วันพุธ, กรกฎาคม 8, 2569

แผ่นดินไหวเวเนซูเอลาตายทะลุ 3,600 ขุดหลุมฝังรวม คนนับหมื่นขาดที่อาศัย-น้ำสะอาด

by Trust News, 8 กรกฎาคม 2569

เครดิตภาพ U.S. Southern Command (SOUTHCOM)

แผ่นดินไหวเวเนซูเอลา ยอดตายทะลุ 3,685 ศพ ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 16,740 คน ห้องเก็บศพไม่พอ ทางการรัฐลากวยราต้องเริ่มขุดหลุมสุสานฝังหมู่ ขณะที่คนอีกกว่า 1.7 หมื่น เป็นคนไร้บ้านรายขาดที่อยู่อาศัย ระบบประปาพินาศจนเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม และไม่มีห้องน้ำไว้ขับถ่าย

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้โพสต์ภาพล่าสุดจาก “ดาวเทียม THEOS-2” ได้บันทึกภาพพื้นที่ประสบภัยนเมืองไมเกเตีย (Maiquetia) รัฐลากวยรา (La Guaira) ส่วนหนึ่งของพื้นที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเวเนซูเอลา เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในรัฐยารากุย (Yaracuy) ทางตอนเหนือของประเทศที่ระดับความลึก 20 กิโลเมตร เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขนาด 7.2 แมกนิจูด ก่อนเกิดอาฟเตอร์ช็อกครั้งใหญ่ตามมาอีกประมาณ 40 วินาที ขนาด 7.5 แมกนิจูด แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในหลายเมือง รวมถึงกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซูเอลา ซึ่งภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-2 เผยให้เห็นอาคารหลายจุดที่พังทลาย ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ สื่อท้องถิ่นเวเนซูเอลา รายงานความคืบหน้าหลังจากเกิดยพิบัติครั้งใหญ่จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.2 และ 7.5 แมกนิจูดซ้อนกัน (Double Earthquake) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมาว่า ตัวเลขความสูญเสียและผลกระทบ (ข้อมูลล่าสุด ณ กรกฎาคม 2026) ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการพุ่งสูงเกิน 3,340–3,500 ราย แล้ว ขณะที่หน่วยงานกู้ภัยระบุว่ายังมีผู้สูญหายหรือติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกเป็นจำนวนมาก (ยอดประเมินอย่างไม่เป็นทางการอาจสูงกว่านั้น) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ สื่อรายงานว่าทางการลากวยราจำเป็นต้องเริ่มทำการฝังร่างเหยื่อแผ่นดินไหวใน "สุสานหมู่" (Mass Graves) ที่จัดเตรียมไว้เป็นการชั่วคราว ณ สุสานประจำเมืองหลวงลากวยราแล้ว

โครงสร้างอาคารเสียหาย
อาคารถล่มราบคาบอย่างน้อย 189 หลัง และมีสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายหนัก-เบาอีกมากกว่า 856 หลัง ส่งผลให้มีผู้กลายเป็นคนไร้บ้านทันทีเฉพาะในแถบชายฝั่งกว่า 17,000 คน และสหประชาชาติประเมินว่ามีเด็ก ๆ ได้รับผลกระทบรวมกว่า 680,000 คน

"ลากวยรา" เป็นพื้นที่อ่วมที่สุด
รัฐลากวยรา (La Guaira) ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเล เป็นจุดที่อาคารถล่มและได้รับความเสียหายหนาแน่นที่สุด จนเกิดการอพยพย้ายถิ่นฐานของประชาชนออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ย่านคาริเบ (Caribe) ของลากวยรา อาสาสมัครและชาวบ้านยังคงต้องใช้จอบ พลั่ว และมือเปล่าในการขุดคุ้ยเศษซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มลงมา (รวมตึกถล่มราบคาบ 190 แห่งทั่วนอกเมือง) เพื่อค้นหาผู้สูญหายที่ยังติดอยู่ภายใน

ชาวบ้านเริ่มออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเรื่องความล่าช้าในการส่งเครื่องจักรหนักเข้ามาช่วยกู้ภัย รวมถึงสภาวะ "ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง" ในพื้นที่ลากวยรา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญทำให้รถกู้ภัยและเครื่องปั่นไฟทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ขณะที่ ขยะและเศษอิฐปูนจำนวนมหาศาลจากตึกที่พังทลาย กำลังถูกเจ้าหน้าที่ขนย้ายไปกองไว้ชั่วคราวบริเวณแนวชายหาดเพื่อเปิดเส้นทางคมนาคม

ค่ายผู้อพยพและการเกิดใหม่ท่ามกลางซากปรักหักพัง

กระทรวงสาธารณสุขและองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ได้ร่วมกันตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวขนาดใหญ่ในไมเกเตียเพื่อรองรับคนไร้บ้าน โดยศูนย์พักพิงหลักของผู้ประสบภัยอยู่ที่ศูนย์กีฬารวม José María Vargas (Polideportivo JM Vargas) ในย่านปาริอาตา (Pariata) ของเมืองไมเกเตีย และ สนามกีฬา César Nieves ในย่านกาเตีย ลา มาร์ (Catia La Mar) ซึ่งกำลังรองรับผู้ประสบภัยหลายพันคน โดยมีปัญหาน้ำประปาขัดข้องจนต้องติดตั้งเครื่องบำบัดน้ำเสียเคลื่อนที่

ท่ามกลางความหดหู่ยังมีประกายความหวัง
ท่ามกลางความหดหู่ สื่อ AFP รายงานเรื่องราวของ เอเลียนา การ์เซีย หญิงสาววัย 19 ปี ที่ต้องวิ่งหนีแผ่นดินไหวออกจากบ้านในไมเกเตียมายังสนามเบสบอล และได้ให้กำเนิดทารกเพศชายชื่อ "กาแอล เฆซุส" (Gael Jesús) อย่างปลอดภัยภายในศูนย์อพยพโรงเรียนโบลีวาเรียน 10 เด มาร์โซ ในไมเกเตีย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางการดูแลของทีมแพทย์อาสา

อัมพาตที่สนามบินนานาชาติไมเกเตีย (Maiquetía Airport)

เมืองไมเกเตียคือที่ตั้งของ สนามบินนานาชาติไซมอน โบลีวาร์ (Simón Bolívar International Airport) ซึ่งเป็นประตูสู่โลกภายนอกที่สำคัญที่สุดของเวเนซูเอลา จากการตรวจสอบพบว่า ตัวอาคารผู้โดยสารและรันเวย์หลักได้รับความเสียหายหนักจากแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้เที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศต้องหยุดชะงักลงทั้งหมดทันที

แผนเปิดรันเวย์สำรอง
ล่าสุด รักษาการประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามบินไมเกเตีย พร้อมสั่งการให้เร่งเคลียร์และปรับใช้ "รันเวย์คู่ขนาน" (Parallel Runway) เพื่อเตรียมกลับมาเปิดรับเที่ยวบินระหว่างประเทศโดยเร็วที่สุดตามตารางฟื้นฟูการบินความช่วยเหลือจากภายนอก: ขณะนี้กองทัพภาคใต้ของสหรัฐฯ (US Southern Command) ได้เข้ามาให้การสนับสนุนด้านเทคนิคและการควบคุมการจราจรทางอากาศชั่วคราว เพื่อรองรับเครื่องบินขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์จากนานาชาติที่กำลังทยอยเดินทางมาลงจอด

การช่วยเหลือและแผนฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของทางการ

เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) รักษาการประธานาธิบดีเวเนซูเอลา ได้แถลงเปิดตัวแผนฟื้นฟูระดับชาติและมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ ดังนี้

เปิดตัวภารกิจ "Venezuela Renace" (เวเนซูเอลาเกิดใหม่)
เป็นโครงการช่วยเหลือทางสังคมขนาดใหญ่เพื่อประเมินโครงสร้างและฟื้นฟูบ้านเรือนให้กับผู้ประสบภัย โดยมีการแต่งตั้ง ฌาคเกอลีน ฟารียา (Jacqueline Faría) ขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมสั่งการและสำรวจสำมะโนประชากรเพื่อการสร้างเมืองใหม่

ระบบรหัสสีตรวจสภาพตึก (Traffic-Light Code)
ส่งทีมวิศวกรและหน่วยอาสาสมัครลงพื้นที่คัดกรองความปลอดภัยของตึกและบ้านเรือน โดยใช้สี เขียว (ปลอดภัยเข้าอยู่ได้), เหลือง (ต้องซ่อมแซมก่อนเข้าอยู่) และ แดง (อันตรายมาก ต้องทุบทิ้งหรือซ่อมแซมใหญ่)

อนุมัติงบฟื้นฟู 200 ล้านดอลลาร์
รัฐบาลได้ดึงเงินทุนจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (จากบัญชีที่เคยถูกระงับไว้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF) มาใช้ในการบูรณะเมืองโดยตรง พร้อมทั้งประสานธนาคารรัฐและเอกชนให้อนุมัติสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรัฐบาลจะช่วยอุดหนุนดอกเบี้ยให้สูงถึง 80%

มาตรการควบคุมวัสดุก่อสร้าง
มีการประกาศยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดชั่วคราว และ "สั่งห้ามส่งออกวัสดุก่อสร้างออกนอกประเทศ" เพื่อกักเก็บปูนซีเมนต์และเหล็กไว้ใช้ในการสร้างบ้านให้ชาวเวเนซูเอลาก่อน

ปัญหาหน้างานในศูนย์อพยพชั่วคราว (วิกฤตสาธารณสุข)
แม้ทางการจะเร่งตั้งศูนย์อพยพและค่ายพักแรมชั่วคราวหลายสิบแห่ง (เช่น ในกรุงการากัส, ลากวยรา และมิรันดา) แต่ในทางปฏิบัติ องค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศอย่าง Save the Children ได้ออกมาแจ้งเตือนวิกฤตระลอกสอง

สุขอนามัยเข้าสู่สภาพวิกฤติ
เนื่องจากระบบท่อน้ำประปาและระบบจัดการขยะเสียหายจากแผ่นดินไหว ประชาชนนับพันในเต็นท์อพยพต้องแย่งกันใช้ห้องน้ำสาธารณะที่มีอยู่อย่างจำกัด (บางค่ายมีเพียง 1-2 ห้องต่อคนนับร้อย) ขณะที่ ชาวบ้านบางส่วนยอมเสี่ยงชีวิตเดินกลับเข้าไปในบ้านที่พังครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพียงเพื่อจะใช้ห้องน้ำ ขณะที่น้ำดื่มเริ่มขาดแคลนจนต้องรอรับของบริจาคและปันส่วนกันอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันโรคติดต่อในเด็ก

ในส่วนของความช่วยเหลือระดับสากล มีทีมกู้ภัยและอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ทยอยเดินทางมาจากทั้งสหรัฐอเมริกา (เช่น ทีม USAR จากลอสแอนเจลิสและเวอร์จิเนีย), ญี่ปุ่น (ผ่านสถาบัน JICA), รวมถึงสหประชาชาติ (UNHCR) ที่กำลังเร่งระดมทุนช่วยเหลือจัดหาเต็นท์และของใช้จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยในเวลานี้

กองทัพสหรัฐฯ ส่งสิ่งของและกำลังพลกลับไปช่วยเวเนซุเอลา

กองทัพสหรัฐฯ โดยกองบัญชาการภูมิภาคใต้ (US SOUTHCOM) ได้จับมือกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นำกำลังพลเกือบ 2,000 นาย เข้าสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ตามคำร้องขอของรัฐบาลเวเนซูเอลา โดยสามารถสรุปการช่วยเหลือแบบครบทุกด้านได้ดังนี้

1.ส่งหน่วยผู้เชี่ยวชาญราว 100 นาย เข้าฟื้นฟูระบบและบริหารจัดการภาคพื้นดินที่ สนามบินนานาชาติไซมอน โบลีวาร์ ในเมืองไมเกเตีย เพื่อเปิดรันเวย์รองรับเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ (C-17 และ C-130) ในการขนส่งเสบียงได้อย่างปลอดภัย

2.เรือรบ USS Fort Lauderdale เข้าเทียบท่าเรือลากวยรา เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการสื่อสารและกระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์หลัก พร้อมทั้งใช้เฮลิคอปเตอร์ (CH-47 Chinook และ MV-22 Osprey) บินส่งเสบียงเข้าสู่พื้นที่ตัดขาดที่เข้าถึงยาก


3.อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยในเขตเมือง (Urban SAR) จากหน่วยแฟร์แฟกซ์ (เวอร์จิเนีย) และลอสแอนเจลิส (แคลิฟอร์เนีย) ลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกับทีมกู้ภัยท้องถิ่นเพื่อเร่งขุดค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารอย่างต่อเนื่อง

4.หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ขนย้ายเครื่องจักรกลหนัก และ "ระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อผลิตน้ำดื่มสะอาดประสิทธิภาพสูง" เข้าไปติดตั้งหน้างาน เพื่อเร่งป้อนน้ำดื่มแจกจ่ายและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในกลุ่มผู้ประสบภัย



5.กองทัพอวกาศสหรัฐฯ (US Space Force) สนับสนุนการทำงานด้วยการส่ง ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง เพื่อประเมินความเสียหายเชิงโครงสร้าง ทำให้ทีมกู้ภัยวางแผนส่งความช่วยเหลือไปตามพิกัดชุมชนที่เดือดร้อนที่สุดได้อย่างแม่นยำ.


You might be intertested in this news.

Mostview

วิกฤติโดมความร้อนถล่มยุโรป ทุบประวัติศาสตร์ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเฉียดหมื่น

วิกฤติโดมความร้อนถล่มยุโรป ทุบสถิติความร้อนประวัติศาสตร์ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเฉียดหมื่น ฝรั่งเศสอ่วมสุดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43.8 องศาสเซลเซียส ขณะที่ สภาวะ คืนเขตร้อน ซ้ำเดิมชาวบ้าน ไม่ได้พักผ่อนเพราะร้อนจนนอนไม่ได้

“ลิลลี่ เหงียน” ร้องไห้! “SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน” เข้าวันเดียวโดนลดโรงฉาย

กอดคอร้องไห้เลย ! หนัง “SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน” “ลิลลี่ เหงียน” หนึ่งในทีมนักแสดง เสียใจ กอดคอกันร้องไห้ สงสารทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆ แต่ก็เข้าใจระบบธุรกิจ ...

ไป๋ลู่ หน้าสด ชุดวอร์มสีแดง การพลิกชีวิตสู่ซุปตาร์จีน (ชมคลิป)

ไป๋ลู่ หน้าสด ชุดวอร์มสีแดง การพลิกชีวิตสู่ซุปตาร์จีน (ชมคลิป)

WeTV ไลน์อัป 2026 ‘จางหลิงเฮ่อ’ มา 2 เรื่อง ซีรีส์จีนฟอร์มยักษ์เพียบ

WeTV ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ สมฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงที่รวมสุดยอดความบันเทิงคุณภาพแห่งเอเชีย

สะพรึง เห็นยังนอกโลก! โคตรซูเปอร์พายุไต้ฝุ่นบ่าหวี่ ถล่มเกาะกวม

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NWS) ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดระดับ "มหันตภัย" (Catastrophic) หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บ่าหวี่"

TrustNEws Line