ซึ่งเอฟ-20 พร้อมหางยูนิคอร์น ก็ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรักการบินทั่วโลก และเหล่าโมเดลเลอร์ในเวลาต่อมา

บทสรุปตำนานนักล่าในเงาจันทร์

F-20 Tigershark คือ เครื่องเตือนใจว่า "ในโลกของอาวุธ วิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมอาจพ่ายแพ้ให้กับจังหวะเวลาและการเมือง" มัน คือ อสูรกายที่เกิดมาผิดยุค F-20 Tigershark อาจจะเป็นเสือที่อาภัพในโลกความจริง แต่มันคือ "ผู้ชนะ" ในเชิงวิศวกรรมและการจดจำ มันได้พิสูจน์แล้วว่า เครื่องบินขับไล่เบาสามารถมีเขี้ยวเล็บที่น่ากลัวได้ไม่แพ้เครื่องบินขนาดใหญ่ และจิตวิญญาณของมันยังคงโลดแล่นอยู่ในเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ที่เน้นความคล่องตัวและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ชาญฉลาดในปัจจุบัน และแน่นอนว่า ในใจของแฟนการ์ตูน Area 88 และคอการบินทั่วโลก F-20 Tigershark ยังคงทะยานอยู่ในระดับความสูงที่ไม่มีเกมการเมืองใดๆ จะสอยมันร่วงลงมาได้อีกต่อไป.

 


You might be intertested in this news.

Mostview

ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ยอดตายพุ่ง 27 ศพ นายกฯอนุทิน มาดูพื้นที่แล้ว

ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ใกล้ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์วอดทั้งร้าน เบื้องต้นตาย 27 ศพ เผยนาทีไฟลุกวาบพุ่งเป็นลำคล้ายไอพ่น ล่าสุด นายกฯ อนุทิน-ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่บัญชากการเอง สั่งเยียวยาเหยื่อเต็มที่ กำชับ พฐ. ตรวจสอบ

ปิดถนนประชาธิปก 3 วันซ่อมน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า ยันไม่กระทบตึกใกล้เคียง

นายกฯ นำทีมลงพื้นที่แยกวงเวียนใหญ่ ตรวจสอบเหตุน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ยันไม่พบการทรุดตัวของอุโมงค์หรืออาคารใกล้เคียง ขณะที่ปิดการจราจรถนนประชาธิปก ขาออก 3 วัน เพื่อให้ทีมวิศวกรและช่างเข้าซ่อมจุดรั่วในอุโมงค์

คืบหน้าถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอย เปิดทางอัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มาตรวจถนนทรุดบริเวณวงเวียนใหญ่ จากกรณีน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟใต้ดินสายสีม่วงใต้ฯ โดยล่าสุด สั่งรื้อสะพานลอยเพื่อลดแรงกดทับ เปิดทางผู้รับเหมาตั้งเครื่องมืออัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดความเสี่ยงดินทรุด ย้ำต้องเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่

สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ โดย ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ...

5 โศกนาฏกรรมไฟไหม้ ที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิต

5 โศกนาฏกรรมไฟไหม้ที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิต... และคำถามว่า "เราจำได้จริงหรือไม่"....

TrustNEws Line