วันอังคาร, สิงหาคม 25, 2569

ยุโรปทะลุ 45 องศาฯ ทุบประวัติศาสตร์ "มิถุนายนร้อนสุด" ทำคนตายทะลุหมื่นรายแล้ว

by Trust News, 9 กรกฎาคม 2569

ภาพประกอบข่าว เมืองซาราโกซา สเปน กูเกิลแม็ปส์

ยุโรปเผชิญ "โลกเดือด" รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังสเปนร้อนทะลุ 45.1 องศาฯ ทำให้ยอดคนตายที่เกี่ยวข้องจากความร้อนทะลุ 1 หมื่นราย เยอรมนีนำโดงกว่า 5 พันศพ แม้ช่วงกลางคืนก็ไม่หายคลายความระอุ นักอุตุนิยมวิทยาเตือน 14-15 มวลความร้อนระลอกใหม่จ่อซ้ำเติมแล้ว

ล่าสุด วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 สำนักข่าวต่างประเทศอ้างรายงานของ Copernicus ซึ่งเป็นหน่วยงานติดตามภูมิอากาศของสหภาพยุโรป (C3S) และ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมารายงานความคืบหน้าเชิงสถิติที่น่าตกใจ รวมถึงแจ้งเตือนภัยระลอกใหม่ที่กำลังจะซ้ำเติมยุโรปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หน่วยงาน Copernicus (C3S) เพิ่งออกแถลงการณ์สรุปข้อมูลประจำเดือนในวันนี้ ยืนยันว่าคลื่นความร้อนแผ่ซ่านในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ภูมิภาคยุโรปตะวันตกเจอกับภาวะโลกเดือด ที่เดือนมิถุนายนร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติถึง 3.05 องศาเซลเซียส ทุบสถิติเดิมของปี 2025 ลงอย่างราบคาบ โดยวันที่อุณหภูมิสูงสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 ที่เมืองอันดูฮาร์ (Andújar) ทางตอนใต้ของสเปน วัดอุณหภูมิได้สูงถึง 45.1 องศาเซลเซียส ขณะที่วันนี้ อากาศร้อนที่สุดของประเทศสเปนอยู่ที่เมืองซาราโกซา (Zaragoza) ที่ 44 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม จาการคำนวณของแบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดระบุว่า ยุโรปยังไม่ได้พ้นขีดอันตราย และ "นี่ยังไม่ใช่จุดที่ร้อนที่สุด"

มวลความร้อนใหม่จากแอตแลนติก
พลังความร้อนระลอกสองกำลังก่อตัวขึ้น โดยประเทศในกลุ่มคาบสมุทรไอบีเรียอย่าง โปรตุเกส และสเปนตอนใต้ อุณหภูมิจะดีดกลับไปแตะ 43 องศาเซลเซียส อีกครั้งในสัปดาห์นี้ ก่อนที่มวลความร้อนจะเคลื่อนเข้ากดดันฝรั่งเศส และกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ (เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก)

นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า คลื่นความร้อนระลอกนี้จะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด (Heat Peak) ในช่วง วันที่ 14–15 กรกฎาคม 2026 ซึ่งจะซ้ำเติมสภาวะภัยแล้งและวิกฤตความชื้นในดินของยุโรปให้วิกฤติหนักขึ้นไปอีก

วิกฤติ "Tropical Nights" คืนที่ร่างกายไม่ได้พักผ่อน

สื่อต่างประเทศอย่าง The Guardian และองค์การอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำว่า สิ่งที่น่ากลัวในรอบนี้ไม่ใช่แค่อุณหภูมิตอนกลางวัน แต่คือภาวะ "Tropical Nights" หรือ ค่ำคืนเขตร้อน ที่อุณหภูมิตอนกลางคืนไม่ยอมลดต่ำกว่า 20–25 องศาเซลเซียส เช่น ในกรุงมาดริด (สเปน) อุณหภูมิตอนกลางคืนจะค้างอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 9 องศาฯ)

ทาง WHO เตือนว่าการที่อากาศตอนกลางคืนไม่เย็นลง ทำให้ร่างกายของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ไม่มีโอกาสได้ฟื้นฟูหรือระบายความร้อนสะสม ออกมา ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฮีทสโตรกและหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันขณะนอนหลับ

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่ง—WHO เรียกประชุมด่วน 41 ประเทศ

ดร. ฮันส์ คลูเกอ (Hans Kluge) ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป ได้ต่อสายตรงจัดประชุมฉุกเฉินร่วมกับ 41 ประเทศสมาชิกเพื่อรับมือภัยพิบัตินี้

"จากการประเมินเชิงระบาดวิทยาโดยระบบเฝ้าระวังอัตราการเสียชีวิตส่วนเกินของยุโรป (EuroMOMO) ร่วมกับรายงานของสถาบันโรแบร์ต คอค (RKI) แห่งเยอรมนี และสำนักงานสาธารณสุขฝรั่งเศส ยืนยันตรงกันว่า วิกฤตคลื่นความร้อนจัดในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ส่งผลให้มีอัตราผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่เชื่อมโยงกับสภาวะอากาศร้อนจัดรวมแล้วทะลุหลักหมื่นราย โดยในภาพรวมทางวิทยาศาสตร์ประเมินความสูญเสียทั้งทวีปอาจสูงเกิน 20,000 ราย"

หมายเหตุ สถิติอ้างอิงตรงตามรายงานระบาดวิทยาของสถาบันโรแบร์ต คอค (RKI), สำนักงานสาธารณสุขฝรั่งเศส (Santé publique France), สถาบัน Sciensano ของเบลเยียม และระบบดาวเทียม Copernicus (C3S) ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2026

ทั้งนี้ ผอ.องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป (WHO/Europe) ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 ควบคู่กับการประกาศคู่มือหลักการแพทย์และสาธารณสุข "Heat–health action plans: guidance (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2)" เพื่อแจ้งเตือนภัยด้านสุขภาพจากคลื่นความร้อน โดยสรุปได้ 4 ประเด็นดังนี้

1. คำเตือนเรื่อง "วิกฤตใต้น้ำแข็ง" (Tip of the Iceberg)

WHO เน้นย้ำว่า สถิติผู้เสียชีวิตส่วนเกินทะลุหลักหมื่นรายที่เราเห็นในปัจจุบัน "เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น" เนื่องจากความร้อนจัดส่งผลกระทบต่อทั้งระบบร่างกายเฉียบพลันและเรื้อรัง ยิ่งไปกว่านั้น ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา คลื่นความร้อนคร่าชีวิตประชากรในยุโรปไปแล้วมากกว่า 200,000 ราย ซึ่ง WHO ระบุว่า "เกือบทั้งหมดเป็นความสูญเสียที่ป้องกันได้" หากรัฐบาลมีระบบเตือนภัยที่ดีพอ

2. นิยามใหม่ของ "ความเสี่ยงขั้นวิกฤต" (Tropical Nights)

รายงานด้านระบาดวิทยาของ WHO ร่วมกับองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า "อุณหภูมิตอนกลางคืนอันตรายกว่าพีคความร้อนตอนกลางวัน"

ตามหลักการแพทย์ ร่างกายมนุษย์ต้องการอุณหภูมิที่ลดต่ำลงในตอนกลางคืนเพื่อระบายความร้อนสะสมและฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต การที่ยุโรปเจอกลุ่มอาการ Tropical Nights (คืนเขตร้อนที่อุณหภูมิค้างอยู่สูงกว่า 25 องศาเซลเซียส) จะทำให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ป่วยติดเตียง เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือไตวายจากการขาดน้ำ (Dehydration) ขณะนอนหลับโดยไม่รู้ตัว

3. การระบุ "5 กลุ่มเสี่ยงสูงสุด" ที่ต้องเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน

ในคู่มือฉบับใหม่ของ WHO ได้จำแนกกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบางต่อความร้อนจัดทางชีวภาพและสังคมไว้ชัดเจน ได้แก่

1.กลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่โดดเดี่ยว (Socially Isolated Older Adults): ไม่มีคนคอยเตือนให้ดื่มน้ำหรือเปิดระบบทำความเย็น
2.เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ร่างกายเด็กช่วงอายุนี้ยังมีขีดจำกัดในการขับเหงื่อเพื่อระบายความร้อน (พบสถิติส่งโรงพยาบาลด้วยอาการตัวร้อนจัด/Hyperthermia พุ่งสูงในสัปดาห์นี้)
3.กลุ่มคนไร้บ้าน (Homeless) ขาดแคลนการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและพื้นที่หลบแดด
4.แรงงานกลางแจ้ง (Outdoor Workers) เสี่ยงต่อสภาวะตับและไตถูกทำลายจากความเครียดจากความร้อน (Heat Stress)
5.ผู้พำนักในสถานดูแลระยะยาว (Long-term Care Residents) อาคารสถานดูแลหลายแห่งในยุโรปไม่มีระบบปรับอากาศรองรับ

4. จี้รัฐบาลแก้ปัญหา "ความล่าช้าเชิงระบบ" (Procedural Delays)

WHO ออกโรงตำหนิระบบราชการของบางประเทศว่า มีขั้นตอนทางกฎหมายในการประกาศ "เขตภัยพิบัติคลื่นความร้อน" ที่ล่าช้าเกินไป ส่งผลให้สาธารณสุขท้องถิ่นไม่สามารถเปิดศูนย์พักพิงติดเครื่องปรับอากาศหรือแจกจ่ายน้ำดื่มได้ทันท่วงที พร้อมส่งคำเตือนทิ้งท้ายว่า “สัปดาห์ที่อันตรายและสูญเสียมากกว่านี้อาจกำลังรออยู่ข้างหน้า” หากระลอกใหม่ในกลางเดือนนี้พุ่งแตะจุดสูงสุด.


You might be intertested in this news.

Mostview

มท.ออกคำสั่งระดมเจ็ตสกี เรือ และเฮลิคอปเตอร์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน

กระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งด่วนที่สุด ระดมเจ็ตสกี–เรือ–เฮลิคอปเตอร์ รถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว อุปกรณ์กำลังพล ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมที่ จ.น่าน พะเยา และ ลำพูน ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด ให้ เฮลิคอปเตอร์ KA32 ของ ปภ.ไปเตรียมพร้อมที่น่านแล้ว

อ.เชน และ ผู้ว่าฯ น่าน ติดตามโครงการสร้างทำแนวป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลน่าน

รองนายกฯ ยศชนัน นำคณะ และผู้ว่าฯ น่าน มาที่โรงพยาบาลน่านติดตาม โครงการเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบเมื่อเกิดอุทกภัย ปกป้องพื้นที่โรงพยาบาล ให้ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและให้บริการประชาชนได้เต็มประสิทธิภาพ

เทศบาลเมืองน่านน้ำลด มท.3 เกาะติดที่ท่าวังผา-ปัวเพราะยังมีฝนตกหนักเติม

"เจเศรษฐ์" อยู่ที่ จ.น่านติดตามน้ำท่วม คาดเขตเทศบาลเมืองน่านน้ำลด หลังแม่น้ำน่านที่จุด N1 อยู่ที่ 8.5 เมตร เร่งซ่อมคันกั้นน้ำที่เสียหาย แต่ยังคงเฝ้าระวังปริมาณน้ำจากฝนตกหนักที่ อ. ท่าวังผาและ อ.ปัว ย้ำ "สายด่วน 054716174" และ 1784 พร้อม ช่วยเหลือ 24 ชม.

49 ปี "วอยเอเจอร์ 2" จากภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ สู่การไขความลับห้วงลึกของอวกาศ

ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ปล่อยตัวในปี 1977 ยานวอยเอเจอร์ 2 ไม่ใช่เพียงการสำรวจดาวเคราะห์แถบนอกของระบบสุริยะ แต่มันได้ทะลวงผ่านเขตเฮลิโอพอส เข้าสู่พื้นที่ว่างระหว่างดวงดาว โดยที่ยานยังคงทำงานได้ และส่งข้อมูลกลับโลก จากวิศวกรรมอันเหลือเชื่อ

“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้

“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” กูรู้จักมึง ตั้งแต่กูอายุ 15 กินเที่ยวด้วยกันตั้งแต่เด็ก ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้...

TrustNEws Line