วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 26, 2569

อาวุธลับ เรือบรรทุกโดรนของอิหร่าน ภัยคุกคามจากยุทธศาสตร์ไม่สมมาตร

by Trust News, 26 กุมภาพันธ์ 2569

อาวุธลับ เรือบรรทุกโดรนของอิหร่าน ภัยคุกคามจากยุทธศาสตร์ไม่สมมาตร

เรือบรรทุกโดรน 2 ลำ ซึ่งประกอบไปด้วย เรือ Shahid Mahdavi และ เรือ Shahid Bagheri
ของ กองทัพเรือ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (Iranian Islamic Revolutionary Guard Corps Navy) หรือ IRGCN ซึ่งถือเป็น อีกหนึ่ง “ไพ่ลับใบสำคัญ” ของ เตหะราน สำหรับ หลักนิยม Asymmetric Maritime Strategy หรือ “ยุทธศาสตร์ทางเรือแบบไม่สมมาตร”

กลยุทธ์ที่ถูกคิดค้นขึ้น เพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากพลังอำนาจที่เหนือกว่า จากทั้ง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล นั้น มีขีดความสามารถมากพอ สำหรับต่อกร กับ เรือบรรทุกเครื่องบินอันทรงพลังอย่าง “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” และ “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด” และกองเรือคุ้มกันอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งกำลังแสดงพลัง “เบ่งกล้าม” อย่าง “แข็งกร้าว” ต่อ “อิหร่าน” อย่างต่อเนื่อง ตามบัญชาของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จนหมิ่นเหม่ว่า อาจจะเกิดสงครามขึ้นในเร็วๆนี้ ได้มากน้อยเพียงใด?

วันนี้ “เรา” ลองไปพิจารณาข้อมูลต่างๆ ที่ อาจพอเป็น “คำตอบ” ที่น่าสนใจ ในวันที่ชาวโลกกำลังลุ้นระทึกนี้ ด้วยกัน!

เรือบรรทุกโดรนอิหร่าน :

เรือบรรทุกโดรน Shahid Mahdavi และ Shahid Bagheri ถูกออกแบบมาเพื่อบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ และ โดรน รวมถึงมีขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธระยะไกลด้วย โดย เรือทั้งสองลำ ดัดแปลงมาจาก เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เชิงพาณิชย์ ของ กลุ่มเดินเรือสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Iran Shipping Line) หรือ IRISL Group โดยการอัปเกรดเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ไปเป็น เรือบรรทุกโดรน นี้ มีบริษัท Iran Shipbuilding & Offshore Industries Complex หรือ ISOICO เป็นผู้รับดำเนินการในช่วงระหว่างปี 2022 - 2024

สำหรับ ข้อมูลเบื้องต้นที่มีการเปิดเผยออกมาสู่โลกภายนอก โดยอ้างอิงจากสื่อของประเทศอิหร่าน คือ เรือ Shahid Mahdavi มีความยาว 240 เมตร , กว้าง 32 เมตร , ระวางขับน้ำ 36,000 - 40,000 ตัน , ทำความเร็วสูงสุดได้ 18 น็อต , ระยะปฏิบัติการ 18,000 ไมล์ทะเล โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงนาน 1 ปี

พร้อมกันนี้ ยังมีการติดตั้งระบบอาวุธหลากหลาย เช่น ปืนเรือ , ขีปนาวุธต่อต้านเรือ , ขีปนาวุธร่อน , ระบบเรดาห์ป้องกันภัยทางอากาศ , ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และยังสามารถบรรทุกฝูงเรือโจมตีเร็วได้อีกจำนวนหนึ่งด้วย

ส่วนลำที่ 2 คือ เรือ Shahid Bagheri เป็นเรือขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล , ทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 20 น็อต , มีระวางขับน้ำประมาณ 42,000 ตัน รวมถึงยังติดตั้งระบบอาวุธ , เรดาห์ป้องกันภัยทางอากาศ และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์อันทันสมัย เช่นเดียวกับ เรือ Shahid Mahdavi

นอกจากนี้ เรือ Shahid Bagheri ยังมีดาดฟ้าการบิน แบบทำมุม ยาว 180 เมตร พร้อมทางลาดแบบ Ski Jump และสามารถบรรทุกโดรนได้มากกว่า 60 ลำ , เฮลิคอปเตอร์ รวมถึง ฝูงเรือโจมตีเร็วด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เรือ Shahid Mahdavi ได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการ กับ กองทัพเรือ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (Iranian Islamic Revolutionary Guard Corps Navy) หรือ IRGCN ในเดือนมีนาคม ปี 2023 ส่วนลำที่ 2 คือ เรือ Shahid Bagheri เข้าประจำการกับ IRGCN เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ฐานทัพเรือ เมืองบันดาร์อับบาส บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จุดยุทธศาสตร์สำคัญในการลำเลียงน้ำมันออกจากตะวันออกกลาง

ยุทธศาสตร์เรือบรรทุกโดรน :

บทวิเคราะห์จากชาติตะวันตกส่วนใหญ่ มองตรงกันว่า การสร้างเรือบรรทุกโดรน ของ อิหร่าน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตอบโต้การโจมตีของฝ่ายอิสราเอล รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจการ และขยายการโจมตีของอิหร่านให้กว้างไกลออกไป นอกน่านน้ำอาณาเขตของตนเอง เพื่อเสริมสร้างสถานะเชิงยุทธศาสตร์ในอ่าวเปอร์เซีย และมหาสมุทรอินเดีย ผ่าน กองทัพโดรน โดยเฉพาะรุ่น Shahed-136 ที่มีระยะปฏิบัติการได้ไกลถึง 2,500 กิโลเมตร และ รุ่น Qaher-313 ที่มีระยะปฏิบัติการไกล 2,200 กิโลเมตร

รวมถึง ขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ C-802A , ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศอเนกประสงค์ Kowsar-222 , ขีปนาวุธทิ้งตัว Dezful MRBM ที่มีความเร็วถึง 7 Mach หรือ 8,643 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีพิสัยทำการมากกว่า 1,000 กิโลเมตร , ปืนใหญ่อัตโนมัติขนาด 30 มิลลิเมตร , ปืนกลแกตลิงขนาด 20 มิลลิเมตร , ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำหน้าที่ค้นหา สกัดกั้น ระบุตำแหน่ง(Electronic Support Measures) หรือ ESM และระบบรวบรวมข่าวกรองทางสัญญาณ ซึ่งทำหน้าที่ ตีความข้อมูลที่ได้รับจากการดักรับสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของฝ่ายตรงข้าม (Signals Inteligence) หรือ SIGINT

ด้วยเหตุนี้ เรือบรรทุกโดรน ทั้งสองลำ จึงถือเป็น “ไพ่ใบสำคัญ” ในการดำเนินกลยุทธ์สงครามทางเรือแบบไม่สมมาตร (Asymmetric Maritime Strategy) หรือ การทำสงครามแบบยืดเยื้อยาวนาน ด้วยกลยุทธ์นอกแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง กับฝ่ายที่มีพลังอำนาจทางการทหารเหนือกว่า จากการเน้นโจมตีทรัพย์สินทางทะเลและเป้าหมายที่อ่อนแอของอิสราเอล รวมถึงบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ของ อิหร่าน อย่างแท้จริง

Asymmetric Maritime Strategy :

เตหะราน ได้พัฒนากลยุทธ์ Asymmetric Maritime Strategy หรือ ยุทธศาสตร์ทางเรือแบบไม่สมมาตร ที่มุ่งเน้นการตอบโต้ความเหนือกว่า ของ กองเรือบรรทุกเครื่องบินอันทรงพลังมาอย่างยาวนานแล้ว

ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ การสร้างอาวุธขนาดเล็กจำนวนมาก ที่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว และระบบต่อต้านการเข้าถึง และปฏิเสธการเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ หรือ จำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนที่ภายในพื้นที่นั้นๆ จากระบบอาวุธระยะไกล ขีปนาวุธ และเทคโนโลยีขั้นสูง (Anti-Access/Area Denial) หรือ A2/AD

แทนที่จะมุ่งไปที่การสร้างอาวุธที่มีอำนาจจมเรือบรรทุกเครื่องบิน มาอย่างยาวนานแล้ว เพื่อหวังทำให้การปฏิบัติการของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยากลำบาก

จากความเสี่ยง ผ่านยุทธวิธี Swarm Tactics โดยการใช้ ฝูงกองเรือเร็วขนาดเล็ก และ ฝูงโดรน เข้ารุมโจมตีระยะประชิดพร้อมๆกันจากหลายทิศทาง เพื่อทำให้ระบบป้องกันรับภาระจนเกินขีดจำกัด และทำลายขีดความสามารถของระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับ ก่อนจะใช้ขีปนาวุธความเร็วสูง ยิงเข้าใส่กองเรือ ปิดท้าย

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ของตะวันตก เชื่อว่า แม้ยุทธวิธีดังกล่าว อาจยังไม่ถึงขั้นที่สามารถจมเรือบรรทุกเครื่องบินได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็ถือเป็น “ภัยคุกคามสำคัญ” ที่ทำให้ กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับยุทธวิธีรับมือกับ “การโจมตีต้นทุนต่ำแต่เน้นปริมาณ” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “กัดกร่อนความได้เปรียบ” เมื่อการปะทะกลายเป็นสงครามยืดเยื้อ จนทำให้ขีดความสามารถในการป้องกันตัวของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน “สิ้นสภาพ” ลงในที่สุด เช่นที่ “เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” และ “เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด” และกองเรือคุ้มกันอีกจำนวนหนึ่ง กำลังเผชิญความเสี่ยงอยู่ในเวลานี้

ฝูงโดรนและเรือโจมตีเร็ว :

สำหรับขีดความสามารถของโดรน ที่ประจำการในเรือบรรทุกโดรน Shahid Mahdavi นั้น จากข้อมูลที่อิหร่านเปิดเผยออกมาระบุว่า เป็นโดรนรุ่น Ababil-3 และ Mohajer-6 ซึ่งเน้นภารกิจสอดแนมระยะไกลและโจมตี

ส่วนโดรนที่ประจำการในเรือ Shahid Bagheri นั้น จากรายงานข่าวอย่างเป็นทางการของอิหร่านระบุว่า เป็น โดรนรุ่น Shahed-136 ที่มีความเร็ว 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะปฏิบัติการได้ไกลประมาณ 2,000 กิโลเมตร และบรรทุกหัวรบระเบิดน้ำหนัก 30-50 กิโลกรัม และ โดรนรุ่น Qaher-313 ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบินรบล่องหนที่สามารถขึ้นลงแนวดิ่งของอิหร่านในอดีต ซึ่งมีระยะปฏิบัติการได้ไกลประมาณ 2,200 กิโลเมตร และมาพร้อมกับขีดความสามารถในการโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถี ต่อเป้าหมายที่เป็นเรือผิวน้ำ

ส่วนกองเรือขนาดเล็ก ที่ประจำการในเรือบรรทุกโดรนทั้งสองลำนั้น ประกอบด้วย เรือโจมตีเร็ว ชั้น Taregh ที่ติดขีปนาวุธ Kowsar 4 ลูก ที่ทำความเร็วได้ถึง 46 น็อต และมีระยะปฏิบัติการ 500 ไมล์ทะเล
ตลอดจน กองเรือสปีดโบ๊ทโจมตีเร็วขนาดเล็ก ชั้น Zolfaqar , Ashura , Heidar และ Miyad ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเน้นความเร็วสูง และมีความคล่องตัว พร้อมติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี เพื่อให้เหมาะสมกับยุทธวิธีรุมโจมตี หรือ Swarm Tactics เป็นหลัก

จุดอ่อนเรือบรรทุกโดรน :

สำหรับประเด็นนี้ มีบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจจาก TRENDS Research & Advisory สถาบันวิจัยอิสระด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ อาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งระบุว่า แม้ในทางทฤษฏี เรือบรรทุกโดรนทั้งสองลำของอิหร่าน คือ Shahid Mahdavi และ Shahid Bagheri จะแลดูน่าเกรงขาม หากแต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม คือ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ กองเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีพลังอำนาจสูง ระบบป้องกันภัยทางอากาศของเรือบรรทุกโดรนทั้งสองลำ จะสามารถสกัดกั้นการโจมตีล่วงหน้า (Preemptive Strikes) จาก ฝ่ายตรงข้าม ที่มีขีปนาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงมีขีดความสามารถในสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ได้มากน้อยแค่ไหน?

ยิ่งไปกว่านั้น กองเรือรบของอิหร่าน ยังขาดแคลน “เรือคุ้มกัน” ที่มีศักยภาพเพียงพอ สำหรับการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศและใต้น้ำด้วย เนื่องจาก กองเรือที่สอง ของอิหร่าน ซึ่งรับผิดชอบการปฏิบัติการทางทะเลในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ มีเพียงเรือฟรีเกตและเรือคอร์เวต ที่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการต่อต้านเรือดำน้ำที่ค่อนข้างล้าสมัย อีกทั้งยังมีจำนวนที่ไม่เพียงพอ ต่อการคุ้มกันเรือบรรทุกโดรนทั้งสองลำ ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงอีกด้วย

OUTFIELDMAN สำนักข่าวทรัสต์นิวส์

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม :

ไพ่ตายอิหร่าน ขีปนาวุธทิ้งตัว เหตุผลที่ เตหะราน ไม่กลัว สหรัฐฯ

เมื่อพ่ายแพ้ต้องยืนหยัดสู้ต่อ วิถีการพัฒนาฉบับพญามังกร

สหรัฐ-เดนมาร์กสัมพันธ์ใกล้ชิด ที่กำลังแตกร้าวเพราะกรีนแลนด์

ลำดับความขัดแย้งตระกูลเบ็คแฮม ที่นำไปสู่พ่อแม่ต้องติดต่อผมผ่านทนาย

14 เดือน 5 ความผิดพลาด ที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปลด รูเบน อโมริม

 


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิว “เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ใครไม่ดูถือว่าพลาด

ใครที่ไม่เคยดู “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” ในฉบับซีรีส์มาก่อน ก็สามารถซื้อตั๋วดูได้ เพราะจะมีการ “เท้าความเดิม” มาให้ เพื่อเข้าใจง่าย...

รีวิว “เมืองนักสู้” หนังใหม่เซียวจ้าน ที่สนุก ตื่นเต้น จัดเต็ม

เมืองนักสู้ หนังยาว 2 ชม.เต็ม กับความสนุกตื่นเต้น ชนิดไม่อาจกะพริบตา เพราะกลัวจะพลาดฉากสำคัญ ไหนจะต้องอ่าน ซับไทย ด้วย

สวนสัตว์อิชิคาวะ ขอกำลังใจให้ "พันช์คุง" ปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา

สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์เมืองอิชิกาวะ ชี้แจงลิงน้อย "พันช์คุง" กำลังอยู่ระหว่างปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา บางครั้งการสื่อสารอาจมีปัญหถูกดุและกดดันตามธรรมชาติลิง ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พันช์ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ แทนที่จะรู้สึกสงสารหรือเวทนาชะตากรรมของมัน

40 ปี NECTEC มองทางรอดไทย ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้เป็นผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยี

เนคเทค สวทช.จัดงาน "40 Years NECTEC: Legacy & Beyond" ผลงาน 40 ปีกับการวางรากฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย พร้อมมองอนาคต ทางรอดจากนี้ ต้องเปลี่ยนจาก ผู้ใช้งาน เป็น ผู้ร่วมสร้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน

บอร์ด กบข. อนุมัติ "ทรงพล" ลาออก เดินหน้าสรรหาเลขาฯ ใหม่สานต่อ ‘เกษียณมีสุข’

ประธานบอร์ด กบข. เผย คณะกรรมการฯ อนุมัติการลาออกของ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” จากตำแหน่งเลขาธิการ กบข. เพื่อไปรับหน้าที่ใหม่เป็น ผอ.ธนาคารออมสิน โดยเดินหน้าเปิดรับสมัครเพื่อสรรหาเลขาฯ กบข.คนใหม่ เพื่อสานต่อ "เกษียณมีสุข" ให้ทันไตรมาส 2 ปี 69

TrustNEws Line