ARDA โชว์งานวิจัย เพิ่มมูลค่าใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 ทำเป็นชา สร้างรายได้ตลอดปี
by Trust News, 26 พฤษภาคม 2569
ARDA พลิกโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ข้าวไทย เปิดโมเดลเพิ่มมูลค่าใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 เปลี่ยนผลผลิตจาก “นา” สู่ “ชาใบอ่อนข้าว ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 3 รอบใน 28 วัน สร้างทางเลือก เสริมรายได้ให้เกษตรกรตลอดทั้งปี
“ข้าว” พืชเศรษฐกิจหลักของไทยปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านราคาที่ผันผวน ต้นทุนการผลิต ที่สูงขึ้น และการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้โจทย์สำคัญของวันนี้ไม่ใช่เพียง “ขายให้ได้มาก” แต่ต้อง “ขายให้มีมูลค่าสูงขึ้น” ล่าสุด สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาโมเดลใหม่ ยกระดับ “ข้าวหอมมะลิ 105” จากการขายผลผลิตแบบเดิมปีละครั้ง สู่ “ชาใบอ่อนข้าว”ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 3 รอบภายใน 28 วัน สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ตลอดทั้งปี
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA เปิดเผยว่า ในปี 2567 ประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวได้ถึง 9.95 ล้านตัน สูงสุดในรอบหลายปี โดยในช่วง 9 เดือนแรกมีมูลค่าการส่งออกกว่า 4,834 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 45.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าข้าวไทยยังคงเป็นหนึ่งในฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตข้าวยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของราคาและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ทำให้ทิศทางการพัฒนาข้าวไทยในอนาคตไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณการส่งออก แต่ต้องมุ่งยกระดับมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า โดยเฉพาะการต่อยอดสู่ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ และ Functional Food ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ภูมิคุ้มกัน และคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น
ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวไทยจึงจำเป็นต้องอาศัยงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงสำหรับเจาะตลาดที่มีศักยภาพ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โครงการ “การถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและการผลิตชาใบข้าวจากใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อพัฒนาอาชีพในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดการเพิ่มมูลค่าข้าวไทยและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร” ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะต้นแบบของการสร้าง value chain ใหม่ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภัทร์ ไชยกุล จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยฯ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากการปลูกข้าวแบบดั้งเดิม สู่การผลิตวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า เทคโนโลยีดังกล่าวใช้รอบการผลิตระยะสั้นประมาณ 28 วัน สามารถเก็บเกี่ยว “ใบอ่อนข้าว” ได้ถึง 3 ครั้งต่อรอบการผลิต ให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ ภายใต้การบริหารจัดการที่เหมาะสมและมีตลาดรองรับ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นอีกทางเลือกในการเสริมรายได้ให้เกษตรกรได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งเมื่อนำใบอ่อนข้าวไปแปรรูปเป็นชาเพื่อสุขภาพ ยังสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพมาตรฐานและช่องทางการตลาดของผลิตภัณฑ์
"ข้าวไทยในอนาคตจำเป็นต้องมีการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้หลากหลายมากขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาความเข้มแข็งของการผลิตข้าวเพื่อการบริโภคและการส่งออก ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากข้าวถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับภาคการเกษตรไทย ARDA พร้อมสนับสนุนการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัย ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกร เพื่อร่วมกันพัฒนาต้นแบบการผลิตและการตลาดที่สามารถขยายผลได้อย่างยั่งยืน" ผู้อำนวยการ ARDA กล่าว
ด้าน ดร. สุภัทร์ ไชยกุล หัวหน้าโครงการวิจัยฯ เปิดเผยว่า ทีมวิจัยได้พัฒนาเทคโนโลยีการปลูกและเก็บเกี่ยวใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการแปลงปลูก การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ไปจนถึง การวิเคราะห์สารสำคัญทางชีวภาพ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระและสารหอมระเหย เพื่อให้ได้วัตถุดิบมาตรฐานสูงและสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการนำร่องในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 350 ราย สามารถผลิตใบอ่อนข้าวคุณภาพสูงภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นกว่า 80% พร้อมสร้างรายได้และโอกาสใหม่ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างทั่วถึง
ปัจจุบันผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ผ่านการรวมกลุ่มปลูกและแปรรูปชาใบอ่อนข้าวหอมมะลิ ทั้งในรูปแบบใบชา ผงชาสำเร็จรูป และผงใบอ่อนข้าวสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเริ่มวางจำหน่ายแล้วทั้งช่องทาง Online และ Onsite ผ่านร้านเครื่องดื่มและร้านสะดวกซื้อ “โครงการวิจัยนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มความหลากหลายของ Functional Ingredient สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน สิ่งที่เราต้องการต่อไปคือการขยายตลาดให้กับเกษตรกรไทย และขอเชิญชวนผู้ประกอบการด้านเครื่องดื่ม อาหาร และอุตสาหกรรมแปรรูป รวมถึงกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดต่าง ๆ ที่สนใจซื้อวัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ หรือหากต้องการรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ดร.สุภัทร์ ไชยกุล หัวหน้าโครงการวิจัยฯ โทร. 099-090-9945
ชาใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมสินค้า แต่เป็นหนึ่งในความพยายามสำคัญของ ARDA ในการสร้างอีกหนึ่งต้นแบบสำคัญของการใช้ “งานวิจัยและนวัตกรรม” เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยจากการขายวัตถุดิบราคาต่ำ สู่การพัฒนาเป็นวัตถุดิบเชิงอุตสาหกรรมและสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกรได้เข้าถึงโอกาสใหม่ที่สร้างรายได้ที่ที่สม่ำเสมอให้เกษตรกร ตลอดจนผลักดันข้าวไทยสู่บทบาทใหม่ในตลาดโลกที่แข่งขันด้วย “คุณค่า” มากกว่า “ปริมาณ” ควบคู่กับการรักษาบทบาทของข้าวไทยในฐานะพืชเศรษฐกิจ และอาหารหลักของประเทศ.
You might be intertested in this news.
Mostview
ครม.ให้ 16 ต.ค.เป็นวันหยุดพิเศษเฉพาะ (กทม.) + WFH 3 วันรับช่วงประชุมใหญ่ IMF
มติ ที่ประชุม ครม. เคาะให้วันที่ 16 ต.ค.2569 เป็นวันหยุดพิเศษ (กทม.) พร้อมสั่งหน่วยราชการสั่ง WFH 3 วัน ได้แก่ 12 และ 14-15 ต.ค.เพื่อ บรรเทาจราจร-เข้มความปลอดภัยช่วงประชุมใหญ่ธนาคารโลก-IMF ส่วนสถานบันการเงิน ภาคเอกชนขอความร่วมมือพิจารณาตามความเหมาะสม
ซาแซงจีน กับเงินหยวนมีชีวิต ขุมทรัพย์ คลุกคลี และคุกคาม (ชมคลิป)
ซาแซงจีน กับเงินหยวนมีชีวิต ขุมทรัพย์ คลุกคลี และคุกคาม (ชมคลิป)
ไอดอลเรียนดีกีฬาเด่น อิ๊งค์ชา BNK48 สอบติด คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
เหล่าโอตะแฟนคลับและสมาชิก BNK48 พร้อมใจร่วมยินดีกับ อิ๊งค์ชา BNK48 ไอดอลสาวเรียนดี กีฬาเด่นดีกรี อดีตนักแบดมินตันระดับเยาวชนหลังเจ้าตัวสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จไปหนึ่งก้าว ในการสอบติดคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล
ป.แถลงจับ อ.ไพศาล นิมิตแก้กรรมพิสดาร ฉกข้อมูลจากหนังสือรุ่น
กองปราบ บุกรวบ "อ.ไพศาล" คาบ้านพักลำพูน แถลงปิดฉากนักแก้กรรมนิมิตพิสดาร ลวงชำเรา-อนาจารเหยื่อแก้กรรม ที่แท้มาจากข้อมูลจากหนังสือรุ่น ...
ตร.ไซเบอร์ เร่งตรวจสอบ คู่ไลฟ์สดอนาจาร เตือนไลก์-แชร์มีความผิด
ตํารวจไซเบอร์เร่งล่าตัว คู่ไลฟ์สดอนาจารว่อนเฟซบุ๊ก ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เตือนคนกดไลก์-แชร์ก็ผิดกฎหมาย มีความผิดเท่าคนโพสต์ จําคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 หรือทั้งจําทั้งปรับ...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง