‘เตี้ยนเจี้ยน-1’ ดาวเทียมเรดาร์ SAR ดวงตาสูง 500 กม.สแกนเขื่อนแหล่งพลังงานจีน
by Trust News, 27 พฤษภาคม 2569
เครดิตภาพ สำนักข่าว CCTV และ People Daily China Online
ความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียมสำรวจระยะไกลเชิงพาณิชย์ดวงใหม่ ‘เตี้ยนเจี้ยน-1’ (Dianjian-1) ขึ้นสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ที่ระดับ 500 กิโลเมตร โดยเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่จับมือร่วมกันพัฒนาโดยยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอย่าง PowerChina เพื่อทำภารกิจปกป้องวิศวกรรมพลังงานสะเทินน้ำสะเทินบก ชูไฮไลต์เด็ดด้วยเทคโนโลยีเรดาร์ X-band SAR ที่ตรวจจับการทรุดตัวของแผ่นดินและรอยร้าวของตัวเขื่อนคอนกรีตได้ละเอียดในระดับ ‘มิลลิเมตร’ มุ่งเป้าเป็นปราการด่านหน้าเตือนภัยพิบัติล่วงหน้าแบบเรียลไทม์
ในแวดวงเทคโนโลยีอวกาศรอบสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวใดที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิศวกรรมศาสตร์และนักธรณีวิทยาได้เท่ากับความสำเร็จในการส่งดาวเทียม “เตี้ยนเจี้ยน-1” (Dianjian-1) หรือรหัสตรวจสอบสากล “เทียนอี้-50” (Tianyi-50) ซึ่งถือเป็น ดาวเทียมสำรวจระยะไกล ดวงแรกของโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจวิศวกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่โดยเฉพาะ
วินาทีทะยานฟ้าสู่โมเมนตัมระดับมิลลิเมตร
ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 12:33 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 (ตามเวลาปักกิ่ง) จรวดขนส่งเชิงพาณิชย์ไร้คนขับ Lijian-1 Y13 (ลี่เจี้ยน-1) ได้ถูกจุดระเบิดขึ้นจากฐานปล่อยในทะเลทรายโกบี นำพาดาวเทียมเตี้ยนเจี้ยน-1 พุ่งแหวกชั้นบรรยากาศ
หลังจากทะยานขึ้นไปเพียง 10 นาที ตัวดาวเทียมสัญชาติจีนน้ำหนักพิกัด 300 กิโลกรัมดวงนี้ ก็แยกตัวออกและเข้าสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-synchronous orbit) ที่ระดับความสูง 500 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเปิดฉากอายุการใช้งานเฟสแรกขั้นต่ำ 5 ปีเต็ม
ที่มาที่ไปเมื่อ "โครงสร้างยักษ์" ต้องเผชิญภัยธรรมชาติในหุบเขาลึก
โครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการถ่ายภาพพื้นโลกทั่วไป แต่เป็นโครงการความร่วมมือระดับยุทธศาสตร์ระหว่าง สถาบันออกแบบและสำรวจเฉิงตู (Chengdu Engineering Corporation) ในเครือ PowerChina ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัฐ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน (Wuhan) และบริษัทเทคโนโลยีอวกาศเอกชน Spacety
เหตุผลสำคัญเบื้องหลัง: จีนมีโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมากฝังตัวอยู่ในแถบเทือกเขาสูงและหุบเขาลึกทางตะวันตกเฉียงใต้ (เช่น มณฑลเสฉวนและยูนนาน) ซึ่งภูมิประเทศเหล่านี้มีเมฆหมอกปกคลุมหนาแน่นเกือบตลอดปี และมีความเสี่ยงสูงต่อภัยพิบัติทางธรณีวิทยา เช่น ดินสไลด์ แผ่นดินไหว และการทรุดตัวของชั้นดิน ระบบสแกนแบบเก่าจากพื้นดินจึงไม่เพียงพอและมีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่
รูปแบบการใช้งานและเทคโนโลยีเบื้องหลัง (The Payload Tech)
ความพิเศษของ เตี้ยนเจี้ยน-1 คือการที่มันไม่ได้ใช้กล้องถ่ายภาพแบบออปติคอล (Optical) ที่แพ้แสงและเมฆหมอก แต่มันขับเคลื่อนด้วยระบบ เรดาร์ช่องรับสัญญาณสังเคราะห์ระนาบเฟสอาร์เรย์ (Planar Phased Array Synthetic Aperture Radar) ในย่านความถี่ X-band
ทำงานได้ 24/7: คลื่นเรดาร์ X-band สามารถทะลุทะลวงเมฆ ฝน หมอก และความมืดมิดในเวลากลางคืนได้ ทำให้ดาวเทียมดวงนี้ "เปิดตาทำงาน" ได้ในทุกสภาพอากาศแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ระยะกวาดกว้างก้าวหน้า: มีแถบความกว้างในการสแกนพื้นผิว (Scanning Swath) สูงถึง 200 กิโลเมตรต่อรอบการโคจร
ความแม่นยำระดับความหนากระดาษ A4: นี่คือไฮไลต์ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งที่สุด วิศวกรโครงการระบุว่า แม้จะอยู่ห่างออกไป 500 กิโลเมตรในอวกาศ แต่ดาวเทียมดวงนี้สามารถตรวจจับ การเคลื่อนตัว การบิดเบี้ยว หรือรอยร้าวบนพื้นผิวโลกได้ละเอียดในระดับ "มิลลิเมตร" (เปรียบเทียบง่าย ๆ คือ ถ้ามีกระดาษ A4 ซ้อนกัน 10 แผ่นบนพื้นโลก ดาวเทียมลำนี้ก็สามารถสแกนเห็นความต่างของระดับชั้นนั้นได้ชัดเจน)
ประโยชน์ที่จับต้องได้ต่อระบบวิศวกรรมพลังงาน
ข้อมูลเรดาร์ความละเอียดสูง (High-resolution radar remote sensing data) จากเตี้ยนเจี้ยน-1 จะถูกส่งกลับมาประมวลผลเพื่อประโยชน์ 3 ด้านหลัก:
Safety Monitoring of Mega Dams: เฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างตัวเขื่อนคอนกรีต สังเกตการณ์การทรุดตัวหรือรอยร้าวขนาดเล็กเท่าเส้นผม รวมถึงตรวจวัดความเสถียรของตลิ่งรอบอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อป้องกันดินถล่มใต้น้ำ
Critical Transportation Lifelines: ตรวจสอบความปลอดภัยของสะพาน อุโมงค์ และเส้นทางคมนาคมขนส่งพลังงานที่ตัดผ่านพื้นที่ภัยพิบัติสูง
Early Disaster Warning: การตรวจจับพฤติกรรมดินสไลด์และชั้นดินเคลื่อนตัวแบบ Real-time จะทำหน้าที่เป็น "ระบบเตือนภัยล่วงหน้า" ช่วยให้สั่งอพยพประชาชนหรือซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐานได้ทันท่วงทีก่อนเกิดเหตุวิบัติ
แผนการดำเนินงานในอนาคต
การปล่อยเตี้ยนเจี้ยน-1 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหน้าประวัติศาสตร์อวกาศพลังงานของจีนเท่านั้น โดยแผนงานในอนาคตถูกตั้งเป้าไว้ชัดเจน:
ดาวเทียมคู่ขนาน "เตี้ยนเจี้ยน-2" ปัจจุบัน PowerChina ได้เริ่มกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ดาวเทียมดวงที่สองในซีรีส์แล้ว โดยตัวที่สองจะถูกออกแบบให้เป็น ดาวเทียมตรวจวัดปริมาณน้ำฝนผ่านลิงก์ไมโครเวฟวงโคจรต่ำ เพื่อส่งข้อมูลมาประสานการทำงานร่วมกับดาวเทียมเรดาร์ดวงแรก
เครือข่ายกลุ่มดาวเทียม (Constellation Expansion): จีนมีแผนจะขยายการปล่อยดาวเทียมในตระกูลเตี้ยนเจี้ยนเพิ่มเติม เพื่อทำเครือข่ายร่างแหในอวกาศ ลดระยะเวลาในการโคจรกลับมาสแกนซ้ำที่จุดเดิม (Revisit time) ให้สั้นลง
เป้าหมายระบบ 5 มิติ: ปลายทางของโครงการคือการถักทอโครงข่ายตรวจรู้ระบบอัจฉริยะแบบผสมผสาน "ท้องฟ้า-อวกาศ-พื้นดิน-ภายใน-ผิวน้ำ" (Space-Air-Ground-Internal-Water Integrated Smart Sensing Network) เพื่อควบรวมข้อมูลด้านพลังงานสะอาดและการจัดการน้ำของประเทศจีนให้ก้าวสู่ระบบดิจิทัลและปลอดภัยสูงสุดในศตวรรษที่ 21.
You might be intertested in this news.
Mostview
ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ยอดตายพุ่ง 27 ศพ นายกฯอนุทิน มาดูพื้นที่แล้ว
ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ใกล้ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์วอดทั้งร้าน เบื้องต้นตาย 27 ศพ เผยนาทีไฟลุกวาบพุ่งเป็นลำคล้ายไอพ่น ล่าสุด นายกฯ อนุทิน-ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่บัญชากการเอง สั่งเยียวยาเหยื่อเต็มที่ กำชับ พฐ. ตรวจสอบ
ปิดถนนประชาธิปก 3 วันซ่อมน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า ยันไม่กระทบตึกใกล้เคียง
นายกฯ นำทีมลงพื้นที่แยกวงเวียนใหญ่ ตรวจสอบเหตุน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ยันไม่พบการทรุดตัวของอุโมงค์หรืออาคารใกล้เคียง ขณะที่ปิดการจราจรถนนประชาธิปก ขาออก 3 วัน เพื่อให้ทีมวิศวกรและช่างเข้าซ่อมจุดรั่วในอุโมงค์
คืบหน้าถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอย เปิดทางอัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มาตรวจถนนทรุดบริเวณวงเวียนใหญ่ จากกรณีน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟใต้ดินสายสีม่วงใต้ฯ โดยล่าสุด สั่งรื้อสะพานลอยเพื่อลดแรงกดทับ เปิดทางผู้รับเหมาตั้งเครื่องมืออัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดความเสี่ยงดินทรุด ย้ำต้องเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่
สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ โดย ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ...
5 โศกนาฏกรรมไฟไหม้ ที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิต
5 โศกนาฏกรรมไฟไหม้ที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิต... และคำถามว่า "เราจำได้จริงหรือไม่"....
ข่าวที่เกี่ยวข้อง