ย้อนรอยอุบัติเหตุรถไฟ ‘หัวรถจักรผีสิง’ พุ่งทะลวงหัวลำโพง (2529)
by Trust News, 17 พฤษภาคม 2569
เช้าวันหนึ่งในปี 2529 โลหะหนักหกหัวพุ่งทะลวงหัวใจกรุงเทพฯ โดยไม่มีคนขับ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง คำถาม และตำนานที่ยังไม่มีวันสิ้นสุด
เสาร์ที่ 8 พ.ย. 2529 เวลา 08:50 น.ชานชาลาที่สี่แน่นขนัดไปด้วยผู้โดยสารตามปกติของเช้าวันเสาร์ เมื่อเสียงประกาศดังแว่วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
"ให้ทุกคนออกจากชานชาลาทันที!"
ก่อนที่เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ดีเซลจะกลืนกินทุกเสียง และในอีกไม่กี่วินาที หัวรถจักร 6 คันที่พ่วงติดกันราวกับงูเหล็กก็พุ่งทะลวงเข้าสู่สถานี ทำลายแป้นปะทะ พุ่งขึ้นชานชาลา และถล่มอาคารลงราบเป็นหน้ากลองท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้คน
เช้าวันเสาร์นั้น สมจิตร พิลึก นายตรวจกลผู้คร่ำหวอดในการรถไฟแห่งประเทศไทยกว่า 20 ปี เดินเข้าโรงซ่อมบางซื่อตามปกติเวลาเจ็ดโมงเช้า เขามอบหมายงานให้ลูกน้องจัดเรียงหัวรถจักร 6 หัวที่เข้ามาซ่อมบำรุง โดยให้หัวที่มีปัญหาหนักสุดอยู่ในสุด ส่วนตัวเขารับผิดชอบหัวรถจักรหมายเลข 4044 และ 4010
เวลา 08:35 น. ระหว่างที่สมจิตรกำลังตรวจซ่อมหัวรถจักร 4044 อยู่นั้น ช่างอีกฝ่ายมาเรียกให้ไปตรวจงานอีกจุด เขาจึงติดเครื่องยนต์ทิ้งเอาไว้ เพราะยังมีช่างอีกคนอยู่บนรถ และก้าวลงจากหัวรถจักรไปโดยไม่รู้ว่านั่นคือหนึ่งในการตัดสินใจที่จะพลิกชีวิตเขาไปตลอดกาล
"ผมจำได้ว่าวันนั้นจะมีหัวรถจักร 8 หัวเข้ามาซ่อมบำรุง ผมให้ลูกน้องจัดเรียงหัวรถจักร 6 หัวตามความเหมาะสม ผมรับผิดชอบหัวรถจักรคันที่ 3 และ 6"
กลไกแห่งหายนะ
สาเหตุทางกลไกนั้นเรียบง่ายอย่างน่าสยดสยอง หัวรถจักรดีเซลในยุคนั้นใช้ ระบบลมดูด ในการทำงาน เมื่อติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้สักพัก ลมจะหมุนเวียนครบวงจรและพร้อมขับเคลื่อน ช่างที่อยู่บนรถขณะนั้นได้ใส่ "ท่าคันกลับอาการ" เกียร์ของรถไฟไว้ที่ตำแหน่งเดินหน้า พร้อมล็อกคันเร่งไว้ที่ตำแหน่งสูงสุด
เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัว ช่างพยายามดึงห้ามล้อแต่ไม่ได้ผล แทนที่จะสับสวิตช์ดับเครื่องยนต์ เขาตัดสินใจกระโดดลงจากรถที่กำลังเร่งความเร็ว ทิ้งให้ขบวนเหล็กพ่วง 6 หัวทะยานออกจากโรงซ่อม เข้าสู่รางประธาน และเร่งความเร็วอย่างไม่หยุดยั้ง
15 กิโลเมตรแห่งความตาย
08:35 น. หัวรถจักร 6 คันเริ่มเคลื่อนตัวออกจากโรงซ่อมบางซื่อโดยไม่มีคนขับ เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทางขบวนวิ่งผ่านทางแยกถนนพระรามที่ 6, ถนนประดิพัทธ์, สถานีสามเสน, ถนนราชวิถี, ถนนศรีอยุธยา และถนนเพชรบุรี ด้วยความเร็วสูง
แยกเทิดดำริ หัวรถจักรพุ่งชนแท็กซี่ที่ทางแยก คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สัญญาณเตือนส่งไปยังหัวลำโพง
08:50 น. ขบวนพุ่งเข้าชานชาลาที่ 4 ทะลวงแป้นปะทะ พุ่งเข้าชนอาคารประชาสัมพันธ์ ออฟฟิศธนาคารกรุงเทพ และร้านค้า ก่อนล้มตะแคงสิ้นฤทธิ์หน้าประตูทางเข้าสถานี
เจ้าหน้าที่สถานีได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากแยกเทิดดำริ วิ่งเป่านกหวีดไล่ต้อนผู้คนออกจากชานชาลาอย่างชุลมุน มีการประกาศเตือนทางลำโพง แต่ทั้งหมดนั้นมีเวลาเพียงไม่กี่วินาที บางคนยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ขบวนเหล็กก็พุ่งเข้ามาแล้ว
ตำนานหัวรถจักรผีสิง
สื่อมวลชนพากันตั้งฉายาเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า "หัวรถจักรผีสิง" ไม่ใช่เพียงเพราะรถไฟวิ่งได้เองโดยไม่มีคนขับ แต่ยังเพราะหัวรถจักรหมายเลข 4410 หนึ่งในขบวนนั้น เคยประสบอุบัติเหตุเบรกไม่อยู่มาก่อนในปี 2522 ครั้งนั้นคนขับเสียชีวิต และผู้โดยสารอีกนับร้อยบาดเจ็บล้มตาย เหมือนดังว่าดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตยังคงสิงสถิตอยู่ในเครื่องจักรเหล็ก รอวันปลดปล่อยพลังทำลายล้างอีกครั้ง
แม้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ ร.ฟ.ท.จะสรุปสาเหตุว่าเกิดจาก ความสะเพร่าของพนักงาน ประกอบกับระบบเครื่องยนต์ที่เร่งความเร็วโดยอัตโนมัติ แต่ตำนาน "ผีสิง" ก็ยากจะลบเลือนออกจากความทรงจำสังคม
คำพิพากษาและชะตากรรม
ผลทางกฎหมายและวินัย นายสมจิตร พิลึก อดีตนายตรวจกล ถูกปลดออกจากงาน · ศาลชั้นต้นจำคุก 8 ปี อุทธรณ์เหลือ 6 ปี · ฎีกาเหลือ 3 ปี · ได้รับอภัยโทษ ติดคุกจริง 18 เดือน ต้องชดใช้ค่าเสียหาย 4 ล้านบาท
นายเตรียม พิศพานต์ เจ้าหน้าที่ประจำหอสัญญาณ ถูกปลดออกจากงาน ศาลพิพากษายกฟ้องในชั้นอาญา
"ตอนนั้นผู้ใหญ่ไม่ยอมให้ผมพูดอะไรกับใครเลย ไม่แม้แต่จะให้ผมสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นๆ เลย”นายสมจิตรให้สัมภาษณ์กับ คมชัดลึกเมื่อปี 2552
บั้นปลายชีวิต และราคาของความประมาท
สมจิตรต่อสู้คดีนานถึง 6 ปี ก่อนออกจากเรือนจำในปี 2537 เขาเข้าทำงานเป็นช่างในโรงพยาบาลย่านวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ในปี 2544 ก็ถูกเลิกจ้างเพราะอายุมาก กลับบ้านเกิดที่นครสวรรค์ หันมาเลี้ยงปลา แต่ขาดทุนจึงต้องเลิก
ชีวิตหลังคุกไม่เคยราบรื่น ในวันที่ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มทลายที่นิวยอร์ก 11 กันยายน 2544 สมจิตรก็ได้รับหมายศาลฉบับใหม่ สั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย 4 ล้านบาท จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน เงินสะสมหมด ภรรยาต้องลำบากร่วมทุกข์ บั้นปลายชีวิตจึงกลายเป็นยามรักษาการณ์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แทนที่จะได้รับบำเหน็จบำนาญอย่างที่ควรจะเป็น
แต่สมจิตรยังยืนยันมาตลอดว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ถูกมองข้าม ทั้งช่างที่อยู่บนรถซึ่งเป็นผู้ใส่เกียร์เดินหน้า ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาที่ขอให้เปิดรางโดยไม่สับสวิตช์กลับ และระบบสัญญาณที่ไม่ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น
หากเพียงแค่สับรางกลับหลังขบวนหินผ่านตามระเบียบ รถไฟทั้ง 6 หัวก็จะวิ่งไปติดค้างอยู่ที่สถานีบางซื่อเท่านั้น คงไม่มีใครรู้จักคำว่า "หัวรถจักรผีสิง" มาจนถึงทุกวันนี้
ข้อมูลสำคัญของเหตุการณ์นี้
ระยะทางที่รถวิ่งผ่านราว 15 กิโลเมตร โดยมีความเร็วที่ 55–90 กิโลเมตร/ชั่วโมง
มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และ บาดเจ็บ 4–7 ราย
อ้างอิงข้อมูล
ไทยรัฐออนไลน์ — "3 นาทีคดีดัง: หัวรถจักรผีสิง รถไฟทะลวงหัวลำโพง" (1 ก.ค. 2562)
คมชัดลึก — "หัวรถจักรผีสิงพุ่งชน 'หัวลำโพง'" โดย สมจิตร พิลึก (10 ต.ค. 2552)
มติชนออนไลน์ — ย้อนอดีตรถไฟมรณะ (2563)
ช่อง 7 HD — "รถไฟผีสิง หัวรถจักรไร้คนขับ พุ่งชนหัวลำโพง" (2566)
วิกิพีเดียภาษาไทย — เหตุหัวรถจักรชนสถานีกรุงเทพ พ.ศ. 2529
---------------------
อ่านบทความที่น่าสนใจ
ความแค้นของแม่ ใช้ศาลเตี้ยล้างอยุติธรรม (2541)
"กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน" นักโทษหญิง ยิงเป้าไม่ตาย กลายเป็นเรื่องเล่าผี (คลิป)
น้ำตาพระ สละผ้าเหลือง สึกเจ้าคุณอุดม ตำนานคดีเครื่องราชฯ (คลิป)
5 ปมสั่งตาย “แคล้ว ธนิกุล” เจ้าพ่อนครบาลกับพระสมเด็จวัดระฆัง ที่หายไป?
You might be intertested in this news.
Mostview
มท.ออกคำสั่งระดมเจ็ตสกี เรือ และเฮลิคอปเตอร์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน
กระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งด่วนที่สุด ระดมเจ็ตสกี–เรือ–เฮลิคอปเตอร์ รถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว อุปกรณ์กำลังพล ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมที่ จ.น่าน พะเยา และ ลำพูน ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด ให้ เฮลิคอปเตอร์ KA32 ของ ปภ.ไปเตรียมพร้อมที่น่านแล้ว
อ.เชน และ ผู้ว่าฯ น่าน ติดตามโครงการสร้างทำแนวป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลน่าน
รองนายกฯ ยศชนัน นำคณะ และผู้ว่าฯ น่าน มาที่โรงพยาบาลน่านติดตาม โครงการเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบเมื่อเกิดอุทกภัย ปกป้องพื้นที่โรงพยาบาล ให้ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและให้บริการประชาชนได้เต็มประสิทธิภาพ
เทศบาลเมืองน่านน้ำลด มท.3 เกาะติดที่ท่าวังผา-ปัวเพราะยังมีฝนตกหนักเติม
"เจเศรษฐ์" อยู่ที่ จ.น่านติดตามน้ำท่วม คาดเขตเทศบาลเมืองน่านน้ำลด หลังแม่น้ำน่านที่จุด N1 อยู่ที่ 8.5 เมตร เร่งซ่อมคันกั้นน้ำที่เสียหาย แต่ยังคงเฝ้าระวังปริมาณน้ำจากฝนตกหนักที่ อ. ท่าวังผาและ อ.ปัว ย้ำ "สายด่วน 054716174" และ 1784 พร้อม ช่วยเหลือ 24 ชม.
“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้
“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” กูรู้จักมึง ตั้งแต่กูอายุ 15 กินเที่ยวด้วยกันตั้งแต่เด็ก ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้...
ดีอีเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ “TH-AI Passport” วันนี้ ใช้จริง 31 ส.ค.นี้
ดีอีเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ “TH-AI Passport” แล้ววันนี้ ชวนคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สร้างบัญชีล่วงหน้า เตรียมพร้อมใช้งาน 31 สิงหาคมนี้ ...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง